(20 ม.ค. 2026) – เรื่องราวที่ฟังดูเหมือนนิยายแต่เกิดขึ้นจริงในโลกบล็อกเชน เมื่อ Ash Crypto นักวิเคราะห์คริปโทฯ ชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความด้วยความตกตะลึงว่า “WOWW!! THIS IS INSANE” หลังตรวจพบการเคลื่อนไหวของกระเป๋าเงิน Bitcoin ระดับ “เจ้ามือ” (OG) ที่นิ่งสนิทมานานถึง 13 ปี จู่ๆ ก็มีการโอน Bitcoin จำนวน 909.38 BTC ออกจากกระเป๋า ซึ่งคิดเป็นมูลค่า ณ ปัจจุบันสูงถึง 82.57 ล้านดอลลาร์ (กว่า 2.8 พันล้านบาท)
ความน่าทึ่งของเหตุการณ์นี้อยู่ที่ต้นทุนเดิมของ เจ้ามือ รายนี้ โดยย้อนกลับไปตอนที่เขาได้รับ Bitcoin จำนวนนี้มา ราคาของมันอยู่ที่เพียงประมาณ 6.8 ดอลลาร์ต่อเหรียญ เท่านั้น หากคำนวณคร่าวๆ เงินลงทุนเริ่มต้นของเขาน่าจะอยู่ที่หลักพันดอลลาร์ (Ash Crypto ระบุว่าประมาณ 30,000 ดอลลาร์ ในขณะที่ข้อมูลราคาบ่งชี้ว่าอาจต่ำกว่านั้นที่ราว 6,200 ดอลลาร์) แต่ไม่ว่าตัวเลขต้นทุนที่แท้จริงจะเป็นเท่าไหร่ การที่เขาสามารถเปลี่ยนเงินหลักหมื่นให้กลายเป็น 82 ล้านดอลลาร์ ได้ เพียงแค่การ “ถือ” (HODL) เฉยๆ ก็ถือเป็นผลตอบแทนการลงทุนที่บ้าคลั่งที่สุดในประวัติศาสตร์การเงิน
ข้อมูลเชิงลึกจากเครื่องมือตรวจสอบ On-chain อย่าง Arkham ระบุว่า กระเป๋าเงินนี้ถือเป็น “Satoshi-era wallet” หรือกระเป๋ายุคบุกเบิก โดย Bitcoin ที่อยู่ในนี้มาจากการสะสมธุรกรรมเล็กๆ น้อยๆ จากกระดานเทรดในอดีตอย่าง Mt. Gox และ MPEXตั้งแต่ปี 2013 การตื่นขึ้นมาขยับตัวครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การโอนเงินธรรมดา แต่เป็นการปลุกตำนาน เจ้ามือ รุ่นเก๋าที่หลับใหลให้กลับมาโลดแล่นบนเชนอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ประเมินว่าการโอนย้ายครั้งนี้ “ยังไม่มีสัญญาณของการเทขาย” ในทันที รูปแบบธุรกรรมมีลักษณะคล้ายกับการรวมเหรียญ (Consolidation) ไปยังที่อยู่ใหม่ ซึ่งมักจะเป็นพฤติกรรมของ เจ้ามือ ที่ต้องการอัปเกรดระบบความปลอดภัยของกระเป๋าเงิน (Security Upgrade) มากกว่าการเตรียมทุบตลาด แต่ถึงอย่างนั้น ปริมาณเหรียญระดับนี้ก็ถือเป็นเพียงเศษเสี้ยวเมื่อเทียบกับวอลลุ่มซื้อขายรายวันของ Bitcoin ที่สูงกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ จึงไม่น่าส่งผลกระทบต่อราคาตลาดโดยรวม
เหตุการณ์นี้กลายเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีถึงพลังของ “ Compound Interest” และความอดทน การที่คนคนหนึ่งสามารถทนถือสินทรัพย์ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านวิกฤตหลายรอบโดยไม่ขายทิ้งตลอด 13 ปี คือบทเรียนที่ Ash Crypto และชุมชนคริปโทฯ ยกย่องว่า นี่คือกุญแจสู่ความมั่งคั่งที่แท้จริงที่ทำให้ เจ้ามือ ผู้ถือยาวชนะนักเทรดระยะสั้นได้อย่างขาดลอย
ที่มา: @ AshCrypto

