(22 ม.ค. 2026) – กลบกระแสข่าวร้ายจนมิด! เมื่อกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประกาศตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาสล่าสุด (Q3/2025 Updated / Q4 Advance) ออกมาอยู่ที่ระดับ 4.4% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 4.3% และสูงกว่าตัวเลขครั้งก่อนหน้า ถือเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจพญาอินทรีที่ยังคงขยายตัวร้อนแรง สวนทางกับความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ที่หลายฝ่ายเคยเตือนไว้ก่อนหน้านี้
ตัวเลข 4.4% นี้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดการเงินทั่วโลก เพราะเกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นและสงครามการค้า การที่เศรษฐกิจยังเติบโตได้ระดับนี้ตีความได้สองทาง: หนึ่งคือ “Soft Landing” หรือการลงจอดอย่างนิ่มนวลนั้นเกิดขึ้นจริง สหรัฐฯ สามารถคุมเงินเฟ้อได้โดยไม่ทำให้เศรษฐกิจพัง หรือสองคือ “No Landing” คือเศรษฐกิจไม่ยอมลงเลยและยังคงบินสูงต่อไป ซึ่งในมุมมองของนักลงทุน นี่คือสัญญาณ “Bullish for all markets” หรือข่าวดีสำหรับสินทรัพย์ทุกประเภท ตั้งแต่หุ้นยันคริปโทฯ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้สร้างความปวดหัวให้กับ Jerome Powell ประธานเฟด ไม่น้อย เพราะในขณะที่ Anthony Pompliano เพิ่งออกมาโวยวายว่าเงินเฟ้อจริงต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนน่ากลัวเงินฝืด (Deflation) แต่ตัวเลข GDP กลับฟ้องว่าเศรษฐกิจยังร้อนแรง (Overheating) ความย้อนแย้งของข้อมูล (Data Divergence) นี้ทำให้เฟดตกที่นั่งลำบากในการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า ว่าจะ “ลดเพื่อกันเหนียว” หรือ “คงไว้เพราะเศรษฐกิจยังดี”
ปฏิกิริยาของตลาดทันทีที่ข่าวออกคือ “เขียวทั้งกระดาน” S&P 500 และ Nasdaq มีแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างหนาแน่น ในขณะที่ Bitcoin ก็ได้รับอานิสงส์จากบรรยากาศ Risk-on (กล้าเสี่ยง) นี้ด้วย เพราะนักลงทุนเริ่มมองว่า หากเศรษฐกิจดีขนาดนี้ แถมเงินเฟ้อ (ตามข้อมูล Truflation) ก็ลดลง นี่คือสถานการณ์ “Goldilocks” หรือสภาวะที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับการลงทุน
ที่มา: @BullTheoryio
