สาวก Elon Musk และนักลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีต่างโล่งใจไปตามกัน เมื่อรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 ของ Tesla (TSLA) ยืนยันชัดเจนว่าบริษัทไม่มีการเปลี่ยนแปลงยอดถือครอง Bitcoin โดยยังคงกอดเหรียญไว้แน่นจำนวน 11,509 BTC เท่าเดิม ไม่มีการเทขายทิ้งแม้แต่น้อย ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวนอย่างหนักในช่วงท้ายปี อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลย่อมมาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่าย เมื่อมาตรฐานทางบัญชีบีบให้บริษัทต้องบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ หลังหักภาษีสูงถึง 239 ล้านดอลลาร์ หรือราว 8.4 พันล้านบาท เนื่องจากราคา Bitcoin ร่วงลงอย่างรุนแรงจากระดับสูงสุดประมาณ 114,000 ดอลลาร์ ลงมาเหลือ 88,000 ดอลลาร์ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี
ตัวเลขการขาดทุนครั้งนี้ยังทำให้นักลงทุนหวนนึกถึงบาดแผลในอดีตของ Tesla ภายใต้การนำของ Elon Musk ที่เคยสร้างวีรกรรมเข้าซื้อ Bitcoin ครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021 จำนวน 43,200 เหรียญ มูลค่ากว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์ ก่อนจะตัดสินใจเทขายทิ้งออกไปถึง 75% ของพอร์ตในปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตลาดตกต่ำที่สุด หรือที่เรียกว่าการขายหมูที่ก้นเหว แต่สำหรับการถือครองในรอบนี้ ดูเหมือนว่าบริษัทจะมีจุดยืนที่มั่นคงกว่าเดิม โดยรักษาระดับการถือครองไว้นิ่งสนิทนับตั้งแต่การขายครั้งใหญ่เมื่อปี 2022 เป็นต้นมา
ในส่วนของผลประกอบการภาพรวม Tesla รายงานรายได้ไตรมาส 4 ที่ 2.49 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เล็กน้อยที่ 2.51 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่สิ่งที่ช่วยพยุงความเชื่อมั่นของนักลงทุนคือกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ทำได้ 0.50 ดอลลาร์ สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 0.45 ดอลลาร์ ปัจจัยบวกด้านกำไรนี้ส่งผลให้ราคาหุ้น TSLA ดีดตัวขึ้นทันที 3.4% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดหุ้นให้ความสำคัญกับความสามารถในการทำกำไรมากกว่าตัวเลขทางบัญชีที่เกิดจากความผันผวนของ Bitcoin
ที่มา: coindesk

