ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกผู้สื่อข่าวจาก CNN จี้ถามกลางห้องทำงานรูปไข่เกี่ยวกับรายงานชิ้นสำคัญของ Wall Street Journal ที่เปิดโปงว่าบริษัทคริปโทเคอร์เรนซี World Liberty Financial ซึ่งเป็นของครอบครัวทรัมป์ ได้รับเงินลงทุนมูลค่ามหาศาลกว่า 500 ล้านดอลลาร์จากราชวงศ์อาบูดาบีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเงินจำนวนนี้ถูกโอนเข้ามาเพียงไม่กี่วันก่อนที่ทรัมป์จะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่ง ซึ่งสร้างความฮือฮาและข้อกังขาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนในวงกว้าง
ทรัมป์โบ้ยลูกชายจัดการอ้างงานยุ่งจนไม่รู้เรื่องเงินลงทุน
เมื่อถูกถามถึงที่มาของเงินทุนก้อนดังกล่าว ทรัมป์เลือกที่จะตอบเลี่ยงโดยอ้างว่าเขาไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยระบุว่าลูกชายและครอบครัวของเขาเป็นผู้ดูแลจัดการธุรกิจคริปโทฯ ทั้งหมด ทรัมป์กล่าวว่าเขาทราบเพียงว่าคริปโทฯ เป็นเรื่องใหญ่และมีผู้สนใจลงทุนมากมาย แต่ส่วนตัวเขานั้นมีภารกิจรัดตัวในการจัดการปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทั้งเรื่องอิหร่าน รัสเซีย และยูเครน จึงไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินลงทุนในบริษัทดังกล่าว แม้ว่าเขาจะยืนยันว่าเป็นผู้สนับสนุนคริปโทฯ ตัวยงก็ตาม
แฉดีลลับแลกเปลี่ยนชิปประมวลผลความมั่นคงสูง
รายงานของ Wall Street Journal ไม่ได้ระบุเพียงแค่เรื่องตัวเงินเท่านั้น แต่ยังมีการเชื่อมโยงว่าการลงทุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในครั้งนี้ อาจเป็นข้อแลกเปลี่ยนเพื่อให้ทางเอมิเรตส์สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีชิปประมวลผลที่มีความละเอียดอ่อนสูง ซึ่งในรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ได้ระงับการส่งออกเทคโนโลยีดังกล่าวด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ สื่อใหญ่ระบุว่านี่เป็นข้อตกลงลับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนระหว่างครอบครัวผู้นำและรัฐบาลต่างชาติ
เบี่ยงประเด็นสู่การแข่งขันกับจีนและ AI
แทนที่จะชี้แจงข้อเท็จจริง ทรัมป์พยายามเปลี่ยนประเด็นไปพูดถึงความจำเป็นที่สหรัฐฯ ต้องเป็นผู้นำในด้านคริปโทเคอร์เรนซี โดยอ้างว่าหากสหรัฐฯ ไม่ทำ จีนก็จะเข้ามาเป็นผู้นำแทน เช่นเดียวกับการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ทรัมป์ยังได้หันไปขอความเห็นสนับสนุนจาก สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเบสเซนต์ก็ได้ตอบรับลูกด้วยการยกย่องทรัมป์ที่ผลักดันให้สหรัฐฯ กลายเป็นเมืองหลวงของสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านกฎหมายอย่าง GENIUS Act และ Clarity Bill เพื่อวางรากฐานให้กับอุตสาหกรรมนี้
ที่มา: yahoo

