ในวงการคริปโตที่เต็มไปด้วยความผันผวน Andrew Webley ซีอีโอของ The Smarter Web Company (SWC) บริษัทน้องใหม่ที่เพิ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน ได้ออกมาประกาศจุดยืนที่ทำเอาวงการต้องฮือฮา โดยเขายืนยันหนักแน่นว่า “ยอมตัดแขนตัวเองทิ้ง ดีกว่าต้องขาย Bitcoin ออกไป” แม้ว่าในขณะนี้บริษัทจะต้องเผชิญกับการขาดทุนทางบัญชี (Unrealized Loss) จากการถือครอง Bitcoin สูงถึงเกือบ 100 ล้านดอลลาร์ก็ตาม
คำประกาศนี้ทำให้เขาได้รับฉายาว่าเป็น “Michael Saylor แห่งอังกฤษ” ไปโดยปริยาย โดย Webley ปฏิเสธความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตสภาพคล่องที่กำลังเล่นงานบริษัทบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลรายอื่นๆ ที่กำลังตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หรือที่เปรียบเปรยว่าเป็นวิกฤต “Hotel California” คือเข้ามาแล้วออกไม่ได้
ไม่ใช่บริษัทซอมบี้! มั่นใจธุรกิจแกร่งพอเลี้ยงพอร์ต
รายงานล่าสุดจาก Tokenize Capital ชี้ให้เห็นความจริงที่น่ากลัวว่า บริษัทที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล (DATs) หลายแห่งกำลังกลายสภาพเป็น “บริษัทซอมบี้” ที่ขาดสภาพคล่องจนต้องจำใจเทขายสินทรัพย์ออกมาเพื่อหาเงินมาหมุนเวียนและจ่ายค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ซึ่งหากบริษัทเหล่านี้กลายเป็นผู้ขายที่ถูกบังคับ อาจส่งผลกระทบลูกโซ่ทำลายความเชื่อมั่นใน Bitcoin ได้
อย่างไรก็ตาม Webley โต้แย้งประเด็นนี้อย่างมั่นใจว่า SWC แตกต่างจากรายอื่น เพราะพวกเขามีธุรกิจหลักที่แข็งแกร่งและสร้างกระแสเงินสด (Cash Flow) ได้ดีพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยไม่จำเป็นต้องไปแตะต้องกองคลัง Bitcoin ที่มีมูลค่ากว่า 220 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นพอร์ตลงทุนของบริษัทมหาชนที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร
สัญญาณชีพกลับมา? MicroStrategy นำทีมฟื้นตัว
คำมั่นสัญญาของ Webley เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดเริ่มกลับมามีความหวังอีกครั้ง สอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้ที่ Bitcoin สามารถทวงคืนระดับ 70,000 ดอลลาร์กลับมาได้สำเร็จ และจ่อทำสถิติวันที่ดีที่สุดในรอบหลายปี
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลบวกทันทีต่อหุ้นกลุ่มคริปโต โดยเฉพาะหุ้นของ MicroStrategy (MSTR) ต้นแบบโมเดลการถือ Bitcoin ของโลก ที่ราคาดีดตัวขึ้นกว่า 23% ซึ่งนี่อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการฟื้นตัวสำหรับบริษัทที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล หลังจากต้องทนทุกข์กับแรงกดดันมหาศาลในช่วงที่ผ่านมา
ที่มา: u.today

