Glassnode บริษัทด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ออนเชน ล่าสุดได้ทำการรายงานว่าราคา Bitcoin ได้เข้าสู่โซนหมีดุ หรือ ขาลงอย่างลึก (Deep Bearish) อย่างเป็นทางการแล้วแต่การเทขายแบบตื่นตระหนกยังคงไม่ปรากฏขึ้น
อ้างอิงข้อมูลจากทางบริษัทระบุว่า สถานการณ์ในปัจจุบันมีความคล้ายคลึงกับภาวะฟองสบู่แตก โดยในช่วง 100 วันที่ผ่านมาราคา Bitcoin ได้ร่วงลงอย่างหนักถึง 45% จาก $110,000 เหลือเพียง $60,000 ซึ่งเป็นไปตามข้อมูลที่ปรากฏตั้งแต่ช่วงเทศกาลฮาโลวีนเมื่อปีที่ผ่านมาที่ชี้ว่าตลาดหมีกำลังจะมาถึง
ด้านนักลงทุนระยะยาว ปัจจุบันยังคงน่าเป็นห่วง โดย Glassnode ชี้ว่าตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2025 มี Bitcoin จำนวนกว่า 318,000 BTC ถูกเทขายออกมาจากหน้าเก่าเพื่อทำกำไร ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากและเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดอ่อนแอ ส่งผลทำให้แรงกดดันจากฝั่งขายยิ่งซ้ำเติมราคาของ Bitcoin แต่ข้อมูลในเดือน ธ.ค. ได้ระบุว่าแรงขายจากฝั่งนี้เริ่มมีการชะลอเล็กน้อยบ้างแล้ว
ขณะเดียวกัน ตัวชี้วัด Market Loss Level metric มาตรวัดที่ใช้ประเมิน “ระดับการขาดทุนของตลาด” หรือจุดที่ผู้ลงทุนในตลาดเริ่มได้รับความเสียหายอย่างหนัก ได้มีอัตราส่วนพุ่งขึ้นถึง 24% ที่ระดับราคา $60,000 ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าสูงกว่าเกณฑ์ตัดสินช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างตลาดกระทิงและตลาดหมีอย่างมีนัยสำคัญ
Glassnode ระบุว่า หากพิจารณาจากข้อมูลในอดีต การเทขายด้วยความตื่นตระหนกขั้นรุนแรงมักจะทำให้อัตราส่วนการขาดทุนพุ่งทะลุ 50% ขึ้นไป หมายความว่าในระยะนี้ตลาดยังไม่เข้าสู่สภาวะ ‘ยอมจำนน’ หรือจุดที่นักลงทุนถอดใจเทขายจนหมดหน้าตัก
ข้อมูลจึงบ่งชี้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการค่อย ๆ ทยอยแตกของฟองสบู่มากกว่าจะเป็นการล่มสลายลงอย่างรุนแรงและฉับพลัน
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสนใจมากว่า นับตั้งแต่ระดับราคาสูงสุดในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Bitcoin ไม่สามารถยืนอยู่เหนือ ราคาต้นทุนเฉลี่ยของกลุ่มนักลงทุนระดับท็อป 1%, 5%, 10% และ 20% ได้เลย
ณ ระดับราคา $60,000 Bitcoin ได้ร่วงลงมาต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนกลุ่มท็อป 20% (ซึ่งมีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 95,000 ดอลลาร์) ถึง 37% โดยสิ่งนี้บ่งชี้ถึงแรงกดดันทางจิตวิทยาอย่างมหาศาลต่อเหล่านักลงทุนที่เข้าซื้อในช่วงราคาที่สูง และโครงสร้างตลาดในปัจจุบันถูกมองว่ามีความคล้ายคลึงกับช่วงเดือน พฤษภาคม 2022 หรือตอนที่ Luna ล่มสลาย
ที่มา : Bitcoinsistemi
