<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

เกาหลีใต้สั่งสอบ Bithumb ด่วน เซ่นปม ‘มือลั่น’ โอน Bitcoin ผิด $4.3 หมื่นล้าน

สรุปข่าว
  • FSS เปิดสอบสวนเต็มรูปแบบ – หน่วยงานกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้ (FSS) ยกระดับการตรวจสอบ Bithumb อย่างจริงจัง หลังทำธุรกรรม Bitcoin ผิดพลาด 620,000 BTC (มูลค่า 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์)
  • เปิดโปงช่องโหว่ระบบ – เหตุการณ์นี้เผยให้เห็นว่า Bithumb สามารถสร้างและโอน Bitcoin ที่ไม่มีตัวตนได้ ทั้งที่มีสำรองจริงเพียง 46,000 BTC เท่านั้น
  • กระทบภาพลักษณ์คริปโต – นักการเมืองเกาหลีใต้เตรียมบีบกฎหมายที่เข้มงวดขึ้น พร้อมข้อเสนอจำกัดสัดส่วนถือหุ้นในเว็บเทรด 15-20%

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish ⚠️

เหตุการณ์ “กดผิด” ของ Bithumb ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความผิดพลาดทางเทคนิคธรรมดา แต่กลับเปิดโปงปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่ร้ายแรงของเว็บเทรดคริปโต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทั้งอุตสาหกรรมในระยะยาว การที่ระบบสามารถสร้าง Bitcoin เสมือนจริงได้โดยไม่มีสินทรัพย์รองรับ แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ผู้ใช้งานอาจไม่เคยรับรู้มาก่อน

วงการคริปโตเกาหลีใต้กำลังเผชิญกับวิกฤตความน่าเชื่อถือ หลังหน่วยงานกำกับดูแลการเงิน (FSS) ประกาศเปิดการสอบสวนเต็มรูปแบบต่อ Bithumb เว็บเทรดคริปโตยักษ์ใหญ่ของประเทศ ภายหลังเกิดเหตุการณ์ “มือลั่น” ที่ระบบดันโอน Bitcoin มูลค่าสูงถึง 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ให้กับผู้ใช้งานโดยไม่ตั้งใจเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่เท่านั้น แต่ยังเปิดโปงช่องโหว่ร้ายแรงในระบบบริหารความเสี่ยงของเว็บเทรดอันดับต้น ๆ ของเอเชีย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น: พนักงานพิมพ์ผิดหน่วย

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Bithumb ได้แจก Bitcoin จำนวน 620,000 BTC (ประมาณ 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์) ให้กับผู้ใช้งานหลายร้อยบัญชีโดยไม่ได้ตั้งใจ ในระหว่างแคมเปญแจกของรางวัล สาเหตุเกิดจากพนักงานพิมพ์หน่วยของรางวัลเป็น BTC แทนที่จะเป็น KRW (วอนเกาหลี)

ความผิดพลาดครั้งนี้ ทำให้ราคาคู่เทรด BTC/KRW บนแพลตฟอร์ม Bithumb ร่วงลงถึง 15% ในทันที ก่อนที่ทางเว็บเทรดจะเร่งดำเนินการกู้คืนเหรียญที่แจกผิด โดยล่าสุดระบุว่า สามารถกู้คืนได้ 99.7% ของ Bitcoin ที่แจกผิด และ 93% ของ 1,788 BTC ที่ผู้ใช้ขายออกไปแล้ว แต่ยังมีเหรียญประมาณ 125 BTC ที่ยังกู้คืนไม่ได้

Bithumb ประกาศว่า จะชดเชยผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบด้วยอัตรา 110% ของความสูญเสีย พร้อมทั้งจัดตั้งกองทุนคุ้มครองผู้ใช้งานมูลค่า 100 พันล้านวอน ประมาณ 68 ล้านดอลลาร์ และปรับปรุงระบบควบคุมภายใน

เสก Bitcoin ที่ไม่มีอยู่จริง

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดจากเหตุการณ์นี้ ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดของพนักงาน แต่เป็นความสามารถของระบบในการสร้าง และโอน Bitcoin จำนวนมหาศาลที่ไม่มีอยู่จริง

รายงานระบุว่า ขณะที่ Bithumb ส่ง Bitcoin ออกไป 620,000 BTC แต่จริง ๆ แล้วเว็บเทรดมีเหรียญสำรองอยู่เพียง 46,000 BTC เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าระบบสามารถสร้างตัวเลขบนฐานข้อมูลภายในได้โดยไม่มีสินทรัพย์จริงรองรับได้

นักการเมือง Na Kyung-won จากพรรค People Power กล่าวว่านี่ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดธรรมดา หากเว็บเทรดสามารถแก้ตัวเลขในฐานข้อมูลหลังบ้านไปมา โดยที่ไม่มีการเคลื่อนไหวจริงบนบล็อกเชนได้ นั่นหมายความว่า พวกเขาอาจกำลังขาย Bitcoin ที่ไม่ได้มีจริง ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะการแห่ถอนเงินและการล่มสลายของตลาดคริปโต

ผลกระทบต่อกฎหมายและอุตสาหกรรม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่เกาหลีใต้กำลังพยายามผลักดัน Digital Asset Basic Act กฎหมายคริปโตฉบับที่สองของประเทศ ซึ่งตอนนี้อาจได้รับผลกระทบด้านลบจากความสูญเสียความเชื่อมั่น

Choi Bo-yoon โฆษกหลักของพรรค People Power ระบุว่า การดำเนินงานของเว็บเทรดคริปโตท้องถิ่นเริ่มมีปัญหา ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นฝ่ายค้านก็ออกมาวิจารณ์ว่า เหตุการณ์นี้เผยให้เห็นช่องโหว่ร้ายแรงในระบบภายใน และการจัดการ Ledger ของเว็บเทรด

ภายหลังเหตุการณ์นี้ ฝ่ายปกครองได้ประกาศแผนการจำกัดสัดส่วนการถือหุ้นรายบุคคลในเว็บเทรดคริปโตไว้ที่ 15-20% ซึ่งข้อเสนอนี้เคยถูกคัดค้านจากอุตสาหกรรมมาก่อนว่าจะขัดขวางการเติบโต แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะได้รับแรงผลักดันมากขึ้น

นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลและฝ่ายนิติบัญญัติยังเริ่มหารือถึงมาตรการที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะกำหนดความรับผิดทางกฎหมายต่อเว็บเทรดคริปโตให้เทียบเท่ากับสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม


มุมมองผู้เขียน : เหตุการณ์นี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมคริปโตเกาหลีใต้ โดยน่าจะทำให้เกิดกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งในระยะสั้น อาจสร้างแรงกดดันต่อตลาด แต่ในระยะยาวอาจช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและปกป้องผู้ใช้งานได้ดีขึ้น 

สำหรับนักลงทุนไทย ควรติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เพราะหากเกาหลีใต้ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดคริปโตใหญ่ที่สุดในเอเชียเข้มงวดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและความเชื่อมั่นของตลาดในภูมิภาคได้เช่นกัน

ที่มา  : theblock