สรุปข่าว
- Mike Novogratz ซีอีโอ Galaxy Digital ระบุว่า ตลาดคริปโทฯก้าวเข้าสู่ช่วง “เติบโตเต็มวัย” ทำให้โอกาสทำกำไรมหาศาลแบบรวยข้ามคืนลดน้อยลง
- นักลงทุนสถาบันเริ่มเข้ามามีบทบาทแทนที่รายย่อย ส่งผลให้ความผันผวนลดลงแต่มาพร้อมกับผลตอบแทนที่สมเหตุสมผลมากขึ้น
- อุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนทิศทางจากการเก็งกำไร ไปสู่การสร้างมูลค่าจริง ผ่านสินทรัพย์ในโลกจริง (RWA) บนบล็อกเชน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
การก้าวเข้าสู่ตลาดที่มีเสถียรภาพมากขึ้นอาจทำให้ราคาบิตคอยน์ไม่มีการพุ่งทะยานแบบไร้เหตุผลเหมือนในอดีต แต่ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดความเสี่ยงจากการที่ราคาร่วงดิ่งอย่างรุนแรง การที่สถาบันการเงินเข้ามาถือครองคริปโทฯจะช่วยสร้างฐานราคาที่แข็งแกร่ง แม้จะทำให้นักล่ากำไร 100 เท่าต้องผิดหวัง แต่เป็นสัญญาณที่ดีต่อความยั่งยืนของสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาว
นักลงทุนสายซิ่งที่หวังจะเปลี่ยนเงินหลักหมื่นเป็นหลักล้านอาจต้องฟังทางนี้ เมื่อ Mike Novogratz เจ้าพ่อแห่ง Galaxy Digital ออกมาดับฝันกลางเวที CNBC Digital Finance Forum ในนิวยอร์ก โดยระบุว่า ยุคสมัยแห่งการเก็งกำไรที่ให้ผลตอบแทน 100 เท่ากำลังจะปิดฉากลง
ตลาดคริปโทฯในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ความปกติใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเม็ดเงินจากสถาบันการเงิน ซึ่งเน้นความปลอดภัย และความเสถียรมากกว่าความโลภของรายย่อย
จาก 100x สู่ผลตอบแทนที่จับต้องได้
Mike Novogratz แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า นักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ไม่ได้เข้ามาในตลาดนี้ เพื่อหวังปันผล 11% ต่อปี แต่พวกเขาเข้ามาเพราะต้องการเห็นพอร์ตโต 10 เท่า หรือ 30 เท่าภายในเวลาสั้นๆ
แต่เมื่อยักษ์ใหญ่จากวอลล์สตรีทเริ่มเข้ามาคุมเกม ภาพเหล่านั้นก็เริ่มจางหายไป การเข้ามาของกองทุน ETF และแพลตฟอร์มระดับสถาบันทำให้โครงสร้างผู้ถือครองบิตคอยน์เปลี่ยนไป จากที่เคยกระจุกตัวอยู่กับบุคคลที่ถือยาว กลายเป็นสินทรัพย์ที่ไหลเวียนอยู่ในระบบการเงินมาตรฐาน ซึ่งมักจะมีทิศทางเคลื่อนไหวล้อไปกับตลาดหุ้นมากขึ้น
บทเรียนราคาแพงและการล้างพอร์ตครั้งใหญ่
Mike Novogratz ยังได้กล่าวย้อนความหลังถึงวิกฤต FTX ในปี 2022 ที่ราคาบิตคอยน์ร่วงลงกว่า 78% ว่า เป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเสียความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ และล่าสุดเหตุการณ์การล้างพอร์ตเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2025 ที่แม้จะไม่มีตัวร้ายชัดเจนเหมือนในอดีต แต่แรงเทขายครั้งนั้นได้กวาดเหล่านักเทรดรายย่อยที่ใช้เลเวอเรจสูงออกจากตลาดไปเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ตลาดสะอาดขึ้น แต่ก็เงียบเหงาลงในแง่ของการปั่นราคา
อนาคตอยู่ที่สินทรัพย์ในโลกจริง (RWA)
ทิศทางใหม่ที่ Mike Novogratz และเหล่าผู้บริหารชื่อดังอย่าง Sergey Nazarov จาก Chainlink มองเห็นตรงกัน คือ การเติบโตของสินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกแปลงให้อยู่ในรูปแบบโทเคน (Tokenized RWA) ซึ่งจะเข้ามาแทนที่การเก็งกำไรในเหรียญที่ไม่มีพื้นฐาน
อนาคตของคริปโทฯจะถูกฝังอยู่ในโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน ที่ใช้ในการโอนเงินข้ามพรมแดน ที่รวดเร็วและถูกลง โดยมีบิตคอยน์ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (Hedge) มากกว่าเครื่องมือในการเสี่ยงโชค
ที่มา : coinpaper
มุมมองผู้เขียน : คำกล่าวของ Novogratz แม้จะดูโหดร้ายสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ที่คาดหวังผลกำไรมหาศาลในชั่วข้ามคืน แต่หากมองภาพใหญ่ นี่คือสัญญาณบวกที่บ่งบอกว่า คริปโตกำลังวิวัฒนาการไปสู่การเป็น ‘สินทรัพย์กระแสหลัก’ ที่มีเสถียรภาพ ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนกล้าใช้งานในชีวิตจริงได้มากขึ้น โดยไม่ต้องคอยนั่งวิตกกังวลกับความผันผวนของราคา

