<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ตัวเต็ง “ซาโตชิ นากาโมโตะ” เทียบชัด ทำไม Bitcoin ถึงดีกว่าทองคำ !

สรุปข่าว
  • Nick Szabo ผู้ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในตัวเต็งผู้สร้าง Bitcoin ออกมาฟันธงว่า Bitcoin เหนือกว่าทองคำชัดเจนในแง่ของ “ต้นทุนการเก็บรักษาและการตรวจสอบ” สำหรับนักลงทุนรายย่อย
  • สำหรับสถาบันการเงิน ต้นทุนของทั้งสองสินทรัพย์ยังคงสูสีกัน เนื่องจากติดปัญหาเรื่องกฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานแบบเก่าที่ธนาคารยังยึดติด ซึ่งเป็นตัวถ่วงนวัตกรรม
  • Szabo มองว่าการที่ Bitcoin ไปกองรวมกันอยู่ที่ Coinbase หรือสถาบันใหญ่เป็นเรื่องน่าอับอาย แต่เชื่อว่าเป็นเพียงช่วงเปลี่ยนผ่านชั่วคราว เพราะ Bitcoin ยังมีช่องว่างให้พัฒนาเทคโนโลยีลดต้นทุนได้อีกมาก 

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Nick Szabo เชื่อมั่นว่า Bitcoin เหนือกว่าทองคำเป็นอย่างมากสำหรับนักลงทุนรายย่อยเพราะมีต้นทุนการจัดเก็บที่ต่ำกว่า และปลอดภัยกว่า แต่สำหรับนักลงทุนสถาบันปัจจัยนี้อาจไม่สร้างข้อได้เปรียบมากนัก แต่ Szabo มองว่าหากเทคโนโลยีพัฒนามากขึ้นต้นทุนส่วนนี้จะลดลงอย่างมาก แต่เขายังคงรู้สึกอับอายกับการที่ Bitcoin ไปกระจุกตัวอยู่ในสถาบันรับฝากสินทรัพย์รายใหญ่ในขณะนี้

Nick Szabo นักเข้ารหัสยอดฝีมือที่โลกต่างยกให้เป็นตัวเต็งของผู้ที่เข้าข่ายเป็น“ Satoshi Nakamoto” มากที่สุดคนหนึ่ง ได้ออกมาเปรียบเทียบถึงสาเหตุที่ทำให้ Bitcoin เหนือกว่าทองคำท่ามกลางตลาดขาขึ้นของโลหะมีค่า

Szabo กล่าวว่า สำหรับนักลงทุนทั่วไป  Bitcoin มีข้อได้เปรียบที่สูงกว่าทองคำจริงๆ ที่จับต้องได้อย่างเห็นได้ชัด เพราะ Bitcoin นั้นมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ “ถูกกว่าเล็กน้อย” หากพิจารณาถึงเรื่องการจัดเก็บรักษาด้วยตนเอง อีกทั้งยังมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่น้อยกว่าทองคำ

นอกเหนือจากนี้ ระยะเวลาที่ใช้ในการโอนย้ายทำธุรกรรมของ Bitcoin ยังทั้งเร็วกว่าและถูกกว่าเป็นอย่างมาก เพราะต้นทุนส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขนย้ายและการตรวจสอบทองคำจริง มีความยุ่งยากและสิ้นเปลืองมากกว่า เมื่อเทียบกับกระบวนการตรวจสอบทางดิจิทัลบนเครือข่าย Bitcoin

กลับกัน หากเป็นมุมมองของนักลงทุนสถาบัน สินทรัพย์ทั้งสองจะไม่มีความแตกต่างกันมากและมีความสมดุลมากกว่าที่คิด โดย Szabo ให้ข้อสังเกตว่า ประเด็นเรื่องความไว้วางใจและการควบคุมในการจัดเก็บ Bitcoin ระดับสถาบัน นั้นเป็นตัวจำกัดข้อได้เปรียบด้านต้นทุน ดังนั้น สำหรับสถาบันแล้ว Bitcoin จึงไม่ได้ถูกกว่าหรือแพงกว่าทองคำอย่างมีนัยสำคัญ

Szabo กล่าวเสริมว่า ในกระบวนการดูแลรักษาทรัพย์สินขององค์กร ปัจจัยต่าง ๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐานด้านความเชื่อมั่น, กฎระเบียบข้อบังคับ และการควบคุมการดำเนินงาน คือปัจจัยหลักที่เป็นตัวกำหนดต้นทุน

อย่างไรก็ดี Szabo มองว่า ต้นทุนการเก็บรักษา Bitcoin จะลดลงอย่างมหาศาลทั้งในฝั่งของนักลงทุนรายย่อยและสถาบัน ตามระดับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น แต่ตอนนี้เทคโนโลยีดังกล่าวยังเติบโตได้ไม่เต็มที่ ยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างแพร่หลาย และจำเป็นต้องมีกลไกสนับสนุนที่แตกต่างไปจากโครงสร้างความเชื่อมั่นในระดับสถาบันที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง

Szabo ระบุชัดเจนว่าธนาคารต่างๆ และสถาบันในวอลล์สตรีท ที่คุ้นชินกับระบบการจัดเก็บแบบรวมศูนย์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ถ่วงรั้งการพัฒนาและการเปลี่ยนผ่านของ Bitcoin

แม้ทองคำจะมีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 6,000 ปี แต่ทองคำมีช่องว่างในการพัฒนาน้อยมากในด้านของการลดต้นทุนการจัดเก็บและตรวจสอบ ขณะที่ Bitcoin มีศักยภาพที่สูงกว่ามากเชิงนวัตกรรม 

เขากล่าวปิดท้ายว่า การที่ Bitcoin ไปกระจุกตัวอยู่ในสถาบันรับฝากสินทรัพย์รายใหญ่นับว่าเป็น “การรวมศูนย์ที่น่าอับอาย” โดยอธิบายว่าการกระจุกตัวนี้โดยเฉพาะใน Coinbase เป็นเพียงแค่สิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราวในกระบวนการเติบโตของ Bitcoin เท่านั้น ส่วนทองคำก็จะยังคงเป็นทองคำที่ถูกเก็บไว้ในห้องนิรภัยต่อไปไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิม

ที่มา : Bitcoinsistemi 


มุมมองผู้เขียน : ความเห็นของ Nick Szabo อาจไม่ได้ส่งผลกระทบนักต่อนักลงทุนที่เป็นรายย่อยจริงๆ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วนักเทรดน่าจะมีการจัดเก็บ Bitcoin ไว้กับเว็บเทรดมากกว่าเก็บไว้กับตัว ทำให้ข้อโต้แย้งของเขาไม่มีน้ำหนักเท่า เมื่อเทียบกับประเด็นเรื่องความเร็วในการโอนย้ายสินทรัพย์ที่เห็นผลชัดเจนกว่าทองคำ