<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Bitcoin ร่วงยับ กลับมาแตะ $65,000! เซ่นพิษหุ้นเทคดิ่ง-ความกลัว AI แย่งงาน

สรุปข่าว
  • Bitcoin ร่วงกลับลงมาแตะระดับ $65,000 (ประมาณ 2.08 ล้านบาท) คืนกำไรที่เพิ่งทำได้เหนือ $70,000 ไปจนหมดเกลี้ยง พร้อมลาก Ethereum และ Solana ร่วงตามลงมา 2%
  • หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ถล่มหนัก กองทุน IGV ดิ่ง 3% และลบไปแล้ว 21% นับตั้งแต่ต้นปี เหตุนักลงทุนกลัว AI Agents จะมาแย่งงานโปรแกรมเมอร์ ทำให้หุ้นซอฟต์แวร์มีราคาแพงเกินจริง
  • แม้แต่ทองคำและเงินก็ไม่รอด โลหะเงินดิ่งนรกแตก 10.3% ลงมาที่ $75.08 ต่อออนซ์ (ประมาณ 2,403 บาท) ส่วนทองคำร่วง 3.1% มาอยู่ที่ $4,938 ต่อออนซ์

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

การร่วงครั้งนี้ส่งสัญญาณลบ ชี้ชัดว่า Bitcoin ยังผูกติดกับหุ้นซอฟต์แวร์ที่กำลังกังวลเรื่อง AI สอดคล้องกับที่ Jim Bianco มองว่า BTC คือ ‘Programmable Money’ จึงร่วงตามกัน แม้แต่ทองและเงินยังถูกเทขายหนักเพื่อถือเงินสด การที่ BTC ร่วงจาก $70,000 เหลือ $65,000 สะท้อนแรงซื้อที่อ่อนแอและมีความเสี่ยงจะลงไปทดสอบแนวรับ $63,000-$64,000 คาดว่าระยะสั้น 1-2 สัปดาห์นี้ตลาดจะผันผวนสูง ควรบริหารความเสี่ยงให้ดี

ตลาดคริปโตกลับมาเผชิญแรงกดดันอีกครั้ง โดย Bitcoin ร่วงลงมาแตะระดับ $65,000 (ประมาณ 2.08 ล้านบาท) คืนกำไรที่เพิ่งทำได้เหนือ $70,000 ไปจนหมดเกลี้ยง

การร่วงครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับความอ่อนแอของภาคเทคโนโลยีในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มซอฟต์แวร์ที่กำลังถูกกดดันหนักจากความกลัวว่า AI จะมาแย่งงาน

ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา Bitcoin ร่วงลง 2% มาอยู่ที่ประมาณ $65,000 โดยลาก Ethereum มาที่ $1,916 (ประมาณ 61,312 บาท) และ Solana ที่ $76.98 (ประมาณ 2,463 บาท) ร่วงตามลงมาในอัตราใกล้เคียงกัน

หุ้นซอฟต์แวร์พังหนัก นักลงทุนกลัว AI แย่งงาน

การร่วงลงของคริปโตครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับดัชนี Nasdaq ที่ปรับตัวลดลง 2% โดยกลุ่มซอฟต์แวร์ได้รับผลกระทบหนักที่สุด กองทุน iShares Expanded Tech-Software Sector ETF (IGV) ดิ่งลง 3% ในวันเดียว และถ้านับตั้งแต่ต้นปีก็ลบไปแล้วถึง 21%

สาเหตุหลักมาจากนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามกับมูลค่าหุ้นกลุ่มนี้ว่าแพงเกินจริงหรือไม่ ในยุคที่ AI Agents หรือตัวแทน AI อัจฉริยะเริ่มเขียนโค้ดได้เก่งขึ้นแบบก้าวกระโดด ทำให้เกิดความกังวลว่าบริษัทซอฟต์แวร์อาจได้รับผลกระทบเชิงลบ เพราะ AI สามารถทำงานโปรแกรมเมอร์ได้บางส่วนแล้ว

นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากข่าวที่ Anthropic ประกาศเครื่องมือ AI Agent ที่สามารถทำงานด้านกฎหมาย การวิเคราะห์ข้อมูล การเงิน และการขายได้อัตโนมัติเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทำให้นักลงทุนเริ่มกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับอนาคตของบริษัทซอฟต์แวร์

Jim Bianco ชี้ Bitcoin คือซอฟต์แวร์รูปแบบหนึ่ง

Jim Bianco นักกลยุทธ์มหภาคชื่อดังจาก Bianco Research ออกมาให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า “หุ้นซอฟต์แวร์กำลังดิ้นรนอย่างหนัก กองทุน IGV ลงมาแตะจุดต่ำสุดเดิมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่สำคัญคือมีคนบอกว่าคริปโตคือ ‘Programmable Money’ หรือเงินที่เขียนโปรแกรมได้ ถ้าอย่างนั้น Bitcoin ก็ควรจะเทรดเหมือนหุ้นซอฟต์แวร์ และกราฟก็แสดงให้เห็นว่ามันเป็นแบบนั้นจริง ๆ”

เขาตั้งคำถามต่อว่า “ในยุคของ AI Agents ที่กำลังทำลาย SaaS หรือธุรกิจซอฟต์แวร์บริการ และทุบหุ้นซอฟต์แวร์ ‘Programmable Money’ หรือคริปโตจะต้องเจอชะตากรรมเดียวกันไหม”

คำพูดนี้อธิบายได้ว่าทำไม Bitcoin จึงร่วงตามหุ้นเทคโนโลยี เพราะในมุมมองของนักลงทุนหลายคน คริปโตก็คือซอฟต์แวร์รูปแบบหนึ่ง และถ้าหุ้นซอฟต์แวร์ถูกกดดัน คริปโตก็จะร่วงตามไปด้วย

ทองคำ-เงิน ไม่รอด! ถูกเทขายท้ายตลาด

สิ่งที่น่าตกใจคือไม่ใช่แค่คริปโตและหุ้นเทคโนโลยีเท่านั้นที่ร่วง แม้แต่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและโลหะเงินที่ทำท่าจะดีมาตลอดทั้งวันก็มาโดนทุบร่วงหนักในช่วงบ่าย

โลหะเงินดิ่งนรกแตกถึง 10.3% ลงมาอยู่ที่ $75.08 ต่อออนซ์ (ประมาณ 2,403 บาท) ส่วนทองคำร่วงลง 3.1% มาอยู่ที่ $4,938 ต่อออนซ์ (ประมาณ 158,000 บาท) โดยนักวิเคราะห์จาก OANDA ระบุว่าตลาดโลหะเกิด “flash crash” หรือการพังฉับพลันจากการขายออกครั้งใหญ่

ที่น่าสนใจคือข่าวออกมาภายหลังว่าสาเหตุของการขายทิ้งครั้งใหญ่มาจากการที่นายกรัฐมนตรี Netanyahu ของอิสราเอลยืนยันว่าประธานาธิบดี Trump ต้องการหาข้อตกลงกับอิหร่าน ทำให้ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ลดลง และนักลงทุนเทขายทองคำและเงินที่ซื้อไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยง

นอกจากนี้ CME Group ยังประกาศเพิ่ม margin requirements หรือเงินมัดจำสำหรับการซื้อขายทองคำและเงินในตลาดฟิวเจอร์สหลังจากเห็นความผันผวนรุนแรง โดย margin ของทองคำเพิ่มจาก 6% เป็น 8% ส่วนเงินเพิ่มจาก 11% เป็น 15% ซึ่งทำให้นักลงทุนที่ใช้เลเวอเรจต้องเทขายเพื่อปิดสถานะ

ตลาดอยู่ในโหมด “Extreme Fear”

ตามข้อมูลจาก CoinGlass ตัวชี้วัด Crypto Fear & Greed Index หรือดัชนีความกลัวและความโลภในตลาดคริปโตอยู่ที่ 6 คะแนน ซึ่งบ่งบอกว่านักเทรดอยู่ในสภาวะ “กลัวอย่างสุดขีด” (extreme fear)

ความกลัวนี้เกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน ทั้งความกดดันจากหุ้นเทคโนโลยี ความกังวลเรื่อง AI ที่จะมาแทนที่งานมนุษย์ และการที่ Bitcoin เคยพุ่งสูงถึง $126,000 เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว แต่ตอนนี้ร่วงมาเหลือแค่ $65,000 หรือลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง


ในความเห็นของผู้เขียน สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างน่ากังวลสำหรับตลาดคริปโต เพราะ Bitcoin แสดงให้เห็นชัดเจนว่ายังคงผูกโยงแน่นกับหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มซอฟต์แวร์ ที่น่าติดตามคือความกลัวเรื่อง AI ที่จะมาแย่งงานโปรแกรมเมอร์นี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะถ้า AI Agents ทำงานได้ดีจริง บริษัทซอฟต์แวร์หลายแห่งอาจต้องปรับตัวอย่างหนัก และหุ้นก็จะถูกกดดันต่อเนื่อง ซึ่งจะฉุดคริปโตไปด้วย ในระยะสั้น 1-2 สัปดาห์ คาดว่า Bitcoin จะยังผันผวนและมีความเสี่ยงทดสอบแนวรับที่ $63,000-$64,000 หรืออาจต่ำกว่านั้นถ้าแรงขายยังคงมีอยู่ ที่น่าสนใจคือแม้แต่ทองคำและเงินที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยยังถูกขายทิ้ง แสดงว่านักลงทุนกำลังเทขายทุกอย่างเพื่อหาสภาพคล่อง สำหรับนักลงทุน ช่วงนี้ควรระมัดระวัง ลดความเสี่ยง และรอดูว่าตลาดจะหาพื้นได้ที่ไหน ก่อนจะพิจารณาเข้าซื้อใหม่

ที่มา: CoinDesk,OANDA MarketPulse,TheStreet Crypto