<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ตลาดคริปโตเวียดนามเลือดนอง! นักลงทุน 17 ล้านคนกระอัก ขาดทุนยับเซ่นวิกฤตขาลง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • เวียดนามซึ่งมีนักลงทุนคริปโตกว่า 17 ล้านคน กำลังเผชิญวิกฤตหนักหลังราคา Bitcoin ร่วงลงเกือบครึ่งจากจุดสูงสุด  
  • สตาร์ทอัพในประเทศได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ หลายแห่งต้องปิดกิจการหรือเลิกจ้างพนักงานเพื่อความอยู่รอด
  • รัฐบาลเร่งจัดระเบียบตลาดจากยุค Wild West สู่ระบบที่มีกฎหมายรองรับ แต่ความไม่ชัดเจนยังทำให้นักลงทุนกังวล

แนวโน้มตลาด : Bearish

เวียดนามเคยถูกยกย่องว่าเป็นประเทศที่ยอมรับคริปโตฯ มากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แต่วันนี้ภาพจำนั้นกำลังพังทลายลง เมื่อ Crypto Winter กวาดล้างพอร์ตของนักลงทุนรายย่อยหลายล้านคนจนแทบไม่เหลือ ขณะที่สตาร์ทอัพบล็อกเชนทยอยปิดตัวและเลิกจ้างพนักงาน ท่ามกลางกฎหมายใหม่ที่ออกมาแต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะบังคับใช้ยังไง

ภาพฝันของนักลงทุนคริปโตในเวียดนามกำลังพังทลายลงอย่างช้า ๆ เมื่อตลาดหมีเข้าปกคลุมประเทศที่มีอัตราการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก 

จากข้อมูลล่าสุดระบุว่า เวียดนามมีผู้ถือครองคริปโตมากถึง 17 ล้านคน เป็นรองเพียงแค่อินเดีย สหรัฐอเมริกา และปากีสถาน แต่ตัวเลขผู้ใช้งานมหาศาลนี้กำลังกลายเป็นเหมือนดาบสองคม เมื่อราคา Bitcoin ร่วงลงเกือบ 50% จากจุดสูงสุดที่ 126,000 ดอลลาร์เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน ส่งผลให้ทั้งรายย่อยและสตาร์ทอัพต้องเผชิญกับฤดูหนาวที่โหดร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

บทเรียนราคา 7 ล้านของนักศึกษาหนุ่มชาวเวียดนาม

เรื่องราวของ ฮว่าง เล นักศึกษาวิทยาการคอมพิวเตอร์วัย 23 ปี เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของวิกฤตครั้งนี้ เขาเริ่มต้นเส้นทางเทรดเดอร์จากหอพักมหาวิทยาลัยในฮานอย ท่ามกลางกระแสฟูเฟื่องที่เพื่อนฝูงต่างทำกำไรกันเป็นกอบเป็นกำ พอร์ตการลงทุนของเขาเคยเติบโตไปแตะระดับ 200,000 ดอลลาร์ (6-7 ล้านบาท) หรือคิดเป็น 50 เท่าของตัวเลขรายได้เฉลี่ยคนเวียดนามต่อปี

ทว่าความหอมหวานนั้นกลับอยู่ได้ไม่นาน เมื่อตลาดคริปโตฯ ถล่มมูลค่าสินทรัพย์ของเขากลับกลายเป็นศูนย์ เล เปิดใจว่าความเจ็บปวดครั้งนี้ถือ เป็นบทเรียนราคาแพง ในช่วงที่กราฟพุ่งทะยาน ความโลภทำให้ทุกคนหน้ามืดตามัวจนลืมดูพื้นฐานความเป็นจริง

สตาร์ทอัพกระอัก เลย์ออฟ-ปิดกิจการเกลื่อน

ไม่ใช่แค่นักลงทุนรายย่อยที่เจ็บตัว ภาคธุรกิจเองก็เลือดสาดไม่ต่างกัน ราคา Bitcoin ที่ร่วงลงกว่าครึ่งจากจุดสูงสุด 126,000 ดอลลาร์เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ สตาร์ทอัพคริปโตเวียดนามตั้งแต่ NFT ยันแพลตฟอร์มกู้ยืม 

ด้าน เจิ่น ซวน เตียน ผู้ร่วมก่อตั้ง Ninety Eight แพลตฟอร์มชื่อดัง ยอมรับว่าบริษัทจำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงานไปแล้วเกือบ 1 ใน 3 ตั้งแต่ปี 2025 และมองว่าตลาดจะยังคงซบเซาไปอีกเป็นปี ไม่ใช่แค่ไม่กี่เดือน ทำให้ต้องวางแผนสำรองเงินทุนไว้เพื่อความอยู่รอดของบริษัท

กฎหมายใหม่กับความไม่ชัดเจนที่ยังคงอยู่

ยุคสมัยแห่งความไร้ระเบียบแบบ Wild West ที่เต็มไปด้วยแชร์ลูกโซ่และโปรเจกต์ลวงโลกกำลังจะจบลง ภายใต้การนำของ โต เลิม ผู้นำสูงสุดที่เน้นการปฏิรูปเศรษฐกิจ เวียดนามเริ่มหันมายอมรับและกำกับดูแลอุตสาหกรรมนี้อย่างเป็นทางการ โดยมีการผ่านกฎหมายรับรองสินทรัพย์ดิจิทัลและเริ่มโครงการนำร่องให้นิติบุคคลสามารถออกโทเคนได้

ถึงกระนั้น ความคลุมเครือในทางปฏิบัติยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่ บริษัทชั้นนำหลายแห่งยังเลือกที่จะไปจดทะเบียนในสิงคโปร์หรือดูไบเพื่อความปลอดภัยทางกฎหมาย มากกว่าจะเสี่ยงกับกฎระเบียบในบ้านเกิดที่ยังไม่นิ่ง ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติที่เคยตาลุกวาวกับผลตอบแทน 400-500% เริ่มตระหนักแล้วว่า พวกเขาอาจเสียเงินต้นทั้งหมดไปกับการลงทุนกับโปรเจกต์ที่ไร้พื้นฐานในเวียดนาม


มุมมองของผู้เขียน: เวียดนามคือภาพสะท้อนความน่ากลัวของตลาดที่โตเร็วเกินไป และดันโคจรมาเจอกับ Crypto Winter แบบเต็มๆ คนที่รอดส่วนใหญ่คือ คนที่ศึกษาหาความรู้มาเป็นอย่างดี ส่วนคนที่เข้ามาตามกระแส โดยไม่ได้ศึกษาให้ดีก่อน ก็จะได้รับบทเรียนไปแบบเดียวกับ ฮว่าง เล