<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Kevin O’Leary เตือน! ปัญหาควอนตัมอาจใหญ่กว่าที่คิด ทำสถาบันไม่กล้าทุ่มงบซื้อ Bitcoin เกิน 3%

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Kevin O’Leary นักลงทุนชื่อดังจากรายการ Shark Tank ยืนยันยังถือ Bitcoin อยู่ แม้ตลาดร่วงแรง พร้อมเผยว่าสถาบันการเงินมองเห็นแล้วว่าในตลาดคริปโทฯ มีแค่ Bitcoin และ Ethereum เท่านั้นที่น่าลงทุน
  • “ควอนตัมคอมพิวเตอร์” กลายเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ทำให้สถาบันยังไม่กล้าทุ่มหมดหน้าตัก เพราะกลัวระบบความปลอดภัยถูกเจาะในอนาคต
  • ตราบใดที่ยังไม่มีทางแก้ไขเรื่องควอนตัมที่ชัดเจน สถาบันการเงินจะจำกัดวงเงินลงทุนไว้สูงสุดไม่เกิน 3% ของพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยง

ชาร์ค Kevin O’Leary ยืนยันว่า เขายังคงถือ Bitcoin อยู่ แม้ราคาจะดิ่งลงกว่า 50% ก็ตาม โดยเขาชี้ให้ว่า ตอนนี้สถาบันการเงินรายใหญ่เริ่มคิดได้แล้วว่า ถ้าต้องการผลตอบแทนระดับ 90% ในโลกคริปโทที่ผันผวนสูง มีเพียง Bitcoin และ Ethereum เท่านั้นที่เป็น “ของจริง” ส่วนเหรียญอื่นๆ ที่เหลือแทบไม่อยู่ในสายตา

Kevin O’Leary นักธุรกิจชื่อดังจากรายการ Shark Tank ออกมาเปิดประเด็นที่ทำให้นักลงทุนคริปโทฯ ต้องหยุดคิด เมื่อเขามองว่า ความกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์กำลังเป็นกำแพงกั้นสำคัญ ที่ทำให้สถาบันการเงินไม่กล้าเพิ่มสัดส่วนการถือครอง Bitcoin มากไปกว่าที่เป็นอยู่ ความเสี่ยงที่เคยเป็นเพียงทฤษฎีเริ่มส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจโยกย้ายเงินทุนจริงแล้วในขณะนี้

O’Leary ชี้ให้เห็นว่า หลังจากที่ตลาดคริปโทฯ พังลงในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เหรียญจำนวนมากดิ่งลง 80–90% และจนถึงวันนี้ก็ยังไม่ฟื้น นั่นคือช่วงเวลาที่สถาบันเริ่มคิดได้แล้วว่า หากต้องการผลตอบแทนระดับ 90% ในตลาดนี้ พวกเขาไม่จำเป็นต้องเสี่ยงกับทุกเหรียญ ขอแค่มี Bitcoin และ Ethereum เท่านั้น ส่วนที่เหลือก็เป็นเพียงเหรียญของเล่นที่ถูกขายทิ้งไปตามๆ กัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขากังวลมากกว่าความผันผวนของราคาคือ ภัยคุกคามระยะยาวจาก “ควอนตัมคอมพิวเตอร์” ซึ่งในเชิงทฤษฎีมีศักยภาพพอจะเจาะระบบการเข้ารหัสของ Bitcoin ได้ในอนาคต แม้วันนี้มันยังไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง แต่สำหรับสถาบันที่ต้องรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น ความไม่แน่นอนเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ ตราบใดที่อุตสาหกรรมยังไม่มีทางแก้ที่ชัดเจนและพิสูจน์ได้ การจัดสรรเงินทุนเข้าสู่ Bitcoin ของสถาบันเหล่านี้คงจะไม่ขยับเกินเพดาน 3% อย่างแน่นอน พวกเขาจะยังคงรักษาวินัยการลงทุนและรอความชัดเจน ซึ่ง O’Leary ย้ำว่านี่คือความจริงที่ตลาดต้องยอมรับ

สัญญาณเทขายจากความกังวล

นี่ไม่ใช่แค่คำเตือนลอย ๆ แต่มีการลงมือทำจริงแล้ว โดย Christopher Wood หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตราสารทุนระดับโลกของ Jefferies ได้ตัดสินใจตัดสัดส่วน Bitcoin ออกจากพอร์ตโฟลิโอ โดยอ้างเหตุผลเรื่องความก้าวหน้าของควอนตัมที่อาจทำลายสถานะ Store of Value ของ Bitcoin โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนระยะยาวกลุ่มกองทุนบำนาญ

สอดคล้องกับ Willy Woo และ Charles Edwards นักวิเคราะห์ชื่อดังที่มองว่า ความกังวลเรื่องนี้อาจเป็นสาเหตุเบื้องหลังที่ทำให้ Bitcoin หยุดสถิติการทำผลงานชนะทองคำที่ต่อเนื่องมา 12 ปี และเป็นปัจจัยเร่งให้นักลงทุนลดความเสี่ยงในช่วงที่ผ่านมา

BIP 360: เกราะป้องกันใหม่ที่นักพัฒนา Bitcoin เตรียมไว้

ฝั่งนักพัฒนาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ล่าสุดมีการนำเสนอ Bitcoin Improvement Proposal 360 หรือ BIP 360 เข้าสู่สารบบ GitHub อย่างเป็นทางการ แม้จะยังไม่ถูกกำหนดวันใช้งานจริง แต่ถือเป็นก้าวแรกของการเตรียมพร้อมของ Bitcoin

ข้อเสนอนี้แนะนำรูปแบบ Output ใหม่ที่เรียกว่า Pay-to-Merkle-Root (P2MR) ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดจุดอ่อนของ Taproot เดิมที่อาจเปิดเผย Public Key ในลักษณะที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตีจากควอนตัม การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยซ่อน Public Key ไว้จนกว่าจะมีการใช้จ่ายจริง ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกเจาะระบบในอนาคต


มุมมองผู้เขียน: อย่างที่ทุกคนรู้กันดี ตลาดรอบนี้ถูกขับเคลื่อนโดยนักลงทุนสถาบัน ไม่ใช่รายย่อยเหมือนรอบที่แล้วๆ มา สิ่งที่ O’Leary พูดออกมาอาจช่วยให้นักลงทุนเข้าใจมุมมองของนักลงทุนสถาบันที่มีต่อ Bitcoin ในตอนนี้ได้ดีขึ้น

ที่มา:beincrypto