<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

วาฬใหม่หน้าซีด! ติดดอย Bitcoin ยับ 22% ขณะที่วาฬเก่ายังกำไรอื้อซ่า

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กลุ่มวาฬระยะสั้นแบกรับการขาดทุนทางบัญชีถึง 22% โดยมีต้นทุนเฉลี่ยสูงถึง 88,494 ดอลลาร์ ในขณะที่วาฬเก่ายังกำไรสบาย ๆ ที่ต้นทุน 41,626 ดอลลาร์
  • อัตราส่วนการโอนเหรียญเข้า Binance ของวาฬพุ่งสูงขึ้น บ่งบอกถึงความต้องการขายที่เพิ่มขึ้น โดยมีรายงานการโอนย้ายกว่า 10,000 BTC จากวาฬรายใหญ่
  • ข้อมูล NUPL ชี้ว่าตลาดยังไม่ถึงจุดยอมแพ้ของวาฬระยะยาว ซึ่งในอดีตมักเป็นสัญญาณของจุดต่ำสุดจริง จึงมีความเป็นไปได้ที่ราคาอาจต้องลงไปลึกกว่านี้

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

ปัจจัยกดดันจากการขาดทุนของวาฬใหม่และการโอนเหรียญเข้ากระดานเทรดเพื่อเตรียมขาย ประกอบกับสถิติในอดีตที่ชี้ว่าตลาดยังไม่ถึงจุดยอมแพ้ ทำให้มีความเสี่ยงที่ราคาจะปรับตัวลงต่อได้ในระยะสั้น

สถานการณ์ของ Bitcoin ในขณะนี้กำลังสร้างความกดดันอย่างหนักให้กับกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่หน้าใหม่ หรือที่เรียกกันว่าวาฬหน้าใหม่ โดยราคา Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 68,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้ช่องว่างความได้เปรียบระหว่างวาฬหน้าใหม่ที่เพิ่งกระโดดเข้าตลาดกับวาฬรุ่นเก๋าที่ถือครองมานานเริ่มขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดคำถามสำคัญตามมาว่า วาฬกลุ่มใหม่เหล่านี้จะยังคงกัดฟันสะสมเหรียญต่อไปไหวหรือไม่ หรือวาฬรุ่นเก๋าจะเป็นฝ่ายชิงเทขายทำกำไรออกมาเสียก่อน

แม้ราคา Bitcoin ในวันอังคารจะยังคงประคองตัวสะสมพลังอยู่แถวๆ 68,000 ดอลลาร์ แต่การที่ราคาไม่สามารถดีดตัวกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับนี้ได้เสียที อาจกลายเป็นปัจจัยลบที่กระตุ้นให้เกิดแรงเทขายระลอกใหม่จากกลุ่มผู้ถือครองรายใหญ่รุ่นใหม่เหล่านี้ได้ เพราะในขณะที่วาฬระยะยาวยังคงนั่งทับกำไรก้อนโตอย่างสบายใจ วาฬระยะสั้นกลับต้องแบกรับการขาดทุนทางบัญชีอยู่อย่างมหาศาล ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าแรงกดดันนี้อาจส่งผลกระทบลูกโซ่ต่อราคา Bitcoin ท่ามกลางสัญญาณทางเทคนิคอื่นๆ ที่ยังบ่งชี้ว่าเป็นขาลง

วาฬหน้าใหม่แบกขาดทุนหลังแอ่น

นักวิเคราะห์ตลาด Carmelo Alemán ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า กระเป๋าเงินที่ถือครอง Bitcoin ตั้งแต่ 1,000 ถึง 10,000 BTC ซึ่งควบคุมปริมาณเหรียญรวมกันกว่า 4.48 ล้าน BTC นั้น มีสัดส่วนการถือครองที่น่าตกใจ โดยแบ่งเป็นของวาฬระยะสั้นราว 1.28 ล้าน BTC หรือคิดเป็น 28.7% ในขณะที่ส่วนใหญ่กว่า 3.19 ล้าน BTC หรือ 71.3% นั้นอยู่ในมือของวาฬระยะยาว

จุดที่น่ากังวลคือความแตกต่างของต้นทุนราคาเฉลี่ยที่ห่างกันราวฟ้ากับเหว วาฬระยะสั้นมีต้นทุนเฉลี่ยสูงถึง 88,494 ดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่า ณ ราคาปัจจุบัน พวกเขากำลังขาดทุนทางบัญชีหรือติดดอยอยู่ถึง 22% ในทางตรงกันข้าม วาฬระยะยาวมีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 41,626 ดอลลาร์ ทำให้พวกเขายังคงมีกำไรตุนไว้สูงถึง 65%

Alemán อธิบายเพิ่มเติมว่า ความไม่สมดุลนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าผู้ที่กำลังเดือดร้อนหนักคือวาฬหน้าใหม่ ในขณะที่เงินทุนเก่าของวาฬรุ่นเก๋ายังมีกำไรเป็นเกราะป้องกันที่หนาแน่น อย่างไรก็ตาม แม้วาฬระยะสั้นจะขาดทุนหนัก แต่ก็ยังไม่มีการเทขายออกมาอย่างรุนแรงนับตั้งแต่ Bitcoin ทำจุดสูงสุดที่ 126,000 ดอลลาร์เมื่อเดือนตุลาคม 2025 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความอึดของผู้ถือกลุ่มนี้ โดยระดับราคาสำคัญที่ต้องจับตาคือ 41,626 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นต้นทุนของวาฬระยะยาว ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือจุดนี้ได้ ก็ถือว่าตลาดยังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนมือของเหรียญมากกว่าการพังทลายของโครงสร้างราคา

สัญญาณอันตรายจากการโอนเข้า Binance

นอกจากเรื่องต้นทุนแล้ว อีกหนึ่งสัญญาณเตือนภัยที่ต้องระวังคืออัตราส่วนการไหลเข้าของวาฬสู่ Binance หรือ Whale Inflow Ratio ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ดูสัดส่วนยอดฝาก Bitcoin 10 อันดับแรกเทียบกับยอดฝากทั้งหมด ข้อมูลพบว่าตัวเลขนี้ได้ปรับตัวสูงขึ้นจาก 0.4 เป็น 0.62 ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ การเพิ่มขึ้นของอัตราส่วนนี้มักตีความได้ว่า วาฬกำลังเตรียมพร้อมที่จะเทขายเหรียญออกมา

นักวิเคราะห์คริปโตชื่อ Darkfost ระบุว่า ส่วนหนึ่งของการไหลเข้าที่ผิดปกตินี้เชื่อมโยงกับวาฬระดับบิ๊กที่เรียกว่า Hyperunit ซึ่งคาดว่าเป็น Garrett Jin ที่ได้ทำการโอน Bitcoin จำนวนมหาศาลเกือบ 10,000 BTC เข้าสู่ Binance ซึ่งการขยับตัวของวาฬระดับนี้ย่อมสร้างแรงกระเพื่อมให้ตลาดต้องระมัดระวังตัว

ตลาดยังไม่ถึงจุดต่ำสุด?

ในขณะเดียวกัน ข้อมูลทางเทคนิคอื่น ๆ ก็เริ่มส่งสัญญาณเตือน โดยดัชนี SOPR ของผู้ถือระยะยาวได้ลดลงต่ำกว่า 1 ซึ่งหมายความว่าเริ่มมีการขายเหรียญออกไปในราคาที่ขาดทุนบ้างแล้ว แต่เมื่อดูภาพรวมรายปี ความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มนี้ยังคงแข็งแกร่ง

นอกจากนี้ Joao Wedson ผู้ก่อตั้ง Alphractal ได้ชี้ให้เห็นว่า ดัชนี NUPL ซึ่งวัดกำไรขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของผู้ถือระยะยาว ยังคงเป็นบวกอยู่ที่ 0.36 ซึ่งจากสถิติในอดีต จุดต่ำสุดของวัฏจักรตลาดหมีมักจะเกิดขึ้นหลังจากที่ค่านี้ติดลบ นั่นหมายความว่า Bitcoin อาจจำเป็นต้องร่วงลงไปลึกกว่านี้อีก เพื่อบีบให้เกิดการยอมจำนนหรือ Capitulation ในกลุ่มวาฬระยะยาว ก่อนที่ตลาดจะสามารถกลับตัวเป็นขาขึ้นได้อย่างแท้จริง


ในมุมมองส่วนตัวของผู้เขียน สถานการณ์นี้เปรียบเสมือนระเบิดเวลาลูกใหญ่ การที่วาฬหน้าใหม่ติดดอยสูงถึง 88,000 ดอลลาร์ นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เพราะถ้าเรามองย้อนไปว่าจุดสูงสุดคือ 126,000 ดอลลาร์ ตอนนี้มูลค่าหายไปมหาศาล ความอดทนของคนย่อมมีขีดจำกัด ยิ่งเห็นวาฬเก่าทุนต่ำ ๆ ยังชิลได้ มันยิ่งกดดันจิตวิทยาตลาด

ถ้าหากวาฬใหม่เริ่มถอดใจเทขายออกมาเมื่อไหร่ เราอาจได้เห็นโดมิโนเอฟเฟกต์ที่พาราคารูดลงไปทดสอบแนวรับลึก ๆ ได้เลย และสัญญาณการโอนเหรียญหมื่นกว่า BTC เข้า Binance ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ ๆ ใครที่เล็งจะช้อนซื้อช่วงนี้อาจต้องใจเย็น ๆ รอดูสัญญาณการกลับตัวที่ชัดเจนกว่านี้ก่อน ดีกว่าเข้าไปรับมีดที่กำลังร่วง

ที่มา: cointelegraph