สรุปบทความ
- Tom Basso ตำนานผู้จัดการกองทุนที่บริหารเงินกว่า 2 หมื่นล้านบาท พิสูจน์แล้วว่า การเทรดให้รวยไม่จำเป็นต้องเฝ้าจอทั้งวัน แต่ใช้เวลาเพียง 12-20 นาทีเท่านั้นก็เพียงพอ
- ความสำเร็จเกิดจากการนำวิธีคิดแบบวิศวกรมาประยุกต์ใช้ สร้างระบบเทรดที่ตัดอารมณ์ออกไป เน้นทำซ้ำได้เหมือนเครื่องจักร
- หัวใจสำคัญไม่ใช่กราฟเทคนิคแพรวพราว แต่คือ จิตวิทยา และ การบริหารหน้าตัก เพื่อให้ยืนหยัดอยู่ในตลาดได้ยาวนานที่สุด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
Tom Basso คือตำนานพ่อมดตลาดหุ้นที่บริหารพอร์ตกว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่เขากลับใช้เวลาเทรดเพียงวันละ 12-20 นาทีเท่านั้น ด้วยพื้นฐานความคิดแบบวิศวกร ที่เปลี่ยนความผันผวนให้เป็นระบบ Trend Following เน้นตัดอารมณ์ ปล่อยกำไรวิ่ง และคุมความเสี่ยงให้แน่น
โดยเขายึดถือจิตวิทยาและการบริหารหน้าตักเป็นหัวใจสำคัญที่เหนือกว่าจุดเข้าซื้อ ทำให้ได้รับฉายา “ปฐมาจารย์ใจนิ่ง” ผู้พิสูจน์แล้วว่าความสำเร็จที่ยั่งยืน ไม่ใช่การเฝ้ากราฟทั้งวันแต่คือ การมีระบบที่ช่วยให้เรามีเวลาไปใช้ชีวิต และ สนุกไปกับทุกสภาวะตลาด
เชื่อไหมว่า ภาพจำของเทรดเดอร์ที่ต้องนั่งจ้องกราฟทั้งวันทั้งคืน เครียดจนเส้นเลือดปูด อาจจะไม่ใช่หนทางเดียวสู่ความสำเร็จ เรื่องราวของ Tom Basso อดีตผู้จัดการกองทุนระดับตำนานแห่ง Trendstat Capital Management คือ หลักฐานชั้นดี โดยเขาบริหารเงินทุนสูงสุดถึง 600 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 2 หมื่นล้านบาท แต่กลับใช้เวลาทำงานเพียงวันละ 12-20 นาทีเท่านั้น แถมเขายังคงเทรดแบบใจนิ่ง จนได้รับฉายาว่า ปฐมาจารย์ใจนิ่งอีกด้วย
โดยบทความนี้เราจะพาทุกคนไปแกะรอยวิธีคิดของพ่อมดตลาดหุ้นรายนี้ว่า เขาเปลี่ยนจากเด็กส่งหนังสือพิมพ์มาเป็นตำนานที่ใช้ชีวิตชิล ๆ แต่พอร์ตโตระเบิดได้อย่างไร ?
จากเด็กส่งหนังสือพิมพ์สู่วิศวกรเคมี

Tom Basso เริ่มต้นเส้นทางสายการเงินตั้งแต่อายุวัยเพียง 12 ปี เขาใช้เงินที่ได้จากการทำงาน ส่งหนังสือพิมพ์สัปดาห์ละ 10 ดอลลาร์ ซื้อกองทุนรวมผ่านพนักงานขายที่มาหาพ่อของเขาที่บ้าน แม้ในช่วงแรกเขาจะยังไม่เข้าใจความผันผวนของราคา แต่เงินออมนั้นก็สะสมขึ้นเรื่อยๆ จนเขารู้จักการติดตามราคาและเริ่มบริหารเงินด้วยตัวเองหลังเรียนจบมหาวิทยาลัย
ในด้านการศึกษาเขาจบด้านวิศวกรรมเคมี และเข้าทำงานที่บริษัท Monsanto หน้าที่ของเขาคือ การออกแบบโรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งทักษะกระบวนการคิดแบบวิศวกรนี้เองที่เป็นรากฐานสำคัญในการเทรดของเขาในเวลานั้น
Basso เริ่มหันมาเทรดหุ้นของ Monsanto เพราะสังเกตเห็นว่า ราคามันแกว่งขึ้นลง และมองว่าการถือยาวเฉยๆ นั้นน่าเสียดาย เขาจึงเริ่มศึกษาการวาดกราฟด้วยมือและดินสออย่างละเอียดในสมัยที่ยังไม่มีคอมพิวเตอร์ เพื่อหาจังหวะทำกำไรจากรอบราคา
ทำไมต้อง 12 นาที? สูตรลับการไล่ตัวเองออกจากงาน
การเทรดวันละไม่กี่นาทีของ Tom ไม่ใช่ว่าเขาขี้เกียจ แต่มันคือ การออกแบบระบบเพื่อไล่ตัวเองออกจากงานจำเจ ด้วยพื้นฐานวิศวกร เขามองว่าการมานั่งส่งคำสั่งซื้อขายหรือเฝ้ากราฟเป็นงานน่าเบื่อที่คอมพิวเตอร์ทำแทนได้ เขาจึงทุ่มเทเขียนโปรแกรมให้ระบบจัดการทุกอย่างแทน
ผลลัพธ์คือ เขาสามารถจัดการพอร์ตทั้งหมดได้ในเวลาสั้นๆ หลังตลาดปิด เวลาที่เหลือทั้งวันจึงกลายเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์ จะไปตีกอล์ฟ ทำอาหาร หรือใช้ชีวิตยังไงก็ได้ โดยยึดหลักการ Trend Following หรือ การเทรดตามแนวโน้มเรียบง่ายแต่ทรงพลังคือ ปล่อยกำไรให้วิ่งไป ตัดขาดทุนให้ไวที่สุด ไม่ต้องเสียเวลาเดาอนาคต ถ้าราคายังขึ้นก็แค่เลื่อนจุดตัดขาดทุนตามไปเรื่อยๆ
กฏ 3 ข้อที่สำคัญกว่าจุดเข้าซื้อ
Tom จัดลำดับความสำคัญในการเทรดไว้ชัดเจนและอาจขัดใจมือใหม่หลายคน เพราะเขามองว่า กลยุทธ์การซื้อขายเป็นเรื่องสำคัญน้อยที่สุด สิ่งที่เขาให้ค่ามากที่สุดเรียงตามลำดับดังนี้ :
- จิตวิทยาสำคัญที่สุด: Basso ให้ค่ากับการรู้จักตัวเองมากที่สุด เขาฝึกใจให้เป็นกลาง ไม่ตื่นเต้นตอนได้กำไร และไม่จิตตกตอนขาดทุน มุมมองของเขาคือ การเทรดแต่ละครั้งมันก็แค่จุดข้อมูลจุดหนึ่ง ในการเทรดอีกเป็นหมื่นครั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ใช่วาระสุดท้ายของชีวิต
- การบริหารหน้าตัก: หัวใจสำคัญคือ การคุมความเสี่ยงผ่าน Position Sizing เขาจะคำนวณขนาดไม้เทรดจากเปอร์เซ็นต์ของเงินทุนและเฝ้าดูความผันผวนของตลาด (Volatility หรือ ATR) ประกอบ เพื่อให้มั่นใจว่าพอร์ตจะแข็งแกร่งพอ และไม่โดนตลาดเหวี่ยงจนหมดตัวต้องเลิกเล่นไปก่อน
- กลยุทธ์การเทรดสำคัญน้อยที่สุด: เขาใช้แนวคิด Trend Following แบบเรียบง่ายคือ “ปล่อยกำไรวิ่งไป ตัดขาดทุนให้ไว” เขาไม่เสียเวลาทำนายอนาคต แต่จะเทรดตามแนวโน้มราคาที่เห็นตรงหน้าเท่านั้น เพราะเชื่อว่าราคาคือ บทสรุปของข้อมูลข่าวสารทุกอย่างในตลาดแล้ว
เคล็ดลับความสำเร็จที่ยั่งยืนฉบับปฐมาจารย์ใจนิ่ง
Tom Basso ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่า การเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยความเครียดหรือการทิ้งเวลาทั้งชีวิตไปกับการเฝ้าหน้าจอ เคล็ดลับความนิ่งของเขาคือ การฝึกจิตแบบ “ผู้เฝ้าสังเกต” เพื่อคอยตรวจจับอารมณ์ตัวเองอยู่เสมอ ควบคู่ไปกับการจำลองเหตุการณ์เลวร้ายไว้ล่วงหน้าทำให้เมื่อวิกฤตมาถึงจริงๆ เขาก็แค่ทำตามแผนที่วางไว้โดยไม่สติแตก
นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขามักจะทิ้งท้ายข้อความเสมอว่า “สนุกไปกับมัน” เพราะสำหรับเขาแล้ว เป้าหมายสูงสุดของการเทรดคือ การมีความสุขอยู่กับปัจจุบัน ไม่ใช่แค่การสะสมตัวเลขในพอร์ตเท่านั้น
ที่มา : ebc
มุมมองผู้เขียน : เรื่องราวของ Tom Basso คือ เครื่องเตือนใจชั้นดีสำหรับนักเทรดสายเฝ้าจอ การมีระบบที่แข็งแกร่งและการคุมความเสี่ยงที่ดี จะช่วยคืนเวลาชีวิตให้เรากลับมาทำในสิ่งที่รักได้ สุดท้ายแล้วการเทรดควรเป็นเครื่องมือสร้างอิสรภาพ ไม่ใช่กรงขัง อย่าลืมที่จะมีความสุขระหว่างทางกันด้วยนะคะ

