<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

สหรัฐฯ ถล่มอิหร่านหรือถล่ม Bitcoin? กราฟดิ่ง 2% รับข่าวสงคราม นักเทรดผวาทั้งตลาด

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Max Crypto ตั้งคำถามเชิงประชดประชันว่าสหรัฐฯ กำลังโจมตีอิหร่านหรือโจมตี Bitcoin กันแน่ หลังราคาร่วงลงกว่า 2% ระหว่างวัน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น
  • ข้อมูลตลาดชี้ว่า Bitcoin ปรับตัวลงจากระดับ 68,476 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 66,902 ดอลลาร์ ส่งผลให้ภาพรวมตั้งแต่ต้นปีร่วงลงแล้วกว่า 22% จากความกังวลของนักลงทุนและความผันผวนที่ลดลง
  • ชุมชนนักเทรดเสียงแตก บางส่วนมองว่าเป็นผลกระทบจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ในขณะที่อีกส่วนมองว่าเป็นเพียงการล้างพอร์ตนักลงทุนฝั่งสัญญาฟิวเจอร์สตามปกติ ท่ามกลางดัชนีความไม่แน่นอนของโลกที่พุ่งสูงทำลายสถิติ

แนวโน้มส่งผลต่อราคา: Bearish

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์มักก่อให้เกิดแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น (Risk-off) เพื่อถือเงินสด ส่งผลให้ตลาดคริปโตมีความผันผวนสูงและมีแนวโน้มปรับตัวลงต่อหากสถานการณ์ยืดเยื้อ

คำถามสั้นๆ แต่เจ็บจี๊ดจาก Max Crypto อินฟลูเอนเซอร์สายคริปโต ที่โพสต์ถามลอยๆ ว่า “สรุปแล้วสหรัฐฯ กำลังโจมตีอิหร่าน หรือกำลังโจมตี Bitcoin กันแน่?” กลายเป็นไวรัลที่สะท้อนอารมณ์ของนักลงทุนในวันนี้ได้ดีที่สุด เมื่อกราฟราคา Bitcoin ปักหัวลงทันทีที่ข่าวความขัดแย้งระหว่างประเทศเริ่มปะทุ

สัญญาณอันตราย: กราฟแดงเดือดรับข่าวสงคราม

ข้อมูลจากกระดานเทรด Binance แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ราคา Bitcoin ร่วงลงกว่า 2% ภายในวันเดียว โดยไหลลงจากระดับสูงสุดที่ 68,476 ดอลลาร์ ลงมาแตะจุดต่ำสุดแถว 66,902 ดอลลาร์ (ข้อมูลวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2026)

การเทขายครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับรายงานข่าวความตึงเครียดระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน โดยมีรายงานเรื่องการเตรียมความพร้อมทางทหารและการเจรจานิวเคลียร์ที่ล้มเหลว ซึ่งทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลและเทขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมาเพื่อความปลอดภัย

ภาพรวมตลาด: ปีแห่งความซึมเซา?

ไม่ใช่แค่เหตุการณ์วันนี้เท่านั้น แต่เมื่อดูภาพรวมตั้งแต่ต้นปี (Year-to-Date) พบว่าราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงมาแล้วถึง 22% สภาพตลาดในปี 2026 นี้เต็มไปด้วยความระมัดระวัง วอลลุ่มการซื้อขายที่ลดลง และความผันผวนที่ต่ำผิดปกติ ทำให้เมื่อมีข่าวร้ายเพียงเล็กน้อยมากระทบ ราคาก็พร้อมที่จะร่วงลงได้ง่ายกว่าเดิม

เสียงแตก: สงครามจริง หรือแค่ข้ออ้างทุบ?

ในขณะที่หลายคนโทษว่าเป็นเพราะข่าวสงคราม แต่ในคอมเมนต์ของโพสต์ดังกล่าวกลับมีการถกเถียงที่น่าสนใจ นักเทรดสายเทคนิคจำนวนมากมองว่า ข่าวอิหร่านเป็นเพียงตัวเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) เท่านั้น แต่สาเหตุจริงๆ คือการ “ล้างไพ่” (Leverage Flush) ของเจ้ามือ ที่ต้องการกวาดล้างนักลงทุนที่เปิดสัญญา Long ไว้ ก่อนที่จะเลือกทางไปต่อ

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าดัชนีความไม่แน่นอนของโลก (Global Uncertainty Index) ในขณะนี้พุ่งขึ้นสูงกว่าช่วงวิกฤตในอดีตหลายครั้ง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหลักที่ทำให้เงินทุนยังไม่กล้าไหลกลับเข้ามาในตลาดคริปโตอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย


ประวัติศาสตร์สอนเราเสมอว่า “เมื่อเสียงปืนดัง ให้ถือเงินสด เมื่อเสียงปืนสงบ ให้ซื้อสินทรัพย์” ในมุมมองของผู้เขียน ปฏิกิริยาของราคา Bitcoin ต่อข่าวสงครามในระยะหลังเริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยถูกมองว่าเป็น Safe Haven (หลุมหลบภัย) ยุคใหม่ แต่ปัจจุบันอัลกอริทึมการเทรดของสถาบันมักจะสั่งขาย Bitcoin เป็นอย่างแรกๆ พร้อมกับหุ้นเมื่อมีความเสี่ยงสงคราม เพราะมันถูกจัดอยู่ในหมวด Risk Asset

ดังนั้น การร่วงลงในวันนี้จึงเป็นปฏิกิริยาแบบ Knee-jerk reaction สิ่งที่ต้องจับตาคือหลังจากฝุ่นตลบแล้ว Bitcoin จะดีดกลับได้เร็วแค่ไหน หากสถานการณ์ไม่บานปลายถึงขั้นสงครามโลก โซนราคา 66,000 ดอลลาร์ อาจเป็นจุดวัดใจที่สำคัญมาก

ที่มา: @MaxCrypto