สรุปข่าว
- Bitcoin ร่วงทะลุระดับ 67,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2.34 ล้านบาท ทันทีที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เผยตัวเลข GDP ไตรมาส 4 ปี 2025
- ตัวเลขเศรษฐกิจขยายตัวเพียง 1.4% ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 1.9-2.8% และลดลงอย่างมากจากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 4.4%
- แม้ราคาจะวูบลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ประมาณ 2.33 ล้านบาท แต่มีการฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ระดับ 2.36 ล้านบาทภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง สะท้อนให้เห็นถึงแรงรับที่ยังคงหนาแน่น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
ในระยะสั้นตลาดต้องเผชิญกับแรงเทขายจากความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของสินทรัพย์เสี่ยง หากตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคยังไม่ฟื้นตัว อาจทำให้เจ้ามือเลือกที่จะปรับลดความเสี่ยงและกดดันราคาให้ต่ำลงได้อีก
Bitcoin เผชิญกับแรงเทขายอย่างรุนแรงจนราคาหลุดระดับสำคัญที่ 67,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,345,000 บาท) ลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ประมาณ 2,330,000 บาท ในช่วงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 การร่วงลงครั้งนี้เกิดขึ้นทันทีหลังจากสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจของสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูล GDP ไตรมาส 4 ปี 2025 ที่ออกมาน่าผิดหวัง โดยมีการเติบโตเพียง 1.4% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 1.9-2.8% อย่างมาก
ตัวเลข GDP ต่ำกว่าเป้าหมาย สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจที่อ่อนแรง
รายงานจากสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ระบุว่าเศรษฐกิจขยายตัวเพียง 1.4% ในไตรมาสล่าสุด ซึ่งถือว่าต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่มองไว้ในช่วง 1.9-2.8% และลดลงอย่างมหาศาลจากไตรมาสที่ 3 ซึ่งเคยเติบโตสูงถึง 4.4% การชะลอตัวที่เกิดขึ้นเกือบ 3 เท่าตัวนี้สร้างความกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เกิดแรงเทขายในสินทรัพย์เสี่ยงทันที
ปมการเมืองปะทุ: Trump ชี้เหตุชัตดาวน์ 43 วันคือต้นตอวิกฤต
นอกเหนือจากตัวเลขทางสถิติ ประเด็นทางการเมืองยังเข้ามามีส่วนซ้ำเติมความเชื่อมั่น โดยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาวิจารณ์สถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเหตุการณ์ปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือ Government Shutdown ที่ลากยาวถึง 43 วัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ความมั่นคงทางการเงินของประเทศ
ปฏิกิริยาของเจ้ามือในสภาวะตลาดผันผวน
การร่วงลงของราคาจากระดับ 68,318 ดอลลาร์ (ราว 2.39 ล้านบาท) ลงมาต่ำกว่า 67,000 ดอลลาร์ภายใน 24 ชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงการขยับตัวของเจ้ามือที่เลือกจะลดความเสี่ยงเมื่อเผชิญกับข่าวร้าย ข้อมูลในอดีตชี้ชัดว่าในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ตลาดคริปโตมักจะรับแรงกระแทกที่รุนแรงกว่าตลาดหุ้นเสมอ เนื่องจากการดึงสภาพคล่องออกจากสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงมักจะเกิดขึ้นเป็นอันดับแรก
แรงซื้อคืนที่ระดับ 2.33 ล้านบาท สัญญาณความยืดหยุ่นของตลาด
แม้ราคาจะดิ่งลงอย่างน่ากลัว แต่ Bitcoin ยังแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น โดยสามารถดีดตัวกลับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 67,496 ดอลลาร์ (ราว 2.36 ล้านบาท) ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุด สะท้อนว่ายังมีแรงซื้อจากนักลงทุนบางกลุ่มที่มองว่าการย่อตัวครั้งนี้เป็นโอกาสในการเข้าสะสมเหรียญในราคาที่ถูกลงก่อนที่ตลาดจะกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง
สรุปแล้วสถานการณ์ปัจจุบันของ Bitcoin คือการเคลื่อนไหวตามกระแสเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในมุมมองของผู้เขียนมองว่า ตัวเลข GDP ที่ย่ำแย่นี้เป็นเพียงบททดสอบแรกของปี หากแนวโน้มเศรษฐกิจยังไม่กระเตื้อง เราอาจเห็นความผันผวนที่รุนแรงกว่านี้ แต่การที่ราคาดีดกลับได้อย่างรวดเร็วก็เป็นสัญญาณว่ายังมีแรงซื้อรอช้อนอยู่ที่แนวรับสำคัญ ดังนั้นนักลงทุนควรจับตาดูท่าทีของเจ้ามือและนโยบายการเงินในอนาคตให้ดีครับ
ที่มา:@cryptorover

