สรุปข่าว
- สมาชิกสภาสหรัฐฯ วิจารณ์นโยบายภาษีศุลกากรของ Trump โดยระบุว่าเป็นเพียงภาษีที่ตกอยู่กับธุรกิจและผู้บริโภคอเมริกัน
- นักการเมืองเตือนว่านโยบายนี้ไม่ได้สร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่จะทำให้เศรษฐกิจตกต่ำลง
- การวิจารณ์ครั้งนี้สะท้อนแรงกดดันทางการเมืองที่อาจทำให้สงครามการค้าไม่รุนแรงเท่าที่คาด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การวิจารณ์จากสมาชิกสภาสหรัฐฯ ต่อนโยบายภาษีศุลกากรของ Trump เป็นสัญญาณว่าอาจมีแรงกดดันทางการเมืองที่จะทำให้นโยบายนี้ผ่อนคลายลง ซึ่งเป็นปัจจัยดีต่อสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการวิจารณ์ ยังไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงนโยบายจริง ดังนั้นผลกระทบจึงอยู่ในระดับเป็นบวกเล็กน้อย
สมาชิกสภาสหรัฐฯ ออกมาวิจารณ์นโยบายภาษีศุลกากรที่ Donald Trump ประกาศไว้อย่างหนัก โดยระบุว่านโยบายดังกล่าวเป็นเพียงภาษีที่จะตกอยู่กับธุรกิจและผู้บริโภคชาวอเมริกัน โดยไม่ได้สร้างประโยชน์ใด ๆ ต่อเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2569 Cointelegraph รายงานว่านักการเมืองที่วิจารณ์นโยบายของ Trump เตือนว่ามาตรการนี้อาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ตกต่ำ แทนที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ประเด็นนี้กำลังได้รับความสนใจในตลาดการเงิน รวมถึงตลาดคริปโต ที่กำลังจับตาดูว่าสงครามการค้าจะรุนแรงเพียงใด
ภาษีศุลกากร เป็นภาระของธุรกิจและผู้บริโภค
นักการเมืองที่วิจารณ์นโยบายของ Trump ระบุว่าภาษีศุลกากรที่ประกาศไว้ไม่ได้ทำให้ประเทศคู่ค้าต้องจ่ายเงินเพิ่ม แต่กลับเป็นต้นทุนที่ธุรกิจอเมริกันจะต้องแบกรับ และในที่สุดก็จะส่งผลต่อผู้บริโภคที่จะต้องจ่ายราคาสินค้าที่สูงขึ้น นโยบายนี้ถูกมองว่าเป็นการเก็บภาษีจากคนอเมริกันเอง ไม่ใช่การปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศตามที่อ้างไว้
นักวิเคราะห์หลายคนเตือนว่าหากสงครามการค้าบานปลาย จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก และทำให้ต้นทุนการผลิตของบริษัทอเมริกันสูงขึ้น ซึ่งจะลดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก สุดท้ายแล้วผู้บริโภคชาวอเมริกันจะต้องจ่ายราคาสินค้าที่แพงขึ้น ขณะที่ธุรกิจอาจต้องเลิกจ้างงานหรือลดการลงทุน
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
สำหรับตลาดคริปโต การที่มีสมาชิกสภาสหรัฐฯ ออกมาวิจารณ์นโยบายของ Trump อย่างเปิดเผย เป็นสัญญาณที่ค่อนข้างดี เพราะแสดงให้เห็นว่ามีแรงกดดันทางการเมืองที่อาจทำให้นโยบายนี้ไม่รุนแรงเท่าที่คาดการณ์ไว้ หรืออาจมีการปรับเปลี่ยนในอนาคต ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก และเป็นปัจจัยดีต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และคริปโตสกุลอื่น ๆ
ตลาดคริปโตมักเคลื่อนไหวตามสภาวะเศรษฐกิจโลก หากสงครามการค้ารุนแรงขึ้น ตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงจะได้รับผลกระทบ และคริปโตก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย แต่หากมีสัญญาณว่าสถานการณ์จะไม่บานปลาย นักลงทุนก็จะกล้าเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการวิจารณ์ ยังไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงนโยบายจริง นักลงทุนยังต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป
สิ่งที่ต้องจับตา
นักลงทุนควรติดตามว่าการวิจารณ์จากสมาชิกสภาจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายจริงหรือไม่ หากมีการผ่อนคลายนโยบายภาษีศุลกากร หรือมีการเจรจาการค้ากับประเทศคู่ค้าให้ลุล่วง จะเป็นสัญญาณดีต่อตลาดโดยรวม แต่หากทำเนียบขาวยืนยันที่จะดำเนินนโยบายนี้ต่อไปโดยไม่สนใจการวิจารณ์ ตลาดอาจเผชิญกับความผันผวนเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ นักลงทุนควรจับตาดูปฏิกิริยาจากประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ เช่น จีน สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ว่าจะตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีแบบเดียวกันหรือไม่ หากเกิดสงครามการค้าแบบตอบโต้กันไปมา จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงินทั้งหมด รวมถึงตลาดคริปโตด้วย
ส่วนตัวผมมองว่าการที่มีสมาชิกสภาออกมาวิจารณ์นโยบายของ Trump นั้นเป็นสัญญาณดี แสดงว่ายังมีกลไกตรวจสอบถ่วงดุลทางการเมืองที่ทำงานอยู่ ซึ่งอาจทำให้นโยบายที่รุนแรงเกินไปถูกปรับเปลี่ยนหรือผ่อนคลายลงได้ สำหรับตลาดคริปโต นี่เป็นข่าวที่เป็นบวกเล็กน้อย เพราะลดความกังวลเรื่องสงครามการค้าที่จะรุนแรง แต่ผมยังไม่คิดว่านี่เป็นสัญญาณให้รีบเข้าซื้อทันที เพราะยังเป็นแค่การวิจารณ์ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายจริง ๆ ผมแนะนำให้รอดูว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะมีปฏิกิริยาอย่างไร และจับตาดูว่าจะมีการเจรจาการค้ากับประเทศคู่ค้าหรือไม่ ถ้าเห็นสัญญาณว่าสถานการณ์คลี่คลาย ตอนนั้นค่อยเป็นโอกาสดีที่จะเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต

