สรุปข่าว
- SBI Holdings เตรียมออกพันธบัตรอายุ 3 ปี บนบล็อกเชนภายใต้ชื่อ SBI START Bonds มูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านเยน
- พันธบัตรดังกล่าวจะจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน โดยแบ่งเป็นดอกเบี้ยตามปกติ และดอกเบี้ยโบนัสที่จ่ายเป็น XRP
- หากบอนด์ตัวนี้ประสบความสำเร็จจะยิ่งเป็นการทำให้คริปโตสามารถเข้ามาผสานกับผลิตภัณฑ์การเงินแบบดั้งเดิมได้มากขึ้น
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
SBI Holdings เตรียมออกพันธบัตรอายุ 3 ปี บนบล็อกเชนภายใต้ชื่อ SBI START Bonds มูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านเยน โดยมุ่งเป้าไปที่นักลงทุนรายย่อย แต่ความน่าสนใจคือ ผู้ที่ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนเป็นเหรียญ XRP ในทุกรอบการจ่ายดอกเบี้ยไปจนถึงปี 2029
SBI Holdings กลุ่มบริษัทด้านการเงินในประเทศญี่ปุ่น ประกาศเตรียมออกพันธบัตร (บอนด์) มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านเยน บนเครือข่ายบล็อกเชนโดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นนักลงทุนรายย่อย
โปรเจกต์นี้ใช้ชื่อว่า SBI START Bonds ซึ่งจะถูกจัดการผ่านแพลตฟอร์มบล็อกเชน ibet for Fin ของบริษัท BOOSTRY ตลอดทั้งกระบวนการ ถือเป็นความเคลื่อนไหวเจ้าแรกๆ ที่มีการออกบอนด์ขนาดใหญ่บนบล็อกเชนในญี่ปุ่น
รายงานระบุรายละเอียดเพิ่มเติมว่า บอนด์ตัวนี้จะมีอายุ 3 ปี และเตรียมเคาะราคาในวันที่ 10 มีนาคมก่อนจะออกเสนอขายจริงในวันที่ 24 มีนาคม โดยจะมีการจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ในเรทอัตราดอกเบี้ยเบื้องต้นที่ 1.85% ถึง 2.45% ต่อปี
สำหรับนักลงทุนที่สนใจจะต้องจองซื้อพันธบัตรดังกล่าวขั้นต่ำเป็นมูลค่า 100,000 เยน ผ่านทาง SBI VC Trade ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเทรดคริปโตเคอร์เรนซีของ SBI เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วนตามเงื่อนไข ในขณะที่การซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดรองจะเริ่มขึ้นในวันที่ 25 มีนาคม บนระบบซื้อขาย START ของตลาดหลักทรัพย์ดิจิทัลโอซาก้า
ดอกเบี้ยโบนัส
นอกจากนักลงทุนจะได้รับดอกเบี้ยพันธบัตรตามปกติแล้ว ผู้ที่ถือพันธบัตรยังจะได้รับดอกเบี้ยเพิ่มเติมในรูปแบบของ XRP โดยมีเงื่อนไขว่าทุกๆ 1 แสนเยนที่ลงทุนไปจะได้รับดอกเบี้ยเป็น XRP มูลค่า 200 เยน ซึ่งจะทำการจ่ายให้นับตั้งแต่วันที่เริ่มออกบอนด์ และทุกๆครั้งที่มีการจ่ายดอกเบี้ยไปจนถึงปี 2029 แต่การที่จะมีสิทธิ์ได้รับ XRP นักลงทุนจำเป็นจะต้องมีบัญชีกับทาง SBI VC Trade และผ่านการยืนยันตัวต้นเบื้องต้น
SBI Holdings เผยว่าการนำเสนอดอกเบี้ยเป็นคริปโตนั้นจะช่วยดึงดูดให้นักลงทุนที่สนใจในสินทรัพย์ดิจิทัล สามารถเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ผ่านทางตราสารหนี้ที่ได้รับการกำกับดูแลแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเชื่อมต่อระหว่างสองโลกของบริษัท ที่ในปัจจุบันนับเป็นเวลากว่า 10 แล้วที่ SBI Holdings มีการสนับสนุนเทคโนโลยีบล็อกเชนมาอย่างยาวนานโดยเฉพาะอย่างยิ่ง XRP
นักวิเคราะห์มองว่า หากบอนด์ตัวนี้ประสบความสำเร็จจะยิ่งเป็นการทำให้คริปโตสามารถเข้ามาผสานกับผลิตภัณฑ์การเงินแบบดั้งเดิมและทำให้นักลงทุนสายอนุรักษนิยมหันมาเปิดใจได้มากยิ่งขึ้น และทำให้ญี่ปุ่นสามารถออกผลิตภัณฑ์ Tokenized ได้มากกว่าเดิม
ที่มา : Coinpaper
มุมมองผู้เขียน : กลยุทธ์ของ SBI ถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ได้ทั้งการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ที่มีความปลอดภัยสูง และใช้คริปโตมาเป็นเหยื่อล่อชั้นดี ซึ่งจะเป็นโมเดลตัวอย่างที่ช่วยลดความหวาดระแวงของนักลงทุนทั่วไป และปูทางให้ตลาดสินทรัพย์โทเคนในประเทศญี่ปุ่นเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต

