กระเป๋า Mt. Gox ที่หลับไป 15 ปี ถือ BTC เกือบ 80,000 เหรียญ ระเบิดเวลาหรือสมบัติที่หายไปตลอดกาล?

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปบทความ
  • กระเป๋า Mt. Gox ที่ถือ Bitcoin 79,957 เหรียญ มูลค่ากว่า 5.4 พันล้านดอลลาร์ไม่เคยเคลื่อนไหวมาตลอด 15 ปี
  • ถ้าเหรียญเหล่านี้ถูกเทขาย อาจสร้างแรงเทขายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ถ้าสูญหายถาวร Bitcoin จะหายากกว่าที่ตลาดคิดมาก
  • ดัชนี Fear and Greed ปี 2026 อยู่ที่ 5 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ต่ำกว่าทุกวิกฤตในอดีต แต่ทุกครั้งที่ความกลัวพีค โอกาสมักตามมา

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  NEUTRAL

เรื่องนี้เป็น Neutral เพราะกระเป๋า Mt. Gox เป็นได้ทั้งระเบิดเวลา (ถ้าเคลื่อนไหว) และปัจจัยบวก (ถ้าสูญหายถาวร) ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะระบุได้ว่าจะเกิดสถานการณ์ใด ดัชนี Fear and Greed ที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์บ่งชี้ว่าตลาดอาจใกล้จุดต่ำสุด แต่ความเสี่ยงจากกระเป๋าขนาดใหญ่ที่อาจเคลื่อนไหวยังคงมีอยู่

กระเป๋าเงินที่ทั้งโลกลืม แต่ blockchain ไม่เคยลืม

กระเป๋าเงินที่ทั้งโลกลืม แต่ blockchain ไม่เคยลืม
ภาพจาก AI

ขณะที่ทุกคนกำลังจับตาดูเงินไหลออกจาก ETF และหวั่นผลกระทบจากสงครามภาษีของทรัมป์ มีกระเป๋า Bitcoin ใบหนึ่งที่นอนนิ่งอยู่ตั้งแต่ปี 2011 ไม่เคยขยับแม้แต่ satoshi เดียว กระเป๋าใบนั้นถือ Bitcoin อยู่เกือบ 80,000 BTC หรือราว 5.4 พันล้านดอลลาร์ตามราคาปัจจุบัน มันเชื่อมโยงกับ Mt. Gox เว็บกระดานเทรดคริปโตแห่งแรกของโลกที่ล่มสลายเมื่อปี 2014 หลังถูกแฮ็กไป 850,000 BTC

คำถามที่ไม่มีใครตอบได้คือ กระเป๋าใบนี้จะตื่นขึ้นมาสักวัน หรือ Bitcoin เหล่านั้นสูญหายไปตลอดกาล? และคำตอบของคำถามนี้อาจเปลี่ยนสมการอุปทานของ Bitcoin ไปอย่างสิ้นเชิง

Mt. Gox ย้อนรอยหายนะที่สร้างวัฒนธรรมคริปโต

Mt. Gox ย้อนรอยหายนะที่สร้างวัฒนธรรมคริปโต
ภาพจาก AI

สำหรับคนที่เพิ่งเข้าวงการ Mt. Gox อาจฟังเหมือนตำนานจากยุคโบราณ แต่สำหรับคนที่อยู่มานาน มันคือบาดแผลที่ยังไม่หายดี Mt. Gox เคยเป็นเว็บกระดานเทรด Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลก รองรับปริมาณซื้อขายกว่า 70% ของ Bitcoin ทั่วโลกในช่วงพีค จนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ 2014 เว็บไซต์หายไปจากอินเทอร์เน็ตชั่วข้ามคืน Bitcoin จำนวน 850,000 เหรียญของลูกค้าถูกแฮ็กหรือสูญหาย คิดเป็นมูลค่าราว 460 ล้านดอลลาร์ในขณะนั้น

ผู้ใช้ X รายหนึ่ง @828dre1969 ได้ตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า “ย้อนดู 12 ปีที่ผ่านมา ปี 2014 ปีถัดจาก Halving เรื่องอื้อฉาวของ Mt. Gox ทำให้ราคาร่วงลง 90% ปี 2018 ตลาดขาลงทำให้ราคาดิ่งลง 84% และปี 2022 วิกฤต FTX จากการกำกับดูแลที่เข้มงวดทำให้ร่วงลง 75%” ทุกครั้งที่ตลาดเจอหายนะระดับ Mt. Gox มันไม่ใช่แค่ราคาที่ร่วง แต่เป็นความเชื่อมั่นทั้งระบบที่พังทลาย

สิ่งที่ Mt. Gox ทิ้งไว้ให้วงการคริปโตมากที่สุดไม่ใช่ความเสียหาย แต่เป็นบทเรียนเรื่อง self-custody ดังที่ @WilfredWil13964 พูดไว้ว่า “ถ้าคุณไม่ได้ถือ private key เอง คุณก็ไม่ได้ถือเหรียญจริง ๆ การเก็บเหรียญด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องหวาดระแวง มันคือความรับผิดชอบ” ประโยค “Not your keys, not your coins” ที่พูดกันจนเป็นคำติดปากของทุกคนในวงการ มันเกิดมาจากซากปรักหักพังของ Mt. Gox นี่เอง

79,957 BTC ที่นิ่งสนิท ระเบิดเวลาหรือสมบัติที่จมอยู่ก้นมหาสมุทร

Image from @Hope_OoO_CRYPT0
ภาพจาก: @Hope_OoO_CRYPT0 (X)

นี่คือหัวใจของเรื่อง ในบรรดา Bitcoin ที่ถูกขโมยจาก Mt. Gox มีกระเป๋าเงินใบหนึ่งที่ถือ Bitcoin อยู่ 79,957 BTC ซึ่งไม่เคยเคลื่อนไหวมาเลยตั้งแต่ปี 2011 นั่นคือเวลากว่า 15 ปีที่มันนอนนิ่ง ๆ อยู่บน blockchain ทุกคนเห็นมัน ทุกคนรู้ว่ามันอยู่ตรงนั้น แต่ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นเจ้าของ และที่สำคัญกว่า ไม่มีใครรู้ว่ามันจะตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ หรือจะตื่นขึ้นมาหรือเปล่า

ลองจินตนาการดูว่า ถ้ากระเป๋าเงินใบนี้เริ่มขยับในช่วงที่ตลาดกำลังหวาดกลัวอยู่แล้ว จะเกิดอะไรขึ้น? ดัชนี Fear and Greed ที่ลงไปต่ำสุดในรอบหลายปี ตาม @Hope_OoO_CRYPT0 ที่ชี้ว่าค่า Fear ในปี 2026 อยู่ที่ 5 ซึ่งต่ำกว่าทุกวิกฤตในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นช่วง Mt. Gox ที่อยู่ที่ 9 ช่วง COVID ที่อยู่ที่ 9 หรือแม้แต่ช่วง FTX ที่อยู่ที่ 12 ตลาดกำลังกลัวอย่างที่ไม่เคยกลัวมาก่อน

ถ้า Bitcoin 80,000 เหรียญ ที่มีมูลค่ากว่า 5.4 พันล้านดอลลาร์ถูกเทออกมาในตลาดที่กำลังแตกตื่น มันอาจกลายเป็นแรงเทขายระดับที่ตลาดไม่เคยเจอ ไม่ใช่แค่เพราะจำนวนเหรียญ แต่เพราะจิตวิทยา เพราะทันทีที่ on-chain data แสดงว่ากระเป๋า Mt. Gox เคลื่อนไหว ข่าวจะแพร่ไปทั่วโลกภายในนาที และความกลัวจะถูกขยายเป็นร้อยเท่า

สมมติฐานที่น่ากลัวกว่า ถ้า Bitcoin เหล่านี้สูญหายไปแล้วจริง ๆ

สมมติฐานที่น่ากลัวกว่า ถ้า Bitcoin เหล่านี้สูญหายไปแล้วจริง ๆ
ภาพจาก AI

แต่ลองมองอีกมุม ถ้ากระเป๋าเงินใบนี้ไม่มีวันตื่นขึ้นมาล่ะ? ถ้าคน ๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นแฮ็กเกอร์ คนวงใน หรือใครก็ตาม ทำ private key หาย เสียชีวิตไปแล้ว หรือถูกจับจนไม่สามารถเข้าถึงเหรียญได้อีกเลย?

ถ้าเป็นเช่นนั้น Bitcoin 80,000 เหรียญเหล่านี้จะถูก “ล็อก” อยู่บน blockchain ตลอดกาล เหมือนทองคำที่จมอยู่ใต้มหาสมุทรลึก มองเห็น รู้ว่ามันอยู่ แต่ไม่มีทางเอามาใช้ได้ และนี่คือจุดที่เรื่องนี้น่าสนใจมากสำหรับนักลงทุน

Bitcoin มีอุปทานจำกัดอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญ ทุกคนรู้ข้อนี้ แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้คิดคือ จำนวน Bitcoin ที่ “ใช้ได้จริง” นั้นน้อยกว่า 21 ล้านเหรียญมาก มีการประมาณกันว่า Bitcoin ที่สูญหายถาวร ไม่ว่าจะเพราะทำ key หาย ส่งไปที่ address ผิด หรือเจ้าของเสียชีวิต อาจมีอยู่ 3-4 ล้านเหรียญ นั่นคือเกือบ 20% ของอุปทานทั้งหมด

ถ้าเพิ่ม 80,000 BTC ของกระเป๋า Mt. Gox นี้เข้าไปในรายการ “สูญหายถาวร” อุปทานที่แท้จริงของ Bitcoin จะน้อยลงไปอีก และเมื่ออุปทานน้อยลง ในขณะที่อุปสงค์จากสถาบันกำลังเพิ่มขึ้นจาก ETF และการสะสมเหรียญของบริษัทจดทะเบียนต่าง ๆ ผลลัพธ์ทางเศรษฐศาสตร์มีเพียงทางเดียว นั่นคือราคาที่สูงขึ้น

ผีแห่ง Mt. Gox ยังหลอกหลอนตลาดคริปโตอยู่จริงหรือ?

เรื่องของ Mt. Gox ไม่ได้จบลงที่การล่มสลายในปี 2014 มันยังคงวนเวียนอยู่ในตลาดคริปโตตลอด 12 ปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่กระเป๋าเงินที่เกี่ยวข้องกับ Mt. Gox มีการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการโอนของทรัสตีเพื่อชำระหนี้เจ้าหนี้ ตลาดก็ปั่นป่วนทุกครั้ง เพราะทุกคนกลัวว่า Bitcoin จำนวนมหาศาลจะถูกเทขายในตลาด

และมันไม่ใช่แค่เรื่องของเหรียญ มันเป็นเรื่องของวัฒนธรรม Mark Karpeles อดีต CEO ของ Mt. Gox กลายเป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวในวงการคริปโต แม้แต่ในปี 2026 ชื่อของเขาก็ยังถูกนำมาใช้ในบริบทต่าง ๆ รวมถึงวงการ meme coin ดังที่ @AzzyXlife เล่าว่า “Tibane เป็น animal meme ที่เก่าแก่ที่สุดในคริปโต เก่ากว่า Doge ถึง 2 ปีกับ 3 เดือน มันถูกตำหนิว่าเป็นต้นเหตุที่ Bitcoin 850,000 เหรียญหายไป เมื่อ Mark Karpeles เป็น CEO ของ Mt. Gox เว็บกระดานเทรดแห่งแรกของคริปโต” นี่แสดงให้เห็นว่า Mt. Gox ฝังอยู่ใน DNA ของวงการคริปโตลึกแค่ไหน

Image from @Sweatgate
ภาพจาก: @Sweatgate (X)

แม้แต่ @Sweatgate ก็โพสต์เกี่ยวกับ meme coin ที่ Mark Karpeles มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยอ้างว่าเขาเป็น “ผู้นำที่ไม่หวั่นเกรง” ซึ่งจะว่าไปก็เป็นเรื่องประชดที่ขมขื่นไม่น้อย เมื่อคิดว่าคน ๆ นี้เคยดูแลเว็บกระดานเทรดที่ทำให้คนสูญเสีย Bitcoin ไปเป็นแสนเหรียญ

ความกลัวสุดขีดกับโอกาสที่ซ่อนอยู่ บทเรียนจากทุกวิกฤต

ความกลัวสุดขีดกับโอกาสที่ซ่อนอยู่ บทเรียนจากทุกวิกฤต
ภาพจาก AI

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดจากข้อมูลในชุมชนคริปโตบน X คือ pattern ที่ปฏิเสธไม่ได้ ทุกครั้งที่ดัชนี Fear and Greed ลงไปถึงจุดต่ำสุด สิ่งที่ตามมาไม่ใช่หายนะ แต่เป็นโอกาส

@Hope_OoO_CRYPT0 สรุปไว้อย่างกระชับว่า “ค่า Extreme Fear ในวิกฤตแต่ละครั้ง ปี 2012 ร่วงลงไปที่ 10 ช่วง Mt. Gox ลงไปที่ 9 ปี 2018 ร่วงลงไปที่ 11 ช่วง COVID ลงไปที่ 9 ช่วง FTX ลงไปที่ 12 และปี 2026 ลงไปที่ 5 ทุกครั้งที่ความกลัวพีค โอกาสก็ตามมา ความกลัวไม่ยั่งยืน แต่วัฏจักรยั่งยืน”

ตัวเลขนี้ชวนคิด ดัชนี Fear and Greed ที่ 5 ในปี 2026 ต่ำกว่าทุกวิกฤตในประวัติศาสตร์คริปโต ซึ่งรวมถึง Mt. Gox, COVID และ FTX ด้วย หมายความว่าตลาดกำลังกลัวมากกว่าตอนที่เว็บกระดานเทรดที่ใหญ่ที่สุดในโลกล่มสลาย มากกว่าตอนที่โลกหยุดหมุนเพราะโรคระบาด และมากกว่าตอนที่อาณาจักรของ Sam Bankman-Fried พังทลาย

แต่ในทุกวิกฤตที่ผ่านมา Bitcoin ฟื้นตัวกลับมาทุกครั้ง และมักจะทำจุดสูงสุดใหม่ภายใน 1-2 ปีหลังจากนั้น คำถามคือ ครั้งนี้จะเหมือนเดิมหรือไม่? หรือกระเป๋า Mt. Gox ที่หลับอยู่นั้นจะเป็นตัวแปรที่เปลี่ยนทุกอย่าง?

ตัวแปรที่ไม่มีใครตั้งราคาให้ Bitcoin ที่ “สูญหาย” คือ Scarcity ที่ซ่อนอยู่

ตัวแปรที่ไม่มีใครตั้งราคาให้ Bitcoin ที่
ภาพจาก AI

นี่คือประเด็นที่ผมคิดว่าตลาดมองข้ามไปโดยสิ้นเชิง ทุกโมเดลการประเมินมูลค่า Bitcoin ทุก Stock-to-Flow ทุก on-chain analysis ใช้อุปทานทั้งหมด 21 ล้านเหรียญเป็นฐานคำนวณ แต่ไม่มีใครหัก Bitcoin ที่สูญหายถาวรออก

ลองคิดดู ถ้า Bitcoin ที่หมุนเวียนได้จริง ๆ ไม่ใช่ 19.8 ล้านเหรียญที่ขุดออกมาแล้ว แต่เป็นแค่ 15-16 ล้านเหรียญ เพราะส่วนที่เหลือสูญหายถาวร ความหายากที่แท้จริงของ Bitcoin จะสูงกว่าที่ทุกคนคิดถึง 20-25% และนั่นหมายความว่าราคาในปัจจุบันอาจ “ถูก” กว่าที่ควรจะเป็น เมื่อเทียบกับอุปทานจริง

กระเป๋า Mt. Gox ที่ถือ 80,000 BTC เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของปรากฏการณ์นี้ มันเป็น Bitcoin จำนวนมหาศาลที่ “มีอยู่” บน blockchain แต่อาจ “ไม่มีอยู่” ในทางปฏิบัติ มันเป็นเหรียญของ Schrodinger ที่ทั้งมีและไม่มีในเวลาเดียวกัน จนกว่ามันจะขยับหรือไม่ขยับไปตลอดกาล


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่ากระเป๋า Mt. Gox ใบนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนในตลาดคริปโตควรรู้จักและติดตาม แต่ไม่ควรหวาดกลัวจนเกินเหตุ

ทำไมน่ะเหรอ? เพราะมันนิ่งมา 15 ปีแล้ว ถ้าคนที่ถือ private key ของกระเป๋านี้ยังมีชีวิตอยู่และสามารถเข้าถึงได้ มีเหตุผลอะไรที่จะรอถึง 15 ปี? ตอน Bitcoin ขึ้นไป $69,000 ในปี 2021 ก็ไม่ขยับ ตอนขึ้นไปแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ก็ยังนิ่ง ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่ Bitcoin เหล่านี้สูญหายถาวร

และถ้ามันสูญหายจริง สิ่งที่ตามมาคือ Bitcoin มีความหายากมากกว่าที่ตัวเลขบนกระดาษบอก มากกว่านั้น ถ้ารวม Bitcoin ที่สูญหายจากกรณีอื่น ๆ อีกนับล้านเหรียญ ภาพรวมของอุปทานจริงจะแตกต่างจากที่ทุกคนเข้าใจโดยสิ้นเชิง

แต่ผมก็ไม่ได้บอกให้ทุกคนมองข้ามความเสี่ยง เพราะถ้าวันหนึ่งกระเป๋าใบนี้เคลื่อนไหวขึ้นมาจริง ๆ ผลกระทบต่อจิตวิทยาตลาดจะรุนแรงมาก โดยเฉพาะถ้าเกิดในช่วงที่ความกลัวสูงอยู่แล้วอย่างตอนนี้ สิ่งที่ผมแนะนำคือ ให้ติดตาม on-chain data อย่างใกล้ชิด มีหลายเว็บไซต์ที่ monitor กระเป๋าเงินขนาดใหญ่แบบ real-time ถ้ากระเป๋านี้ขยับ คุณจะรู้ก่อนที่ข่าวจะออก

สุดท้ายแล้ว ผมคิดว่าบทเรียนที่สำคัญที่สุดจาก Mt. Gox ไม่ใช่เรื่องของกระเป๋าที่หลับอยู่ แต่เป็นเรื่องที่ @iconpablo234 พูดไว้ว่า “ถ้าคุณไม่ถือ key เอง คุณก็ไม่ได้ถือเหรียญจริง” บทเรียนนี้ยังใช้ได้ทุกยุค ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีก็ตาม ผีแห่ง Mt. Gox อาจหลอกหลอนเรื่องราคา แต่บทเรียนที่มันทิ้งไว้ยังคงปกป้องนักลงทุนมาจนถึงทุกวันนี้