สรุปข่าว
- โอกาสที่กฎหมายคริปโตฉบับสำคัญของสหรัฐอเมริกาจะผ่านการรับรองในปี 2026 ร่วงลง 30 เปอร์เซ็นต์บนแพลตฟอร์มพยากรณ์ตลาดภายในเวลาเพียงข้ามคืน
- สาเหตุหลักเกิดจากการล็อบบี้ของกลุ่มธนาคารยักษ์ใหญ่ที่ต้องการสกัดกั้นไม่ให้สเตเบิลคอยน์จ่ายผลตอบแทนได้เพื่อปกป้องกำไรเงินฝากมหาศาล
- ความผันผวนของตัวเลขบนกระดานพยากรณ์สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางทางการเมืองและการเจรจาที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ระหว่างพรรคการเมือง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
ความล่าช้าในการออกกฎหมายควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชัดเจนสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนสถาบันที่รอคอยความชัดเจนเพื่อเข้าสู่ตลาด การที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์เข้ามาขัดขวางการเติบโตของสเตเบิลคอยน์ยิ่งตอกย้ำอุปสรรคสำคัญที่อุตสาหกรรมคริปโตต้องเผชิญ ความไม่แน่นอนทางการเมืองเหล่านี้มักจะนำไปสู่ความตื่นตระหนกและแรงเทขายเพื่อลดความเสี่ยงของนักลงทุนในระยะสั้น
ความหวังของวงการคริปโตเคอร์เรนซีที่จะได้เห็นกฎหมายกำกับดูแลที่ชัดเจนในสหรัฐอเมริกาต้องพบกับอุปสรรคครั้งใหญ่ เมื่อแพลตฟอร์มพยากรณ์ชื่อดังอย่าง Polymarket เผยให้เห็นตัวเลขโอกาสที่กฎหมายการบริหารจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลหรือ Clarity Act จะผ่านการรับรองในปี 2026 ทิ้งตัวลงอย่างรุนแรงจาก 73 เปอร์เซ็นต์ลงมาเหลือเพียง 43 เปอร์เซ็นต์ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง การปรับตัวลงอย่างกะทันหันนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศการเจรจาในชั้นวุฒิสภาที่กำลังหยุดชะงักและเต็มไปด้วยความตึงเครียด
สัญญาณเตือนจากกระดานพยากรณ์ โอกาสร่วงทะลุพื้น
ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน กระแสความเชื่อมั่นของนักลงทุนเพิ่งจะพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 90 เปอร์เซ็นต์จากความคาดหวังว่าการเจรจาระหว่างพรรคการเมืองจะดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่ตัวเลขที่ร่วงลงมาเหลือไม่ถึงครึ่งในเวลาอันสั้นได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุนอย่างมาก ความผันผวนของตัวเลขบนกระดานพยากรณ์สะท้อนความจริงที่ว่าแรงสนับสนุนจากนักการเมืองยังคงเปราะบางและพร้อมจะพลิกผันได้ตลอดเวลา
แบงก์ใหญ่ขวางทางสเตเบิลคอยน์จ่ายดอกเบี้ย
ต้นตอสำคัญของความขัดแย้งในสภาครั้งนี้มาจากข้อเสนอในร่างกฎหมายที่เปิดทางให้ผู้ให้บริการสเตเบิลคอยน์สามารถจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ถือครองได้ในอัตราที่สูงถึง 4 เปอร์เซ็นต์ ประเด็นนี้กลายเป็นหนามยอกอกและสร้างความกังวลอย่างหนักให้กับกลุ่มธนาคารพาณิชย์ดั้งเดิม เพราะอัตราผลตอบแทนดังกล่าวสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไปมาก ซึ่งอาจจูงใจให้ประชาชนหันไปเก็บเงินในรูปแบบดิจิทัลกันมากขึ้น
ขุมทรัพย์ 12.4 ล้านล้านบาท เดิมพันที่ยอมเสียไม่ได้
หากสเตเบิลคอยน์ได้รับอนุญาตให้จ่ายผลตอบแทนได้อย่างถูกกฎหมาย ธนาคารพาณิชย์เหล่านี้อาจต้องสูญเสียผลกำไรจากระบบเงินฝากแบบเดิมที่เคยทำเม็ดเงินได้สูงถึง 4 แสนล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 12.4 ล้านล้านบาทต่อปี สถานการณ์นี้จึงเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้กลุ่มสถาบันการเงินดั้งเดิมต้องทุ่มเม็ดเงินล็อบบี้และกดดันนักการเมืองเพื่อสกัดกั้นข้อเสนอดังกล่าวอย่างสุดกำลัง
การเจรจาในวุฒิสภาที่เดินหน้าต่อไม่ได้
แรงกดดันจากกลุ่มทุนใหญ่ส่งผลให้การเจรจาแบบทวิภาคีในวุฒิสภาต้องชะงักงัน นักการเมืองหลายคนเริ่มมีท่าทีลังเลที่จะสนับสนุนร่างกฎหมายนี้ต่อไป ทำให้กระบวนการพิจารณาเกิดความล่าช้าและไม่มีกำหนดการที่แน่ชัดว่าจะสามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้เมื่อใด ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้นักลงทุนเกิดความไม่มั่นใจและสะท้อนออกมาเป็นตัวเลขที่ร่วงหล่นบนกระดานพยากรณ์
โดยสรุปแล้วเส้นทางของกฎหมายคริปโตในสหรัฐอเมริกายังคงเต็มไปด้วยขวากหนาม การต่อสู้ระหว่างนวัตกรรมทางการเงินยุคใหม่และกลุ่มอำนาจเก่ากำลังทวีความรุนแรงขึ้น ในมุมมองของผู้เขียนเชื่อว่าตราบใดที่ผลประโยชน์ระดับ 12.4 ล้านล้านบาทยังตกลงกันไม่ได้ กฎหมายฉบับนี้ก็ยากที่จะผ่านสภาไปได้อย่างราบรื่น นักลงทุนควรเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนของตลาดคริปโตที่จะยังคงผูกติดกับข่าวสารการเมืองสหรัฐอเมริกาไปอีกระยะหนึ่งจนกว่าจะมีความชัดเจนที่เป็นรูปธรรมมากกว่านี้
ที่มา: @BSCNews

