หุ้นสหรัฐฯ ดิ่ง 600 จุดใน 30 นาที! ทรัมป์ขู่ภาษีใหม่ คริปโตเสี่ยงโดนพ่วง

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ดัชนี Dow Jones ร่วง 600 จุดภายใน 30 นาที หลังทรัมป์ขู่ใช้มาตรการภาษีนำเข้าใหม่
  • นักลงทุนขายทิ้งสินทรัพย์เสี่ยง (risk-off) ส่งผลกระทบตลาดหุ้นและอาจลุกลามสู่คริปโต
  • ต้องจับตาว่า Bitcoin จะรับแรงขายตามหรือไม่ในคืนนี้

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

เมื่อหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งแบบนี้ นักลงทุนมักขายสินทรัพย์เสี่ยงออกก่อน และคริปโตถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงมาก ประวัติศาสตร์บอกว่า Bitcoin มักร่วงตามหุ้นในช่วง risk-off แบบนี้ จุดสังเกตคือถ้า Bitcoin ลงทะลุแนวรับสำคัญ แรงขายอาจแรงขึ้นอีก

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เกิดความปั่นป่วนอย่างรุนแรงในวันที่ 23 ก.พ. 2569 เมื่อดัชนี Dow Jones Industrial Average ร่วงลงมากกว่า 600 จุดภายในเวลาเพียง 30 นาที หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศขู่ใช้มาตรการภาษีนำเข้าใหม่ ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter การร่วงครั้งนี้สะท้อนถึงความหวาดกลัวของนักลงทุนต่อสงครามการค้าที่อาจกลับมาทวีความรุนแรง และอาจส่งผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ รวมถึงคริปโตด้วย

เกิดอะไรขึ้นกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ดัชนี Dow Jones ดิ่งลงอย่างรวดเร็วหลังจากทรัมป์ออกมาแถลงเกี่ยวกับนโยบายภาษีใหม่ที่มุ่งเป้าไปยังคู่ค้าหลายประเทศ แม้ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าประเทศใดจะถูกกระทบมากที่สุด แต่นักลงทุนตอบสนองทันทีด้วยการขายทิ้งหุ้น โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการส่งออกและห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ

การร่วงครั้งนี้เป็นการเคลื่อนไหวแบบ risk-off ที่ชัดเจน หมายความว่านักลงทุนกำลังหนีออกจากสินทรัพย์เสี่ยงไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น พันธบัตรรัฐบาลหรือทองคำ ในช่วงที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองสูงขึ้น ตลาดมักมีปฏิกิริยารุนแรงแบบนี้ และมักจะส่งผลกระเทือนไปยังตลาดอื่น ๆ ทั่วโลก

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

ประวัติศาสตร์บอกว่าเมื่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงแรง Bitcoin และสินทรัพย์คริปโตอื่น ๆ มักจะร่วงตามด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่ความกลัวแพร่กระจายและนักลงทุนต้องการสภาพคล่องเพื่อปิดสถานะหรือหนีไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ว่า Bitcoin จะถูกมองว่าเป็น “ทองคำดิจิทัล” ที่สามารถเก็บมูลค่าได้ในระยะยาว แต่ในช่วงสั้น ๆ มันก็ยังถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง

การที่ทรัมป์ประกาศนโยบายภาษีใหม่ในช่วงนี้ยิ่งทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้น เพราะนโยบายเหล่านี้อาจส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก และทำให้นักลงทุนสถาบันที่เพิ่งเริ่มเข้ามาในตลาดคริปโตมากขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาอาจต้องชะลอการลงทุนหรือถอนเงินออกชั่วคราว นักเทรดต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า Bitcoin จะสามารถรักษาแนวรับสำคัญได้หรือไม่ในคืนนี้

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ทั่วโลกแดงเดือด! หุ้นร่วงระนาวรับ “ทรัมป์” ขู่เปิดสงครามการค้าแลก “กรีนแลนด์” ซึ่งแสดงให้เห็นว่านโยบายของทรัมป์เกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศมักส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ

สัญญาณที่ต้องจับตา

นักวิเคราะห์หลายรายชี้ว่าถ้าสถานการณ์ตลาดหุ้นยังคงแย่ลงต่อไป และเริ่มเห็นการขายทิ้งในตลาดคริปโตตามมา นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับฐานครั้งใหญ่ของตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมด โดยเฉพาะถ้า Bitcoin ลงทะลุแนวรับที่สำคัญ อาจเห็นการล้างพอร์ตในตลาดฟิวเจอร์อย่างหนัก

อีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องติดตามคือปฏิกิริยาของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) หากสงครามการค้ากลับมาทวีความรุนแรง Fed อาจต้องปรับนโยบายการเงินเพื่อรองรับผลกระทบ ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางของตลาดคริปโตในระยะยาวด้วย


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าการร่วงของหุ้นสหรัฐฯ 600 จุดในครึ่งชั่วโมงนี้เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนมาก นักลงทุนกำลังตื่นตระหนกกับนโยบายของทรัมป์ และถ้าความกลัวนี้แพร่กระจายไปยังตลาดคริปโต เราอาจเห็น Bitcoin ร่วงลงมาในคืนนี้ สำหรับคนที่ถือสถานะยาวอยู่ ผมแนะนำให้เตรียมพร้อมสำหรับความผันผวน และกำหนดแนวรับที่ชัดเจนไว้ว่าถ้าราคาหลุดลงไปจะจัดการอย่างไร อย่าลืมว่าในตลาด risk-off แบบนี้ อารมณ์มักชนะเหตุผล และราคาอาจไปต่ำกว่าที่เราคิดได้ ผมจะจับตาดูว่า Bitcoin จะรักษาระดับราคาสำคัญได้หรือเปล่าในช่วง 24 ชั่วโมงนี้