ช็อกวงการ! โดนฟ้องแหลก Jane Street ถูกแฉอยู่เบื้องหลังหายนะ LUNA/UST 4 หมื่นล้านดอลลาร์

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ผู้ดูแลแผนฟื้นฟูกิจการของ Terraform Labs ยื่นฟ้องบริษัทเทรดดิ้งยักษ์ใหญ่ Jane Street ต่อศาลรัฐบาลกลางแมนฮัตตัน โทษฐานใช้ข้อมูลวงในทุบตลาด
  • คำฟ้องระบุชัดว่า Jane Street อาศัยจังหวะเทขาย 85 ล้าน UST ทิ้งใน Curve Pool เพียง 9 นาทีหลังจากที่ Terraform ถอนสภาพคล่องออกไป ซึ่งเป็นตัวจุดชนวนให้ UST หลุด Peg
  • มีการแฉพฤติกรรมเจรจาหลังบ้านกับ Do Kwon เพื่อขอซื้อ Bitcoin และ LUNA ในราคาลดพิเศษถึง 500 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ระบบกำลังล่มสลาย

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

แม้ว่าเหตุการณ์ล่มสลายของเหรียญ LUNA และ UST จะผ่านพ้นมาหลายปีแล้ว แต่การเปิดเผยข้อมูลเบื้องลึกว่ามี “สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ระดับโลก” เข้ามาเกี่ยวข้องและหาผลประโยชน์จากการปั่นตลาด จะสร้างความหวาดระแวงให้กับนักลงทุนรายย่อยอย่างหนัก

ปริศนาการล่มสลายมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ของระบบนิเวศ Terra (LUNA) และเหรียญ Stablecoin อย่าง UST ในเดือนพฤษภาคม 2022 กำลังถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง และคราวนี้จำเลยไม่ใช่แค่ Do Kwon แต่กลับเป็นวาฬระดับสถาบันแห่งวอลล์สตรีทอย่าง “Jane Street”

แฉข้อมูลวงใน จุดชนวนหายนะ 4 หมื่นล้าน

รายงานล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เปิดเผยว่า ผู้ดูแลแผนฟื้นฟูกิจการของ Terraform Labs ได้ยื่นเอกสารคำฟ้องความยาวกว่า 100 หน้าต่อศาลรัฐบาลกลางในแมนฮัตตัน โดยกล่าวหาว่า Jane Street อาศัยข้อมูลวงในที่ได้มาจากอดีตพนักงานของ Terraform เพื่อแสวงหาผลกำไรบนความพินาศของคนอื่น

จุดพีคของคำฟ้องอยู่ที่เหตุการณ์ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2022 ซึ่งข้อมูลบนบล็อกเชน (On-chain data) ชี้ชัดว่า หลังจากที่ Terraform ทำการถอนสภาพคล่องจำนวน 150 ล้าน UST ออกจาก Curve Pool เพียงแค่ 9 นาที Jane Street ก็ได้ทำการ “ทุบตลาด” ด้วยการเทขาย 85 ล้าน UST เข้าไปใน Pool ที่สภาพคล่องกำลังเหือดแห้ง การกระทำดังกล่าวเปรียบเสมือนการราดน้ำมันเข้ากองไฟ ทำให้ UST หลุด Peg อย่างรุนแรงและนำไปสู่การพังทลายของระบบทั้งหมด

ฉวยโอกาสเจรจาหลังบ้าน รีดเลือดกับปู

ความโหดเหี้ยมของเกมการเงินยังไม่จบแค่นั้น คำฟ้องยังระบุถึงรายละเอียดการติดต่อสื่อสารโดยตรงระหว่าง Jane Street และ Do Kwon ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน โดยกล่าวหาว่า Jane Street พยายามใช้ความได้เปรียบที่รู้ว่า Terraform มีเงินสำรองเป็น Bitcoin เพื่อเจรจาขอซื้อ Bitcoin หรือ LUNA ในราคา “ลดพิเศษ” มูลค่าสูงถึง 500 ล้านดอลลาร์ เพื่อแลกกับการเข้ามาช่วยพยุงราคา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนาในการบีบบังคับเอาเปรียบในช่วงวิกฤต


ในมุมมองของผู้เขียน แม้ว่าโมเดล Algorithmic Stablecoin ของ Terra ที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 20% ผ่าน Anchor Protocol จะมีจุดอ่อนที่เปราะบางและไม่ยั่งยืนมาตั้งแต่ต้น แต่คำฟ้องนี้หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริง จะเป็นการกระชากหน้ากากของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่มักจะอ้างว่าเข้ามาสร้างสภาพคล่อง แต่แท้จริงแล้วกลับใช้กลยุทธ์ล่าเหยื่อและตลบหลังโปรเจกต์คริปโตเพื่อผลกำไรส่วนตัว

ที่มา: @BullTheoryio