สรุปข่าว
- ข้อมูลจากแบบรายงาน 13F ชี้ชัดว่ากองทุนระดับสถาบันได้เทขายหุ้น Bitcoin ETF ในปริมาณเทียบเท่ากับ 25,098 BTC ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2025
- กองทุนยักษ์ใหญ่อย่าง Brevan Howard เป็นองค์กรที่ลดสัดส่วนการลงทุนหนักที่สุด โดยเทขายสินทรัพย์ออกไปเทียบเท่ากว่า 17,000 BTC
- ปัจจุบันตลาดยังคงเผชิญกับเม็ดเงินไหลออกจากกองทุน Spot Bitcoin ETF อย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
ข่าวนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นใจในตลาดคริปโต ตัวเลขการเทขายที่ชัดเจนจากนักลงทุนสถาบันตอกย้ำว่าเม็ดเงินก้อนใหญ่กำลังไหลออกจากระบบ การที่ Spot Bitcoin ETF มีเงินทุนไหลออกติดต่อกันถึง 5 สัปดาห์ แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันฝั่งขายที่ยังคงมีอำนาจเหนือกว่าฝั่งซื้ออย่างชัดเจน ปัจจัยเหล่านี้จะคอยกดทับไม่ให้ราคา BTC ฟื้นตัวได้ง่ายนัก และอาจนำไปสู่การปรับฐานลงลึกได้อีกหากยังไม่มีกระแสเงินทุนใหม่ไหลกลับเข้ามาช่วยพยุงตลาด
แม้ทุกคนจะรู้ดีว่าตลาดคริปโตเผชิญแรงเทขายอย่างหนักหน่วงในช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่ล่าสุด James Seyffart นักวิเคราะห์จาก Bloomberg ได้ออกมากางตัวเลขให้เห็นกันชัดเจนเลยว่า กลุ่มนักลงทุนสถาบันได้พากันเททิ้งหุ้น Bitcoin ETF ออกมามหาศาลขนาดไหนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี
James Seyffart ได้ตั้งคำถามบนแพลตฟอร์ม X ว่ากลุ่มผู้ยื่นแบบรายงาน 13F ทำอะไรกับ Bitcoin ETF บ้างในไตรมาสที่สี่ ซึ่งคำตอบก็ไม่พลิกโผ เพราะพวกเขาคือฝั่งที่เทขายของออกมา โดยรวมแล้วกลุ่มสถาบันเหล่านี้ได้เทขายหุ้น ETF ออกไปในปริมาณที่เทียบเท่ากับ 25,000 BTC เลยทีเดียว
นอกจากนี้เขายังได้เปิดเผยภาพกราฟิกข้อมูลจาก Bloomberg ที่จัดอันดับประเภทของผู้ถือครอง Bitcoin ETF โดยพบว่ากลุ่ม Investment Advisors และ Hedge Fund Managers คือสองกลุ่มหลักที่ถือครองสินทรัพย์ประเภทนี้มากที่สุด และข้อมูลยังระบุชัดเจนว่าในช่วงไตรมาสที่สี่ของปี 2025 มีการเทขายหุ้นในกองทุนเหล่านี้รวมทั้งสิ้น 25,098 BTC
สาเหตุหลักของการเทขายหนีตายครั้งนี้สอดคล้องกับสภาวะตลาดในช่วงไตรมาสที่สี่ปี 2025 ที่ราคาของ BTC ร่วงดิ่งเหวลงมาจากจุดสูงสุดตลอดกาลที่กว่า 120,000 ดอลลาร์ ลงมาเหลือไม่ถึง 85,000 ดอลลาร์ สถานการณ์ขาลงนี้ยังคงลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน จนนักวิเคราะห์หลายคนมองว่าตลาดได้เข้าสู่สภาวะความกลัวขั้นสุดไปแล้ว โดยข้อมูลจากหน้าเว็บไซต์ The Block ชี้ว่า ณ วันอังคารที่ผ่านมา พี่ใหญ่แห่งวงการคริปโตมีการซื้อขายกันอยู่ที่ระดับประมาณ 64,000 ดอลลาร์เท่านั้น

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น แบบรายงาน 13F คือเอกสารที่บริษัทซึ่งบริหารจัดการเงินทุนระดับ 100 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป จำเป็นต้องยื่นรายงานต่อหน่วยงาน SEC ของสหรัฐอเมริกา เพื่อชี้แจงสถานะการถือครองหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาด
James Seyffart ยังแชร์ข้อมูลเพิ่มเติมที่ชี้ว่า Brevan Howard คือองค์กรที่ลดสัดส่วนการลงทุนใน Bitcoin ETF หนักที่สุด โดยเทขายหุ้นในกองทุนที่อิงกับราคาคริปโตออกไปเทียบเท่ากับ 17,000 BTC ในขณะที่ BlackRock และ Fidelity ยังคงครองตำแหน่งผู้ออกกองทุน Spot Bitcoin ETF ที่ใหญ่ที่สุดเมื่อวัดจากมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ
ปัจจุบันสถานการณ์ก็ยังไม่ได้ดูดีขึ้นนัก เพราะ Spot Bitcoin ETF เพิ่งจะมีตัวเลขเงินทุนไหลออกสุทธิติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ห้า สะท้อนให้เห็นว่าแรงเทขายยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก ข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่ากองทุน Spot Bitcoin ETF ทั้ง 12 แห่งมีเม็ดเงินไหลออกรวมกันกว่า 316 ล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์ทำการสี่วันที่เพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ที่มา: theblock
ตัวเลขจากแบบรายงาน 13F ในรอบนี้เหมือนเป็นการกระชากหน้ากากให้เห็นถึงความเป็นจริงว่าสถาบันการเงินไม่ได้มีมุมมองแบบถือยาวตายแทนเสมอไป เมื่อตลาดมีท่าทีว่าจะเปลี่ยนเทรนด์ร่วงลงจาก 120,000 ดอลลาร์ พวกเขาก็พร้อมที่จะเทขายเพื่อรักษากำไรและลดความเสี่ยงทันที การที่ราคาร่วงลงมาแตะระดับ 64,000 ดอลลาร์ในวันนี้จึงเป็นผลพวงมาจากแรงเทขายก้อนใหญ่เหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตราบใดที่ตัวเลขเงินทุนไหลเข้าของ Spot Bitcoin ETF ยังคงติดลบ ตลาดคริปโตก็จะยังคงอยู่ในสภาวะซึมและไร้ทิศทางที่ชัดเจน นักลงทุนรายย่อยควรประเมินความเสี่ยงอย่างรัดกุมและไม่ควรด่วนตัดสินใจเข้าช้อนซื้อเพียงเพราะเห็นว่าราคาลงมาเยอะแล้ว การเฝ้ารอดูสัญญาณการกลับตัวของกระแสเงินทุนจากกองทุนระดับโลกเหล่านี้น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัยกว่าในสภาวะที่ตลาดเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

