สรุปข่าว
- Vitalik และ Ethereum Foundation (EF) ประกาศชัดเจน เลิกให้เงินทุนสนับสนุนโปรเจกต์ DeFi ที่มีดีแค่หน้าเว็บสวย และสร้างโทเคนมาเพื่อปั่นราคา
- กฎเหล็กใหม่ที่ระบุว่า โปรโตคอลต้องสามารถทำงานต่อไปได้แบบ 100% แม้ทีมผู้สร้างจะทิ้งโปรเจกต์หรือหายสาบสูญไปก็ตาม
- พร้อมเรียกร้องให้นักพัฒนาเลิกทำแค่ Stablecoin ฉบับอัปเกรด แล้วหันไปโฟกัสการแก้ปัญหาระดับโครงสร้างที่ซับซ้อนแทน
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Vitalik Buterin และมูลนิธิ Ethereum ประกาศจัดระเบียบวงการ DeFi ขั้นเด็ดขาด ยุติการสนับสนุนโปรเจกต์ฉาบฉวยที่เน้นปั่นราคาโทเคน พร้อมงัดกฎเหล็ก “Walkaway Test” คัดเฉพาะโปรโตคอลที่กระจายอำนาจแท้จริงและทำงานต่อได้ 100% แม้ไร้ทีมผู้สร้าง หากพบว่าต้องพึ่งพาตัวกลางจะถูกปัดตกทันที นอกจากนี้ยังปลุกสปิริตนักพัฒนาให้เลิกทำแพตเทิร์นเดิมๆ แล้วหันมาสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการเงินที่แก้ปัญหาระดับโครงสร้างได้จริง
Vitalik Buterin และ Ethereum Foundation (EF) ประกาศจุดยืนขั้นเด็ดขาด เลิกอุ้มโปรเจกต์ DeFi ฉาบฉวยที่มีดีแค่หน้าเว็บสวย และมีโทเคนเอาไว้เพียงเพื่อปั่นราคา สำหรับพวกเขา DeFi คือ วิวัฒนาการทางการเงิน ไม่ใช่บ่อนคาสิโน
ดังนั้น โปรเจกต์ที่จะได้รับเงินทุนสนับสนุนต่อจากนี้ ต้องยึดมั่นในหัวใจของการกระจายอำนาจอย่างแท้จริงและคืนอำนาจควบคุมสินทรัพย์ให้ผู้ใช้งานแบบ 100%
แม้ Ethereum จะเป็นพื้นที่แบบเสรีที่เปิดให้ใครก็สร้างสรรค์ผลงานได้ แต่เงินทุนของมูลนิธิฯ ไม่ได้มีไว้แจกพร่ำเพรื่อ Vitalik ได้งัดเกณฑ์สุดโหดอย่าง “Walkaway Test” มาเป็นเครื่องสแกนชี้ชะตา โดยระบุชัดเจนว่า โปรโตคอลของจริงต้องรอดตายและทำงานต่อได้ 100% แม้ในวันที่ทีมผู้สร้างทิ้งโปรเจกต์หายสาบสูญก็ตาม
หากโปรเจกต์ไหนยังมีคอขวดเรื่องการรวมศูนย์ หรือต้องพึ่งพาตัวกลาง Vitalik ตราหน้าสิ่งเหล่านั้นว่าเป็นเพียง “เครื่องมือการพนัน” และจะถูกปัดตกทันที โดยไม่มีข้อแม้
หมดยุคของการสร้างแค่ Stablecoin ฉบับอัปเกรด หรือเอาการเงินยุคเก่ามาแปะป้ายบล็อกเชน Vitalik เรียกร้องให้นักพัฒนาดึงความกล้าหาญในยุคบุกเบิกกลับมา ซึ่งเขากำลังกล่าวถึง ยุคที่โลกได้รู้จัก Automated Market Maker (AMM)
Vitalik ต้องการให้วงการนี้ พุ่งเป้าไปที่การแก้ปัญหาโครงสร้างที่ซับซ้อน เพื่อสร้างนวัตกรรม DeFi ระดับโลกบนเครือข่าย Ethereum
มุมมองผู้เขียน: การออกมาเคลื่อนไหวของ Vitalik ในครั้งนี้ ถือเป็นการจัดระเบียบอุตสาหกรรม DeFi ครั้งใหญ่ซึ่งอาจทำให้เราได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ของวงการคริปโทฯ มากขึ้นในอนาคต
ที่มา:coinpedia

