สรุปข่าว
- เจ้ามือขยับ: กระเป๋าเงิน pepe1stbuyer.eth ควักเงิน 8.92 ETH (ประมาณ 16,500 ดอลลาร์) เพื่อกว้านซื้อเหรียญ EDEL จำนวน 2.13 ล้านโทเคน
- ตำนานนักปั้น: เจ้ามือรายนี้โด่งดังจากการใช้เงินเพียง 201 ดอลลาร์ ซื้อเหรียญ PEPE ในยุคแรกเริ่ม และทำกำไรไปกว่า 1.4 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นผลตอบแทน 6,965 เท่า
- เป้าหมายใหม่: EDEL คือโทเคนของแพลตฟอร์ม Edel Finance ที่นำหุ้นจากโลกจริงมาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัล เพื่อการซื้อขายและปล่อยกู้บนบล็อกเชน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
ข่าวนี้สร้างแรงกระเพื่อมเชิงจิตวิทยา ดึงดูดแรงซื้อตามจากรายย่อย ส่งผลให้ราคา EDEL ดีดตัวขึ้น 11% มาอยู่ที่ 0.011 ดอลลาร์ ท่ามกลางปริมาณการซื้อขาย 600,000 ดอลลาร์
การกลับมาของเจ้ามือระดับตำนาน
ข้อมูลจาก Lookonchain ระบุว่ากระเป๋าเงิน pepe1stbuyer.eth ได้ทำธุรกรรมโอนเงิน 8.92 ETH เพื่อเข้าซื้อโทเคน EDEL จำนวนมหาศาล ชื่อเสียงของกระเป๋าใบนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากผลงานในอดีตที่สามารถปั้นเงินลงทุนระดับหลักร้อยดอลลาร์ให้กลายเป็นหลักล้านดอลลาร์ได้อย่างแม่นยำจากการเข้าซื้อเหรียญ PEPE ตั้งแต่ตลาดยังไม่ให้ความสนใจ ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของกระเป๋าใบนี้เปรียบเสมือนเข็มทิศชี้ทางให้ตลาด
ทำไมต้องเป็นโปรเจกต์ EDEL?
การเคลื่อนไหวครั้งนี้น่าสนใจตรงที่เจ้ามือไม่ได้เลือกเก็งกำไรในเหรียญมีมเหมือนเคย แต่หันมาเลือกลงทุนในโทเคนที่เน้นการใช้งานจริงอย่าง EDEL โทเคนนี้เป็นหัวใจหลักของแพลตฟอร์ม Edel Finance ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อการเงินแบบดั้งเดิมเข้ากับคริปโทเคอร์เรนซี โดยเน้นไปที่การทำ Tokenization หรือการนำหุ้นในโลกจริงมาบันทึกไว้บนบล็อกเชน ให้นักลงทุนสามารถเทรดและค้ำประกันเพื่อกู้ยืมเงินได้อย่างรวดเร็ว
แรงกระเพื่อมต่อตลาดนักลงทุน
พฤติกรรมของนักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดคริปโทฯ มักจะคอยแกะรอยและเข้าซื้อตามกระเป๋าของนักเทรดที่เคยประสบความสำเร็จ การที่เจ้ามือรายนี้กล้าเปิดสถานะในโปรเจกต์สาย Real-World Assets (RWA) ตั้งแต่ช่วงแรก สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวโปรเจกต์ ซึ่งนอกจากจะดันราคาระยะสั้นได้แล้ว ยังอาจช่วยดึงดูดเม็ดเงินใหม่ๆ ให้เข้ามาสู่ระบบนิเวศของการเชื่อมต่อสินทรัพย์โลกจริงในระยะยาวได้อีกด้วย
ความเห็นผู้เขียน
การที่นักปั้นเหรียญมีมระดับตำนานหันมาจับโปรเจกต์กลุ่ม RWA สะท้อนให้เห็นว่าเม็ดเงินเริ่มมองหาการลงทุนที่มีปัจจัยพื้นฐานในโลกจริงรองรับมากขึ้น แม้การซื้อตามผู้เล่นรายใหญ่จะช่วยสร้างโอกาสทำกำไรจากกระแสการแห่ซื้อตามกันได้ดี แต่นักลงทุนรายย่อยก็ต้องระมัดระวังเรื่องจังหวะการทำกำไรให้มาก เพราะระดับความเสี่ยงและสายป่านของเราไม่มีทางสู้กระเป๋าใหญ่เหล่านี้ได้อย่างแน่นอน
แหล่งข้อมูล: @BSCNews

