bitkub-banner

PayPal จับมือ MoonPay และ M0 เปิดตัว PYUSDx ให้นักพัฒนาสร้าง Stablecoin แบรนด์ตัวเองได้แล้ว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • PayPal, MoonPay และ M0 ร่วมกันเปิดตัวโปรโตคอล PYUSDx ที่เปิดให้นักพัฒนาแอปสามารถสร้าง Stablecoin แบรนด์ของตัวเองได้ โดยมี PayPal USD (PYUSD) เป็นสินทรัพย์หนุนหลัง
  • PYUSDx รองรับการใช้งานข้ามเครือข่ายบล็อกเชน (cross-chain) เปิดตัวได้เร็ว และสามารถสร้างโทเคนในชื่อแบรนด์ของตัวเองได้ เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการรวม Stablecoin เข้ากับแอปพลิเคชัน
  • การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนแนวโน้มที่บริษัทสถาบันการเงินระดับโลกกำลังขยายการนำ Stablecoin ไปใช้ในระดับที่กว้างขึ้น และน่าจับตาดูว่าจะมีผู้พัฒนารายใดนำไปใช้เป็นรายแรก

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ PayPal ขยายระบบนิเวศ Stablecoin ด้วยโปรโตคอลใหม่ที่รองรับการสร้างโทเคนข้ามเครือข่ายบล็อกเชน เป็นสัญญาณบวกต่อการนำ Stablecoin ไปใช้ในวงกว้างมากขึ้น แม้ผลกระทบต่อราคาโทเคนใดโทเคนหนึ่งโดยตรงจะยังไม่ชัดเจนในระยะสั้น แต่ในภาพรวมถือเป็นการเสริมความน่าเชื่อถือให้กับระบบนิเวศ Stablecoin ของสถาบันการเงิน

เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph PayPal, MoonPay และ M0 ได้ร่วมกันเปิดตัวโปรโตคอลใหม่ชื่อ PYUSDx ซึ่งเปิดให้นักพัฒนาแอปพลิเคชันสามารถสร้าง Stablecoin ในชื่อแบรนด์ของตัวเองได้ โดยมี PayPal USD (PYUSD) เป็นสินทรัพย์หนุนหลัง โปรโตคอลดังกล่าวรองรับการทำงานข้ามเครือข่ายบล็อกเชน เปิดตัวได้รวดเร็ว และให้ตัวเลือกในการสร้างโทเคนในชื่อแบรนด์เฉพาะของแต่ละแอปได้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าบริษัทสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง PayPal กำลังเดินหน้าขยายระบบนิเวศ Stablecoin ของตัวเองอย่างจริงจัง

PYUSDx คืออะไร และทำงานอย่างไร

PYUSDx เป็นโปรโตคอลที่ออกแบบมาเพื่อให้นักพัฒนาและธุรกิจสามารถออก Stablecoin เฉพาะแอปพลิเคชัน (app-specific stablecoin) ของตัวเองได้โดยไม่ต้องสร้างระบบหนุนหลังขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เนื่องจากใช้ PYUSD ซึ่งเป็น Stablecoin ที่ PayPal ออกและผูกกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นสินทรัพย์หนุนหลังอยู่แล้ว นักพัฒนาจึงสามารถสร้างโทเคนของตัวเองที่มีชื่อแบรนด์และอัตลักษณ์เฉพาะ พร้อมรองรับการทำงานข้ามหลายเครือข่ายบล็อกเชน (cross-chain) ได้ทันที

จุดเด่นสำคัญของ PYUSDx คือความเร็วในการเปิดตัว ซึ่งช่วยลดอุปสรรคทางเทคนิคที่บริษัทที่ต้องการออก Stablecoin ของตัวเองเคยเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างระบบหนุนหลัง การตรวจสอบ หรือการรองรับหลายเครือข่ายบล็อกเชน เปรียบได้กับการที่ PayPal เปิด “โครงสร้างพื้นฐาน Stablecoin สำเร็จรูป” ให้นักพัฒนาหยิบไปใช้ได้เลย

ทำไมนี่ถึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับวงการ Stablecoin

ก่อนหน้านี้ หากธุรกิจต้องการออก Stablecoin ของตัวเองจำเป็นต้องมีทรัพยากรด้านเทคนิคและกฎหมายสูงมาก PYUSDx เปลี่ยนสมการนี้โดยเปิดให้ทุกแอปพลิเคชันสามารถมี Stablecoin ในชื่อแบรนด์ของตัวเองได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดการนำ Stablecoin ไปใช้ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ อีกจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มการเงิน เกม อีคอมเมิร์ซ หรือแม้แต่โปรแกรมสะสมแต้มของบริษัทต่าง ๆ

นอกจากนี้ การที่ MoonPay และ M0 ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐาน crypto ร่วมเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ด้วย ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับโปรโตคอลนี้ และสะท้อนให้เห็นว่าความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินดั้งเดิมกับโลก DeFi กำลังเดินหน้าอย่างจริงจัง แนวโน้มนี้สอดคล้องกับที่ประเทศอื่น ๆ อย่างญี่ปุ่นก็เพิ่งเปิดตัว Stablecoin หนุนหลังด้วยสกุลเงินของตัวเองเช่นกัน

PayPal กับการขยายอาณาจักร Stablecoin อย่างไม่หยุด

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า PayPal จับมือ Xoom เปิดให้บริการโอนเงินข้ามพรมแดนด้วย Stablecoin PayPal USD (PYUSD) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า PayPal ไม่ได้ออก PYUSD เพียงเพื่อเป็นกิมมิก แต่กำลังค่อย ๆ วางโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลผ่าน Stablecoin ของตัวเองอย่างเป็นระบบ การเปิดตัว PYUSDx ครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวหนึ่งในแผนระยะยาวที่ชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ

นอกจากนี้ ในบริบทที่หน่วยงานกำกับดูแลธนาคารของสหรัฐฯ กำลังพิจารณากฎเกณฑ์ใหม่เกี่ยวกับ Stablecoin รวมถึงที่ Siam Blockchain รายงานว่า หน่วยงานกำกับดูแลธนาคารกลางสหรัฐฯ เสนอกฎใหม่จำกัดรางวัลจาก Stablecoin การที่ PayPal เดินหน้าขยายระบบนิเวศ PYUSDx ในช่วงเวลานี้แสดงให้เห็นความมั่นใจว่าโมเดลธุรกิจ Stablecoin ของพวกเขายังยืนหยัดได้ท่ามกลางการกำกับดูแลที่เข้มข้นขึ้น


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า PYUSDx เป็นโปรโตคอลที่น่าสนใจมากในเชิงกลยุทธ์ เพราะ PayPal กำลังทำสิ่งที่ USDC ของ Circle พยายามทำอยู่แต่เพิ่มชั้นของการ “ให้แบรนด์อื่นใช้งานได้ง่าย” เพิ่มเข้าไปด้วย ถ้านักพัฒนาแอปหันมาใช้ PYUSDx กันจริงจัง อาจเห็นระบบนิเวศ Stablecoin ที่หลากหลายและใหญ่ขึ้นมากในอีก 1-2 ปีข้างหน้า แต่สิ่งที่ต้องจับตาดูคือ ผู้พัฒนาแอปจะตอบรับดีแค่ไหน และ Stablecoin ที่ออกมาจะได้รับการยอมรับในระบบนิเวศ crypto ในวงกว้างได้จริงหรือเปล่า เพราะประวัติศาสตร์ของโปรโตคอล “Stablecoin สำหรับทุกคน” บอกเราว่า adoption จริงนั้นยากกว่าที่คิดเสมอ