สรุปข่าว
- ปริมาณเงิน M2 ของสหรัฐฯ พุ่งแตะ $22.45 ล้านล้าน (ประมาณ 780 ล้านล้านบาท) ในเดือนมกราคม 2026 ทำ All-Time High ใหม่ ตามข้อมูลจาก Cointelegraph และ Federal Reserve เพิ่มขึ้นจาก $22.40 ล้านล้านในเดือนธันวาคม 2025 คิดเป็นการเติบโต 4.3% YoY
- ในอดีต Bitcoin มีความสอดคล้องกับ M2 โดยราคามักตอบสนองต่อการขยายตัวของ M2 ในช่วงประมาณ 60-90 วัน ตามการวิจัยของ Lyn Alden และ Fidelity Digital Assets — แต่ปัจจุบัน Bitcoin ร่วงลง ~47% จาก ATH ท่ามกลาง M2 ที่ทำ ATH ใหม่ เกิดภาวะ “decoupling” ที่นักวิเคราะห์กำลังถกเถียงกันอย่างเอาจริงเอาจัง
- Fidelity Digital Assets มองว่า M2 ที่ขยายตัวต่อเนื่องจะเป็น catalyst เชิงบวกให้ Bitcoin ตลอดปี 2026 ขณะที่ฝั่งที่ระวังชี้ว่า อัตราส่วน Market Cap หุ้นสหรัฐฯ/M2 อยู่ที่ 306% สูงกว่ายุค Dot-Com Bubble เป็นสัญญาณเตือนว่าสินทรัพย์เสี่ยงอาจปรับฐานได้
แนวโน้มส่งผลต่อราคา: Bullish — M2 ที่ขยายตัวทำ ATH เป็นปัจจัยพื้นฐานเชิงบวกสำหรับ Bitcoin ในระยะกลาง-ยาว ประวัติศาสตร์ชี้ว่าเมื่อ M2 ขยายตัว Bitcoin มักตามมาด้วย lag 2-3 เดือน แม้ระยะสั้นจะยัง decoupling อยู่
ปริมาณเงิน M2 ของสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดตลอดกาลอีกครั้ง เมื่อ Cointelegraph รายงานว่า M2 พุ่งแตะ $22.45 ล้านล้าน ในเดือนมกราคม 2026 ตามข้อมูลล่าสุดจาก Federal Reserve ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจาก $22.40 ล้านล้านในเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งเป็นสถิติ ATH ก่อนหน้า — สะท้อนว่าสภาพคล่องในระบบการเงินสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ Fed จะยังไม่ลดดอกเบี้ยก็ตาม
M2 คืออะไร และทำไมถึงสำคัญกับ Bitcoin?
M2 คือตัวชี้วัดปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจที่ครอบคลุมทั้งเงินสด, เงินฝากออมทรัพย์, เงินฝากประจำขนาดเล็ก (ต่ำกว่า $100,000) และกองทุนตลาดเงิน ตามนิยามของ Federal Reserve เมื่อ M2 เพิ่มขึ้น หมายความว่ามีเงินมากขึ้นในระบบที่พร้อมจะไหลเข้าสู่สินทรัพย์ต่าง ๆ รวมถึง Bitcoin
Fidelity Digital Assets ระบุในรายงานเดือนมกราคมว่า “เมื่อรอบการผ่อนคลายทางการเงินระดับโลกเริ่มต้นขึ้น และโปรแกรม QT ของ Fed สิ้นสุดลง เป็นไปได้สูงว่าอัตราการเติบโตของ M2 จะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดปี 2026 ซึ่งเป็น catalyst เชิงบวกสำหรับราคา Bitcoin” ส่วนข้อมูลจาก Newhedge และ TradersPost ยืนยันว่า Bitcoin มักตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของ M2 ด้วย time lag ประมาณ 60-90 วัน — หมายความว่า M2 ที่ทำ ATH ในเดือนมกราคมอาจเริ่มส่งผลบวกต่อ Bitcoin ราว ๆ เดือนมีนาคม-เมษายน 2026
แต่ทำไม Bitcoin ยังร่วง ทั้งที่ M2 ทำ ATH?
นี่คือคำถามสำคัญที่นักวิเคราะห์ถกเถียงกันอย่างเข้มข้น ขณะที่ M2 ทำ ATH ราคา Bitcoin กลับร่วงลงมา ~47% จาก ATH $126,000 มาอยู่ที่ ~$68,000 เกิดภาวะ “decoupling” ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน BeInCrypto รายงานว่านักวิเคราะห์แบ่งเป็น 2 ค่ายชัดเจน ฝ่าย Bullish นำโดย Fidelity และ MartyParty มองว่า Bitcoin จะ “ตามทัน” M2 ในไม่ช้า เหมือนที่เคยเกิดขึ้นทุกรอบในอดีต ส่วนฝ่าย Bearish นำโดย Mister Crypto ชี้ว่าการ decoupling จาก M2 มักเป็นสัญญาณ market top ตามมาด้วย bear market 2-4 ปี
อีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องระวังคือ อัตราส่วน Market Cap หุ้นสหรัฐฯ/M2 อยู่ที่ 306% ตามข้อมูลจาก The Motley Fool ซึ่งสูงกว่ายุค Dot-Com Bubble ในปี 2000 เป็นครั้งแรก — หมายความว่าแม้ M2 จะเพิ่มขึ้น แต่ราคาสินทรัพย์วิ่งนำหน้า M2 ไปไกลมากแล้ว สร้างความเสี่ยงในการปรับฐาน
แม้ M2 สหรัฐฯ ที่ทำ ATH ใหม่เป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะกลาง-ยาวอย่างชัดเจน เพราะตลอดประวัติศาสตร์ Bitcoin ไม่เคยหนีแรงโน้มถ่วงของ M2 ได้นานนักทุกครั้งที่ decoupling เกิดขึ้น Bitcoin จะ “ตามทัน” ในที่สุด คำถามไม่ใช่ “จะตามทันไหม” แต่คือ “เมื่อไหร่” หากใช้ time lag 60-90 วันเป็นเกณฑ์ ช่วงมีนาคม-เมษายน 2026 อาจเป็นช่วงที่ Bitcoin เริ่มตอบสนองต่อ M2 ที่ทำ ATH ได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาคือ ราคาสินทรัพย์/M2 ratio ที่สูงเกินไป อาจทำให้เกิดการปรับฐานของตลาดหุ้นก่อน ซึ่งจะฉุดคริปโตลงตามไปด้วยในระยะสั้น สำหรับนักลงทุนระยะยาว สิ่งสำคัญคือเงินในระบบมีมากขึ้นเรื่อย ๆ และมันต้องไปที่ไหนสักแห่ง
แหล่งข่าว: X, TradingEconomics, BeInCrypto

