สรุปข่าว
- อิสราเอลร่วมกับสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน และประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศทันที โดยมีรายงานระเบิดขนาดใหญ่ดังขึ้นในกรุงเตหะรานใกล้สำนักงานผู้นำสูงสุดคาเมเนอี
- เจ้าหน้าที่อิสราเอลเตือนว่าอิหร่านเตรียมตอบโต้ด้วยโดรนและขีปนาวุธในระยะเวลาอันสั้น ทำให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางพุ่งสู่จุดวิกฤต
- นักลงทุนทั่วโลกจับตาว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่านจะบานปลายแค่ไหน ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตปรับตัวลงรุนแรงในระยะสั้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การโจมตีระดับนี้ถือเป็น shock event ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน นักลงทุนมักเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทันทีเมื่อเกิดความขัดแย้งทางทหารขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง แรงกดดันขาลงต่อ Bitcoin และ Altcoin ในระยะสั้นมีสูง ก่อนที่ตลาดจะประเมินสถานการณ์ใหม่อีกครั้ง
เหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดในตะวันออกกลางรอบนี้ปะทุขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 28 ก.พ. 2569 ตามเวลาไทย เมื่ออิสราเอลร่วมกับสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน และทางการอิสราเอลประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศทันที ตามรายงานจาก Crypto Rover และ Bull Theory บนแพลตฟอร์ม X โดยมีรายงานเสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังขึ้นในกรุงเตหะราน ใกล้กับสำนักงานของผู้นำสูงสุดอายาตอลเลาะห์ คาเมเนอี และเจ้าหน้าที่อิสราเอลเตือนว่าอิหร่านเตรียมตอบโต้ด้วยโดรนและขีปนาวุธในเวลาอันสั้น ซึ่งนับเป็นการบานปลายของความขัดแย้งที่ครั้งนี้ดึงสหรัฐฯ เข้ามาร่วมด้วยอย่างเป็นทางการ
จากการปิดน่านฟ้าสู่การโจมตีเต็มรูปแบบ
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า อิสราเอลปิดน่านฟ้าทั้งหมดแล้ว ส่งสัญญาณบุกโจมตีอิหร่านใกล้เข้ามา ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นความจริงแล้ว โดยการโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่สงคราม 12 วันในช่วงกลางปี 2568 ซึ่ง Siam Blockchain เคยรายงานว่า อิหร่านและอิสราเอลใช้เงินไปกว่า $25,000 ล้านในการทำสงครามครั้งนั้น
สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญในรอบนี้คือการที่สหรัฐฯ เข้ามาร่วมโจมตีโดยตรง ซึ่งหมายความว่าความขัดแย้งนี้ไม่ใช่แค่สงครามระดับภูมิภาคอีกต่อไป แต่เป็นการเผชิญหน้าระหว่างมหาอำนาจโลกกับอิหร่าน ซึ่งอาจดึงรัสเซียและจีนเข้ามาเกี่ยวข้องในทางอ้อมได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าการโจมตีมุ่งเป้าไปที่บริเวณใกล้สำนักงานผู้นำสูงสุดคาเมเนอี ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นการโจมตีที่มีเป้าหมายชัดเจนระดับสูงสุดของผู้นำอิหร่าน
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
เหตุการณ์ลักษณะนี้มักกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในทันที เนื่องจากนักลงทุนสถาบันและรายย่อยจะหันไปถือสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและพันธบัตรรัฐบาล Siam Blockchain ได้รายงานไปก่อนหน้าแล้วว่า การตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทำให้เงินไหลเข้าตลาดทองคำและเงินกว่า $650,000 ล้านภายใน 4 ชั่วโมง ซึ่งแสดงให้เห็นชัดว่าเมื่อความตึงเครียดเพิ่มขึ้น นักลงทุนเลือกสินทรัพย์ปลอดภัยมากกว่าคริปโต
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสงคราม 12 วันในปีที่แล้วให้บทเรียนที่น่าสนใจ เพราะ Siam Blockchain เคยรายงานว่า เงินไหลเข้า Bitcoin ETF ติดต่อกัน 6 วัน รวมกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ แม้ตลาดจะตึงเครียด บ่งชี้ว่านักลงทุนบางกลุ่มยังคงมองว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่หลบภัยได้เช่นกัน โดยเฉพาะในภาวะที่ค่าเงินดอลลาร์อาจอ่อนตัวจากค่าใช้จ่ายสงคราม ส่วนการฟื้นตัวของตลาดจะขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์จะบานปลายต่อไปหรือมีการเจรจาสงบศึกเกิดขึ้น เหมือนที่ Siam Blockchain รายงานไปก่อนหน้านี้ว่า ตลาดเขียวยกแผงหลังทรัมป์ประกาศสงบศึกอิสราเอล-อิหร่าน แสดงให้เห็นว่าข่าวสงบศึกสามารถพลิกตลาดได้รวดเร็วมาก
บริบทที่ซับซ้อนขึ้นในปี 2569
สงครามรอบนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปราะบางกว่าเดิมมาก Siam Blockchain รายงานเมื่อวันเดียวกันว่า หนี้โลกพุ่งสู่ 348 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2568 และยังมี การเลิกจ้างงานหลายแสนตำแหน่งจากทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งหมายความว่าถ้าสงครามยืดเยื้อ ต้นทุนทางเศรษฐกิจจะยิ่งหนักขึ้นไปอีก สำหรับตลาดคริปโตในภาพรวม ยังต้องจับตาว่า BlackRock และสถาบันการเงินรายใหญ่ที่ล่าสุด Siam Blockchain รายงานว่า BlackRock ยังคงสะสม Bitcoin อยู่อย่างต่อเนื่อง จะยังคงซื้อสะสมต่อหรือหยุดพักก่อนในช่วงที่ความไม่แน่นอนพุ่งสูง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้หนักมากจริงๆ ครับ โดยเฉพาะที่สหรัฐฯ เข้าร่วมโจมตีด้วยโดยตรง นี่คือตัวแปรที่เปลี่ยนเกมทั้งหมด เพราะตอนที่อิสราเอลกับอิหร่านสู้กันสองฝ่ายในปี 2568 ตลาดยังรับได้ แต่พอสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้อง ความเสี่ยงของการบานปลายมันสูงขึ้นอีกระดับ สิ่งที่ต้องจับตาคือปฏิกิริยาตอบโต้ของอิหร่านในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ถ้าโจมตีกลับรุนแรงก็อาจเห็นตลาดร่วงหนักในคืนนี้ แต่ถ้ามีสัญญาณการเจรจาแทรกเข้ามา ตลาดอาจฟื้นตัวได้เร็วเหมือนครั้งก่อน สำหรับคนที่ถือ Bitcoin อยู่ ผู้เขียนแนะนำให้ตามข่าวสถานการณ์ทหารใกล้ชิดในคืนนี้ และระวังความผันผวนสูงเป็นพิเศษ แต่อย่าตื่นตระหนกเกินไปจนตัดสินใจผิดพลาดครับ

