📡 ข่าวนี้ถูกสรุปและเรียบเรียงจากการรายงานข่าวสด (LIVE News) ของ Siam Blockchain
สรุปข่าว
- สหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่านหนัก โจมตีอาคาร IRGC ในเตหะราน สนามบิน Mehrabad และฐานโดรน พร้อมประกาศควบคุมน่านฟ้าอิหร่านได้เกือบทั้งหมด
- อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลและเรือพิฆาตสหรัฐฯ โจมตีคูเวตและซาอุดีอาระเบีย ดันราคาน้ำมันพุ่งแตะ $77 ต่อบาร์เรล
- สงครามลุกลามสู่เลบานอน ฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดถล่มอิสราเอล สถานกงสุลสหรัฐฯ ในดูไบโดนโจมตี ทรัมป์ตัดความสัมพันธ์การค้ากับสเปน เยอรมนีเข้าร่วมรบ ฝรั่งเศสแหกแถว
- เงินคริปโตไหลออกจากเว็บเทรดอิหร่านกว่า 320 ล้านบาท ยอดซื้อขาย tokenized gold บน Solana ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นักลงทุนแห่หนีเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
สงครามในตะวันออกกลางที่ลุกลามอย่างรวดเร็วสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหนัก หุ้นสหรัฐฯ ร่วง เงินไหลเข้าทองคำและสินทรัพย์ปลอดภัย การปิดช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มความเสี่ยงวิกฤตพลังงานโลก ซึ่งจะกดดันตลาดคริปโตต่อเนื่อง แม้จะมีสัญญาณบวกจากทรัมป์ที่ผลักดันกฎหมายคริปโตก็ตาม
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (อัปเดตล่าสุด วันที่ 4 มี.ค. 2569) นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากถล่มอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. สถานการณ์ลุกลามอย่างรวดเร็วจากคำสั่งปิดแหล่งน้ำมัน Rumaila ในอิรัก สู่สงครามเต็มรูปแบบที่ครอบคลุมหลายประเทศในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งแตะ $77 ต่อบาร์เรล สูงสุดนับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง ตามรายงานของ The Kobeissi Letter ขณะที่อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซพร้อมเตือนว่าราคาน้ำมันจะพุ่งถึง $200 ต่อบาร์เรลในเร็ว ๆ นี้ ตลาดการเงินทั่วโลกสั่นไหว หุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก และนักลงทุนแห่หนีเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย ข้อมูลที่ทราบจนถึงขณะนี้ชี้ว่าสถานการณ์ยังไม่มีท่าทีจะคลี่คลาย
สหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่านหนัก สงครามลุกลามทั่วภูมิภาค
สถานการณ์ล่าสุดชี้ว่าปฏิบัติการทางทหารรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ สหรัฐฯ และอิสราเอลถล่มอาคาร IRGC ในกรุงเตหะราน โจมตีสนามบิน Mehrabad และทำลายฐานโดรนในแผ่นดินอิหร่าน กองทัพสหรัฐฯ ระดมกำลังพลกว่า 50,000 นาย เครื่องบินรบ 200 ลำ เรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำ พร้อมเครื่องบินทิ้งระเบิดเข้าร่วมปฏิบัติการ ตามรายงานของ BRICS News ขณะที่ผู้แทนอิสราเอลประจำสหประชาชาติประกาศว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลควบคุมน่านฟ้าอิหร่านได้เกือบทั้งหมดแล้ว
ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าอิหร่านไม่มีระบบป้องกันภัยทางอากาศเหลืออยู่แล้ว และเตือนว่าจะถล่มระลอกที่สามที่หนักกว่านี้อีก รัฐมนตรีต่างประเทศรูบิโอยืนยันว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงและวันข้างหน้า การโจมตีจะหนักและกว้างขึ้นอีก นอกจากนี้ ทรัมป์ยังพิจารณาสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน รวมถึงกองกำลังชาวเคิร์ด โดย CNN รายงานว่า CIA กำลังลักลอบส่งอาวุธให้กองกำลังชาวเคิร์ดในอิหร่านแล้ว
ฝั่งอิหร่านตอบโต้อย่างหนัก ยิงขีปนาวุธและโดรนชุดใหม่ถล่มอิสราเอลหลายระลอก อ้างว่ายิงขีปนาวุธใส่เรือพิฆาตสหรัฐฯ ในมหาสมุทรอินเดีย โจมตีคูเวตจนทหารเสียชีวิต 2 นาย และส่งโดรนถล่มสถานี CIA ในซาอุดีอาระเบีย ทั้งยังมีรายงานว่าสถานกงสุลสหรัฐฯ ในดูไบถูกโจมตีและUAE ต้องยิงสกัดขีปนาวุธอิหร่านเหนือ Dubai Marina สงครามยังลุกลามไปถึงเลบานอน โดยฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดเล็งเป้าเทลอาวีฟและไฮฟา และอิสราเอลถล่มหลายเมืองในเลบานอนรวมถึง Baalbek และ Aramoun พร้อมทั้งมีรายงานระเบิดดังขึ้นบริเวณสนามบินนานาชาติกรุงแบกแดด อิรักอีกด้วย
พันธมิตรแตกแถว ทรัมป์ตัดสเปน เยอรมนีร่วมรบ ฝรั่งเศสแหกแนว
สงครามครั้งนี้ทำให้เกิดรอยร้าวในกลุ่มพันธมิตรชาติตะวันตก ทรัมป์สั่งตัดความสัมพันธ์การค้าทั้งหมดกับสเปนหลังสเปนปฏิเสธไม่ให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพโจมตีอิหร่าน โดยรัฐบาลสเปนตอบโต้ว่าสหรัฐฯ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่นายกฯ เยอรมนี Merz ประกาศสนับสนุนสหรัฐฯ และอิสราเอลเต็มที่ในการกำจัดระบอบอิหร่าน และอังกฤษส่ง F-35 ยิงโดรนอิหร่านเหนือจอร์แดนเป็นครั้งแรกที่ RAF ใช้ F-35 ในปฏิบัติการจริง
ฝรั่งเศสกลับเลือกเส้นทางที่แตกต่าง ประธานาธิบดีมาครงประกาศชัดว่ารับไม่ได้กับสิ่งที่สหรัฐฯ และอิสราเอลทำอยู่ แต่ขณะเดียวกันก็สั่งส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน Charles de Gaulle มุ่งหน้าตะวันออกกลาง และประกาศจัดตั้งกองกำลังผสมเพื่อรักษาความปลอดภัยการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ด้าน UAE ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้ร่วมโจมตีอิหร่านและไม่ได้อนุญาตให้ใครใช้พื้นที่ของตน ในขณะที่กาตาร์จับกุมเซลล์ลับที่เชื่อมโยงกับ IRGC สถานการณ์ภายในอิหร่านเองก็ผันผวน มีรายงานว่าที่ประชุมผู้เชี่ยวชาญอิหร่านเลือก “โมจตาบา คาเมเนอี” ลูกชายของผู้นำสูงสุดคนปัจจุบัน ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนต่อไป
ฮอร์มุซถูกปิด น้ำมันพุ่ง ตลาดการเงินปั่นป่วน คริปโตรับแรงกดดัน
ผลกระทบด้านพลังงานเป็นจุดวิกฤตที่สำคัญที่สุด อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของปริมาณทั่วโลก ก่อนหน้านี้ Polymarket ชี้โอกาสที่ช่องแคบจะถูกปิดก่อนสิ้นเดือนมีนาคมพุ่งถึง 74% ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งทะลุ $77 ต่อบาร์เรล ลบทุกความสูญเสียช่วงที่ผ่านมา ทรัมป์ตอบโต้ด้วยการสั่งกองทัพเรือสหรัฐฯ คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และสั่งให้ US Development Finance Corporation จัดประกันภัยความเสี่ยงทางการเมืองสำหรับการค้าทางทะเลทั้งหมดในอ่าวเปอร์เซีย
ตลาดการเงินสั่นไหวทั่วโลก หุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนักจากความกังวลสงคราม ด้านตลาดคริปโต เงินคริปโตไหลออกจากเว็บเทรดอิหร่านกว่า 320 ล้านบาทบ่งชี้ว่าชาวอิหร่านแห่โยกเงินหนีความวุ่นวาย ที่น่าสนใจคือยอดซื้อขาย tokenized gold บน Solana พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 25.5 ล้าน tokenในวันที่ 28 ก.พ. ทะลุสถิติเดิมไปถึง 290% แสดงให้เห็นว่านักลงทุนในตลาดคริปโตแห่ซื้อทองคำดิจิทัลเพื่อป้องกันความเสี่ยงสงคราม ปัจจุบัน Solana ซื้อขายอยู่ที่ $87.05 ปรับตัวขึ้น 1.67% ใน 24 ชั่วโมง
ท่ามกลางวิกฤตสงคราม ทรัมป์ยังหันมาให้ความสำคัญกับนโยบายคริปโตในประเทศ โดยจวกธนาคารที่พยายามบ่อนทำลายกฎหมาย GENIUS Act และ CLARITY Act พร้อมประกาศจะผลักดันให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำด้านคริปโตให้ได้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่สวนทางกับบรรยากาศตลาดที่กำลังหนีความเสี่ยง
วิกฤตด้านมนุษยธรรมและสิ่งที่ต้องจับตาต่อไป
สงครามส่งผลกระทบต่อพลเรือนอย่างรุนแรง สหประชาชาติเตือนว่าซากขีปนาวุธและโดรนที่ตกลงมา บวกกับน่านฟ้าที่ปิดและการสู้รบ กำลังทำให้พลเรือนเสียชีวิตและโครงสร้างพื้นฐานเสียหายหนัก ชาวซีเรียนับพันแห่อพยพกลับบ้านเกิดผ่านพรมแดนท่ามกลางเสียงระเบิด กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยชื่อทหารสหรัฐฯ ที่เสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่านในคูเวต และเตรียมเที่ยวบินทหารอพยพชาวอเมริกันออกจากตะวันออกกลาง
สถานการณ์ล่าสุดยังไม่มีท่าทีจะคลี่คลาย สิ่งที่ต้องจับตามากที่สุดคือ ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดนานแค่ไหน กองทัพเรือสหรัฐฯ จะเปิดเส้นทางเดินเรือได้หรือไม่ และการตอบโต้ของอิหร่านจะลุกลามถึงขั้นไหน ทั้งหมดนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาน้ำมัน ตลาดหุ้น และตลาดคริปโตในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง สงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่านลุกลามทั่วตะวันออกกลาง ยุโรปพร้อมร่วมรบ วิกฤตพลังงานปะทุ | น้ำมัน Brent พุ่ง 3.3% จากสงครามตะวันออกกลาง | ทรัมป์ไม่รอสภา ใช้คำสั่งฝ่ายบริหารดัน Stablecoin เอง
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นระดับ “ยังไม่เห็นจุดต่ำสุด” สำหรับตลาดคริปโต ข้อมูลที่ทราบจนถึงขณะนี้ชี้ว่าสงครามยังไม่มีทีท่าจะยุติ และยิ่งลุกลามมากขึ้นทุกชั่วโมง การที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดจริง ๆ เป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับเศรษฐกิจโลก เพราะน้ำมันราว 1 ใน 5 ของโลกผ่านช่องแคบนี้
สัญญาณที่น่าสนใจคือ tokenized gold บน Solana ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งบอกเราว่าคนในตลาดคริปโตไม่ได้หนีออกจากคริปโตทั้งหมด แต่เปลี่ยนจากสินทรัพย์เสี่ยงสูงไปสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่าภายในระบบนิเวศเดียวกัน สำหรับคนที่ถือคริปโตอยู่ ผมแนะนำให้ระวังความผันผวนอย่างหนักในช่วงนี้ และจับตาว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้หรือไม่ เพราะนั่นจะเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดสำหรับทิศทางตลาดระยะสั้น
หมายเหตุ: สถานการณ์นี้ยังไม่สิ้นสุด ทีมงาน Siam Blockchain จะติดตามความคืบหน้าและรายงานเพิ่มเติมในบทความถัดไป
