bitkub-banner

น้ำมัน Brent พุ่ง 3.3% จากสงครามตะวันออกกลาง ตลาดหนี risk-off คริปโตโดนหางเลข

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้น 3.3% แตะ $81.6 ต่อบาร์เรล จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
  • การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันสะท้อนภาวะ risk-off ในตลาด นักลงทุนเริ่มลดสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต
  • ต้องจับตาความขัดแย้งในตะวันออกกลางว่าจะยกระดับขึ้นอีกหรือไม่ เพราะอาจส่งผลต่อราคาพลังงานและตลาดโลกในระยะถัดไป

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอย่างรวดเร็วจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางมักส่งสัญญาณให้นักลงทุนถอยออกจากสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งรวมถึง Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซีอื่นๆ ในสถานการณ์ที่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังสูง แรงขายอาจเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดคริปโตยังอยู่ในโหมดระมัดระวัง

ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงบ่ายของวันที่ 3 มี.ค. 2569 โดยพุ่งขึ้น 3.3% แตะระดับ $81.6 ต่อบาร์เรล ตามรายงานจาก Coin Bureau ซึ่งระบุว่าแรงหนุนหลักมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญสำหรับตลาดการเงินโลก เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานมักนำไปสู่ภาวะ risk-off ที่กดดันสินทรัพย์ผันผวนสูงทุกประเภท รวมถึงตลาดคริปโตด้วย

ตะวันออกกลางระอุ ราคาพลังงานโลกเริ่มสะท้อนความเสี่ยง

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเริ่มส่งผลชัดเจนต่อตลาดพลังงานโลก การพุ่งขึ้นของ Brent Crude 3.3% ในวันเดียวถือเป็นการเคลื่อนไหวที่รุนแรงและรวดเร็ว สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนในตลาดพลังงานกำลังประเมินความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันในภูมิภาคใหม่อีกครั้ง บริเวณตะวันออกกลางเป็นแหล่งผลิตน้ำมันสำคัญที่คิดเป็นสัดส่วนกว่าหนึ่งในสามของปริมาณน้ำมันดิบทั่วโลก ดังนั้นความไม่แน่นอนทางการเมืองในพื้นที่ย่อมกระทบราคาพลังงานโดยตรง

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า โรงกลั่นน้ำมัน Ras Tanura ของ Saudi Aramco ถูกโจมตีด้วยโดรน ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงกลั่นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า สายการบินยกเลิกเที่ยวบินถึง 41% ในตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น บวกกับที่ Siam Blockchain รายงานไปก่อนหน้านี้ว่า ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปพุ่งขึ้น 50% ตลาดพลังงานโดยรวมกำลังส่งสัญญาณเตือนพร้อมกันหลายทิศทาง

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต ภาวะ Risk-Off กดดันสินทรัพย์เสี่ยง

โดยทั่วไปแล้ว เมื่อราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดการเงินมักตอบสนองด้วยการลดความเสี่ยงในพอร์ต นักลงทุนสถาบันและรายย่อยต่างหันไปถือสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและพันธบัตรรัฐบาล ขณะที่สินทรัพย์ผันผวนอย่างคริปโตมักได้รับแรงขายทำกำไรก่อน สถานการณ์นี้ยิ่งน่าเป็นห่วงเมื่อพิจารณาว่า Bitcoin เพิ่งปิดแท่งเทียนรายเดือนติดลบ 5 เดือนต่อเนื่องในเดือนกุมภาพันธ์ ตามที่ Siam Blockchain รายงานไปก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณบางอย่างที่อาจช่วยพยุงตลาดคริปโตได้ในระยะสั้น ได้แก่ การที่ ลูกค้า BlackRock ซื้อ Bitcoin มูลค่ากว่า $767 ล้าน และการที่ผลิตภัณฑ์การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล มีเงินไหลเข้ากว่า $1 พันล้าน ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันบางส่วนยังมองหาโอกาสสะสมในช่วงที่ตลาดอ่อนแอ แต่ก็ต้องระวังว่าถ้าสถานการณ์ตะวันออกกลางยกระดับรุนแรงขึ้นอีก แรงซื้อจากสถาบันเหล่านั้นอาจไม่เพียงพอที่จะต้านทานแรงขายได้

สิ่งที่ต้องจับตาในระยะถัดไป

ตัวแปรสำคัญที่ตลาดกำลังติดตามอย่างใกล้ชิดคือทิศทางของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะหลังจากที่ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาพูดถึงศักยภาพด้านอาวุธและการทหาร รวมถึงการแถลงนโยบายต่ออิหร่านที่ตลาดกำลังรอฟัง นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังจะส่งผลต่อการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลกด้วย เนื่องจากราคาพลังงานที่สูงเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางชะลอการลดดอกเบี้ย และนั่นย่อมเป็นปัจจัยลบต่อตลาดคริปโตในภาพรวม


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการพุ่งขึ้นของน้ำมัน 3.3% ในวันเดียวนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อมองรวมกับข่าวพลังงานอื่นๆ ที่ออกมาพร้อมกัน ทั้งก๊าซยุโรปที่พุ่ง 50% และโรงกลั่นซาอุที่ถูกโจมตี ตอนนี้ตลาดคริปโตกำลังถูกกดดันจากหลายทิศทางพร้อมกัน สิ่งที่ผู้เขียนจะจับตาคือว่าราคา Bitcoin จะสามารถยืนอยู่เหนือแนวรับสำคัญได้หรือไม่ถ้าสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย สำหรับคนที่ถืออยู่ ขอให้ระวังความผันผวนระยะสั้นเป็นพิเศษ และอย่าเพิ่งตัดสินใจรีบร้อนอะไรทั้งนั้น เพราะข้อมูลยังเปลี่ยนเร็วมากในช่วงนี้