สรุปข่าว
- ปธน.ทรัมป์ออกมาโวยว่าธนาคารสหรัฐฯ กำลังเป็นตัวการสกัดกั้นคริปโต ผ่านการคุกคามกฎหมาย Genius Act และจับ Clarity Act เป็นตัวประกัน
- เขาเตือนว่าหากปล่อยไว้อุตสาหกรรมคริปโตจะหลุดจากมือสหรัฐฯ ไปสู่จีนหรือประเทศอื่นๆ
- ทรัมป์ ยืนยันว่าสหรัฐฯ จะต้องเป็นเมืองหลวงคริปโตโลก และจะไม่ยอมให้ใครมาทำลาย วาระคริปโตอันทรงพลัง
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มธนาคารในสหรัฐฯ ที่พยายามสกัดกั้นการเติบโตของอุตสาหกรรมคริปโต เพื่อปกป้องผลกำไรมหาศาลของตนเองจนทำให้ประชาชนเสียผลประโยชน์ และอาจทำให้สหรัฐฯ สูญเสียความเป็นผู้นำด้านคริปโตให้กับคู่แข่งอย่างจีน
เมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงความไม่พึงพอใจในการทำงานของธนาคารในสหรัฐฯ ที่คอยสกัดกั้นอุตสาหกรรมคริปโต พร้อมกับแสดงความกังวลว่าจะถูกจีนเข้ามาสกัดกั้นไม่ให้สหรัฐฯเป็นผู้นำโลกคริปโต
Trump กล่าวอย่างชัดเจนบน Truth Social ว่ากฎหมาย Genius Act กำลังถูกคุกคาม และบ่อนทำลายโดยเหล่าธนาคารต่างๆ และนั่นเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ และเขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีกต่อไป โดยสหรัฐฯ จำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายโครงสร้างตลาดแล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในขณะที่บรรดาธนาคารต่าง ๆ กำลังฟันกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ชาวอเมริกันทุกคนกลับไม่ได้รับผลตอบแทนที่พวกเขาควรได้รับจากเงินของพวกเขา นั่นจึงทำให้พวกเรายอมไม่ได้ที่จะให้ใครมาทำลาย “วาระคริปโต” อันทรงพลังของสหรัฐฯ และยอมปล่อยให้โอกาสหลุดไปยังประเทศจีน หรือ ประเทศอื่นๆ หากเราไม่รีบเร่งแก้ไขกฎหมายในปัจจุบัน
สำหรับ Genius Act ถือเป็นก้าวสำคัญก้าวแรกของสหรัฐฯ ในการทำให้ประเทศของเราเป็นเมืองหลวงแห่งคริปโตของโลก และการผลักดันกฎหมาย Clarity Act ให้สำเร็จลุล่วงคือขั้นตอนต่อไปที่จะช่วยให้ภารกิจนี้สมบูรณ์ เพื่อรักษาอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังนี้ไว้ในสหรัฐฯ ต่อไป
บรรดาธนาคารไม่ควรพยายามขัดแข้งขัดขากฎหมาย Genius Act หรือ จับกฎหมาย Clarity Act ไว้เป็นตัวประกัน พวกเขาจำเป็นต้องทำข้อตกลงที่ดีกับอุตสาหกรรมคริปโต เพราะนั่นจะนำมาซึ่งผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนชาวอเมริกัน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวทิ้งท้ายอย่างหนักแน่นว่า สหรัฐฯ ต้องไม่ปล่อยให้อุตสาหกรรมคริปโตหลุดมือไปในช่วงเวลาที่ความสำเร็จอยู่เพียงแค่เอื้อม พร้อมกล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความสำคัญกับก้าวประวัติศาสตร์ครั้งนี้
มุมมองผู้เขียน : การที่ทรัมป์ต้องเร่งออกมากวดขันให้ภาคส่วนต่างๆ ให้ความร่วมมือมากขึ้นแสดงให้เห็นว่า คริปโตเคอร์เรนซี ถือเป็นวาระสำคัญไม่ได้ด้อยไปกว่าเรื่องอื่นๆ ในขณะนี้ เพราะนอกจากตระกูลทรัมป์จะมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงแล้ว การปกป้องผลประโยชน์ของชาติเป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็จำเป็นที่จะต้องเร่งจัดการ

