bitkub-banner

เรือบรรทุกน้ำมันระเบิดใกล้คูเวต น้ำมันพุ่งหนัก คริปโตเสี่ยงโดนทุบตาม

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • เกิดระเบิดขนาดใหญ่บนเรือบรรทุกน้ำมันในน่านน้ำคูเวต ส่งผลให้มีน้ำมันรั่วไหลเป็นบริเวณกว้าง
  • ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเข้าใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามตะวันออกกลางเริ่มต้น ตอกย้ำความตึงเครียดในภูมิภาค
  • ตลาดการเงินโลกเข้าสู่โหมด risk-off นักลงทุนต้องจับตาว่าแรงขายจะลามถึงสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตหรือไม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

เหตุระเบิดเรือบรรทุกน้ำมันในคูเวตซ้ำเติมความตึงเครียดภูมิภาคที่สะสมมาต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนหันหนีสินทรัพย์เสี่ยงกลับไปถือสินทรัพย์ปลอดภัย ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นยังเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ ทำให้ธนาคารกลางอาจต้องชะลอการลดดอกเบี้ยออกไป ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อตลาดคริปโตโดยตรง

เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 5 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตลาดการเงินโลกเกิดอาการสั่นคลอนอีกครั้ง หลัง The Kobeissi Letter รายงานว่ามีระเบิดขนาดใหญ่โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในน่านน้ำนอกชายฝั่งคูเวต จนเกิดน้ำมันรั่วไหลเป็นบริเวณกว้าง เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเข้าใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางปะทุขึ้น ตอกย้ำว่าความตึงเครียดในภูมิภาคยังไม่มีทีท่าจะสงบลง และกำลังส่งแรงกระเพื่อมไปยังตลาดสินทรัพย์ทั่วโลก รวมถึงตลาดคริปโตด้วย

ตะวันออกกลางร้อนระอุ เหตุการณ์ซ้อนกันหลายจุดในเวลาไล่เลี่ย

เหตุระเบิดเรือบรรทุกน้ำมันครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดดๆ แต่มาในช่วงเวลาที่ตะวันออกกลางกำลังเผชิญความวุ่นวายหลายด้านพร้อมกัน ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า UAE สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนได้สำเร็จ ขณะที่ NATO ยังต้องสกัดขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่านที่มุ่งหน้าเข้าน่านฟ้าตุรกี และ ตลาดหุ้นดูไบร่วงหนักกว่า 4.6% ในช่วงเปิดตลาดเมื่อวานนี้ การที่เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องกันสะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เหตุการณ์เดี่ยวๆ ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ

นอกจากนี้ กาตาร์ยังประกาศหยุดการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) โดยคาดว่าต้องใช้เวลากว่า 4 สัปดาห์กว่าจะกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ ทำให้ตลาดพลังงานโลกตกอยู่ในภาวะกดดันหนักหน่วงจากหลายทิศทางพร้อมกัน ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขในตลาด แต่สะท้อนว่านักลงทุนทั่วโลกกำลังรับรู้ถึงความเสี่ยงที่กำลังสะสมขึ้นในภูมิภาคยุทธศาสตร์แห่งนี้

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต เมื่อน้ำมันพุ่ง ความเสี่ยงก็ตามมา

สำหรับตลาดคริปโต เหตุการณ์นี้สร้างแรงกดดันจากสองทิศทางพร้อมกัน ทิศทางแรกคือ sentiment ตลาดที่พลิกเป็นลบทันที เมื่อเกิดเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์รุนแรง นักลงทุนมักจะลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และ Altcoin เพื่อย้ายเงินไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำหรือพันธบัตรรัฐบาล ทิศทางที่สองคือผลทางอ้อมผ่านนโยบายการเงิน ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจะเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีเหตุผลมากขึ้นที่จะชะลอการลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะกลาง

อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงซื้อจากฝั่งสถาบันที่อาจช่วยพยุงตลาดคริปโตเอาไว้ได้บ้าง ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain รายงานว่า MicroStrategy ซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 1,762 BTC และ Circle ออก USDC ใหม่กว่า 2 พันล้านดอลลาร์ใน 2 วัน สะท้อนว่ายังมีเงินทุนที่พร้อมเข้าตลาดอยู่ แต่ในภาวะที่ตะวันออกกลางยังคงร้อนระอุ แรงขายจากความกลัวอาจหนักกว่าแรงซื้อจากสถาบันในระยะสั้น


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเหตุการณ์ระเบิดเรือบรรทุกน้ำมันครั้งนี้น่ากังวลมากกว่าที่หลายคนอาจคิด เพราะมันไม่ใช่แค่ข่าวพลังงานธรรมดา แต่คือสัญญาณว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังขยายพื้นที่ไปถึงเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก ถ้าเกิดเหตุการณ์ซ้ำอีกหรือมีการตอบโต้ทางทหาร ตลาดคริปโตอาจเห็นแรงขายรุนแรงขึ้นอีก สิ่งที่ต้องจับตาในช่วงนี้คือราคาน้ำมันดิบจะทะลุจุดสูงสุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นหรือไม่ และรัฐบาลคูเวตหรือกลุ่มอาหรับจะออกมาชี้แจงว่าใครอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ คำตอบของสองคำถามนั้นจะบอกได้ว่าตลาดจะพักตัวสั้นๆ หรือเข้าสู่ขาลงที่ยาวกว่านั้น