สรุปข่าว
- ปริมาณการชำระเงินรวมบนเครือข่าย Solana เพิ่มขึ้น 755% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สะท้อนการเติบโตของการใช้งานจริงอย่างก้าวกระโดด
- บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงินระดับโลกทั้ง Visa, Stripe, Worldpay และ Western Union ต่างเลือกใช้ Solana เป็นชั้นชำระเงิน (settlement layer) ในระบบของตน
- ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่า Solana กำลังก้าวจากโครงสร้างพื้นฐานที่พูดถึงบนกระดาษ ไปสู่เครือข่ายที่มีบทบาทจริงในอุตสาหกรรมการเงินกระแสหลัก
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่บริษัทชำระเงินระดับโลกอย่าง Visa และ Stripe เลือก Solana เป็นชั้นชำระเงินถือเป็นสัญญาณการยอมรับในระดับสถาบันที่ชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่ง การเติบโต 755% ของปริมาณธุรกรรมพิสูจน์ว่าโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายนี้ตอบโจทย์การใช้งานจริง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนราคา SOL ในระยะกลางถึงยาว
ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 มี.ค. 2569 ปริมาณการชำระเงินรวมบนเครือข่าย Solana เพิ่มขึ้นถึง 755% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า Solana ไม่ได้เป็นเพียงเครือข่ายบล็อกเชนสำหรับตลาดคริปโตอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินระดับโลกอย่างแท้จริง โดยบริษัทชั้นนำอย่าง Visa, Stripe, Worldpay และ Western Union ต่างหันมาใช้ Solana เป็นชั้นชำระเงินในระบบของตนแล้ว ปัจจุบัน SOL ซื้อขายอยู่ที่ราคา $89.24 ปรับตัวลง 3.93% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อยักษ์ใหญ่การเงินโลกเลือก Solana เป็นรากฐานการชำระเงิน
การที่ Visa และ Stripe ซึ่งเป็นเครือข่ายชำระเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลือกใช้ Solana เป็น settlement layer นั้น ถือเป็นก้าวสำคัญที่นักวิเคราะห์หลายคนในวงการคริปโตรอคอยมานาน เพราะหมายความว่าเครือข่ายนี้ผ่านการประเมินด้านความเร็ว, ต้นทุน, และความเสถียรในระดับที่บริษัทขนาดใหญ่ยอมรับได้จริง
Worldpay ผู้ให้บริการประมวลผลการชำระเงินรายใหญ่อีกรายที่เลือกใช้ Solana ดำเนินธุรกรรมหลายร้อยพันล้านดอลลาร์ต่อปี ขณะที่ Western Union ซึ่งมีเครือข่ายโอนเงินข้ามประเทศกว่า 200 ประเทศทั่วโลกก็เข้าร่วมด้วย การรวมกันของผู้เล่นระดับนี้บนเครือข่ายเดียวกันเป็นสัญญาณที่บอกได้ว่า Solana กำลังก้าวขึ้นมาเป็นมาตรฐานใหม่ของโครงสร้างพื้นฐานการเงินดิจิทัล
755% คืออะไร และทำไมตัวเลขนี้ถึงสำคัญ
การเติบโต 755% ในระยะเวลาหนึ่งปีนั้นไม่ใช่ตัวเลขที่เกิดจากการเก็งกำไรในตลาดหรือการซื้อขายโทเคน แต่มาจากการใช้งานจริงในระบบชำระเงินของบริษัทที่มีลูกค้านับหลายร้อยล้านรายทั่วโลก ซึ่งต่างจากตัวชี้วัดทั่วไปของโปรเจกต์บล็อกเชนที่มักวัดจากจำนวนธุรกรรมหรือมูลค่าที่ล็อกอยู่ในโปรโตคอล (TVL)
ปริมาณการชำระเงินที่เพิ่มขึ้นในลักษณะนี้ยังมีนัยสำคัญต่อความต้องการ SOL โดยตรง เพราะผู้ใช้งานและผู้ให้บริการบนเครือข่ายต้องถือ SOL ไว้บางส่วนเพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรม ยิ่งปริมาณการใช้งานสูงขึ้น แรงกดดันด้านอุปสงค์ต่อ SOL ก็ยิ่งเพิ่มตามไปด้วย
บริบทที่เหมาะสม กระแสสถาบันที่กำลังมาแรง
ข่าวนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กระแสการยอมรับคริปโตในระดับสถาบันกำลังเร่งตัวอย่างชัดเจน ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Zerohash เข้าร่วมกับ Circle, Ripple, Bridge และ Stripe ในการขอใบอนุญาตธนาคารจาก OCC ซึ่งบ่งชี้ว่า Stripe เองก็กำลังเดินหน้าสร้างโครงสร้างพื้นฐานการเงินดิจิทัลในหลายมิติพร้อมกัน รวมถึงการรายงานเรื่อง ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ Paul Atkins ที่สนับสนุนให้มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ก็ยิ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของ Solana ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินมากขึ้น
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าตื่นเต้นมากกว่าที่ตัวเลขราคา SOL วันนี้จะสะท้อน เพราะการที่ Visa และ Western Union ซึ่งเป็นบริษัทที่ระมัดระวังเรื่องชื่อเสียงและความเสี่ยงด้านกฎหมายอย่างมาก ยอมเอาชื่อตัวเองไปผูกกับเครือข่ายบล็อกเชนใด บ่งบอกว่าพวกเขาผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างเข้มงวดมาแล้ว ในแง่นี้ Solana ไม่ได้แค่ชนะการแข่งขันด้านเทคนิค แต่ชนะใจฝ่าย compliance และ risk management ของบริษัทขนาดใหญ่ด้วย สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือปริมาณนี้จะแปลงเป็นรายได้และ demand ต่อ SOL จริงๆ แค่ไหน และจะมีผู้เล่นรายใหม่เข้าร่วมอีกหรือไม่ในช่วงครึ่งปีหลัง

