สรุปข่าว
- PsiQuantum จับมือ Nvidia ทุ่มทุน 1 พันล้านดอลลาร์ เริ่มก่อสร้างศูนย์คอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาด 1 ล้านคิวบิตที่ชิคาโก
- นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า สเปกระดับนี้แรงพอที่จะแฮ็กระบบเข้ารหัสของ Bitcoin ได้สบายๆ
- PsiQuantum ยืนยันไม่มีแผนแฮ็ก BTC ส่วนงานวิจัยชี้มีเหรียญที่เสี่ยงจริงแค่ประมาณ 10,000 BTC ซึ่งถ้าโดนเทขายก็ไม่กระทบตลาดภาพรวม
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
PsiQuantum ผนึกกำลัง Nvidia ทุ่มทุน 1 พันล้านดอลลาร์สร้างศูนย์ควอนตัมคอมพิวเตอร์ระดับ 1 ล้านคิวบิตที่ลือกันว่าแรงพอจะเจาะระบบรหัส Bitcoin ได้ แต่บริษัทออกมายืนยันชัดเจนว่า ไม่มีเจตนาแฮ็ก Bitcoin นอกจากนี้ ต่อให้เกิดเคสเลวร้ายที่สุดก็มีแค่กระเป๋าเงินยุคเก่าที่ไม่ได้เคลื่อนไหวราว 10,230 BTC เท่านั้นที่ตกอยู่ในความเสี่ยง ซึ่งหากถูกแฮ็กมาเทขายได้จริง สภาพคล่องของตลาดในปัจจุบันก็รับมือได้อย่างสบาย
PsiQuantum จับมือกับผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่ Nvidia ทุ่มเม็ดเงินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ (ราว 30,000 ล้านบาท) เดินหน้าก่อสร้างศูนย์ประมวลผลควอนตัมคอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์ระดับ 1 ล้านคิวบิตแห่งแรกของโลกที่เมืองชิคาโก
โปรเจกต์นี้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วด้วยการขึ้นโครงสร้างเหล็กกว่า 500 ตันภายใน 6 วัน เพื่อรองรับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ยุคถัดไปที่มีศักยภาพเทียบเท่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปหลายหมื่นล้านเครื่องรวมพลังกัน
ตัวเลขขุมพลัง 1 ล้านคิวบิตสร้างความกังวลในชุมชนคริปโตเคอร์เรนซี เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ประเมินว่า เป็นระดับที่สามารถทะลวงระบบเข้ารหัสของ Bitcoin ได้

ด้าน Adam Back ซีอีโอของ Blockstream ได้ออกมาเบรกความแพนิกของตลาดคริปโทฯ โดยระบุชัดเจนว่า ภัยคุกคามทางควอนตัมจะไม่เกิดขึ้นภายในอีกอย่างน้อย 10 ปีข้างหน้า ในขณะเดียวกัน ทีมนักพัฒนา Bitcoin ก็กำลังเตรียมแผนรับมือเชิงรุกผ่านการทำ Hard Fork เพื่อยกระดับเครือข่ายสู่ระบบต้านทานควอนตัม
หากการโจมตีเกิดขึ้นจริง กลุ่มที่มีความเสี่ยงถูกแฮ็กมากที่สุดคือ กระเป๋าเงินประเภท Unspent Transaction Output (UTXO) ในยุคบุกเบิกที่ไม่เคยมีการทำธุรกรรมโอนออก
โดยข้อมูลวิจัยระบุว่า การถอดรหัสระดับ 2048-bit ต้องใช้พลังประมวลผลราว 100,000 คิวบิต ซึ่งคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทรงพลังที่สุดในโลกปัจจุบันของสถาบัน Caltech ยังมีกำลังเพียง 6,100 คิวบิต การจะก้าวไปถึงระดับหลักแสนหรือล้านคิวบิตจึงเป็นเรื่องของอนาคตระยะยาว
PsiQuantum ยืนยันไม่มีเจตนานำมาใช้แฮ็ก Bitcoin
Terry Rudolph ผู้ร่วมก่อตั้ง PsiQuantum ยืนยันหนักแน่นว่า บริษัทไม่มีเจตนาใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อแฮ็ก Private Key ของ Bitcoin สอดคล้องกับรายงานวิจัยจาก CoinShares ที่ประเมินว่า ปัจจุบันมีเหรียญเพียง 10,230 BTC เท่านั้นที่เข้าข่ายเสี่ยงต่อภัยคุกคามทางควอนตัม
ดังนั้นหากเกิดเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดที่เหรียญเหล่านี้ถูกแฮ็กและถูกเทขาย ความเสียหายต่อตลาดจะคิดเป็นมูลค่าเพียง 728 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสภาพคล่องของตลาดในปัจจุบันสามารถรองรับแรงกระแทกได้อย่างสบาย โดยจะส่งผลเพียงระดับการซื้อขายปกติรายวันเท่านั้น ไม่ใช่การพังทลายของตลาดคริปโทฯ
มุมมองผู้เขียน: แม้พาดหัวข่าวจะดูน่ากลัว แต่เหรียญที่ตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงมีเพียงหมื่นกว่า BTC เท่านั้น ซึ่งสภาพคล่องตลาดในตอนนี้สามรถรับมือได้อย่างสบาย แถมทีมนักพัฒนา Bitcoin ก็เตรียมแผนอัปเกรดเครือข่ายป้องกันไว้แล้ว เพราะงั้นนักลงทุนควรเสพข่าวนี้ในฐานะ “ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี” มากกว่าจะเป็นวันสิ้นโลกของคริปโต
ที่มา:cointelegraph

