สรุปข่าว
- Robert Kiyosaki ได้ทวีตว่า “สงครามทำให้คนบางกลุ่มรวยขึ้น” ขณะที่ประชาชนทั้งสองฝ่ายของสงครามต้อง “จ่ายราคาด้วยเลือด เหงื่อ และน้ำตา และเงินทอง”
- นับตั้งแต่สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านเริ่มต้น ทองคำพุ่งทะลุ $5,300/ออนซ์ น้ำมันพุ่ง 35% ทะลุ $90/บาร์เรล และ BTC แม้ร่วงจาก $70K ลงมาที่ $63K ในช่วง panic แต่ ดีดกลับมาที่ ~$67K ขณะที่ค่าเงินเรียลของอิหร่านร่วง 95% และชาวอิหร่าน 88 ล้านคนถูกตัดอินเทอร์เน็ต
- Kiyosaki ย้ำสิ่งเดิมที่เขาพูดมาตลอด “หยุดเก็บเงินปลอม เริ่มเก็บของจริง (ทอง, เงิน, BTC)” สงครามเป็นตัวพิสูจน์ว่า เงินเฟียตสูญเสียมูลค่าเร็วที่สุดในช่วงวิกฤต (อิหร่าน -95%, แม้แต่ดอลลาร์ก็ซื้อของได้น้อยลงจากน้ำมันที่พุ่ง) ขณะที่สินทรัพย์ที่พิมพ์ไม่ได้กลับพุ่งขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
Kiyosaki เป็นบุคคลชื่อดังระดับโลกที่มีผู้ติดตามหลายล้านคน ข้อความ “สงคราม = สินทรัพย์จำกัดพุ่ง” สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ซึ่งเราได้เห็นแล้วว่าทองคำได้ทำ All Time High และราคา Bitcoin ก็ดีดกลับ ซึ่งอาจกระตุ้นให้นักลงทุนรายย่อยหันมาสะสม Bitcoin หรือทองคำเพิ่ม
Robert Kiyosaki ไม่เคยอ้อมค้อม และโพสต์ล่าสุดของเขาก็เช่นกัน โดยเขาชี้ว่า สงครามทำให้ “คนบางกลุ่มรวยขึ้น” ขณะที่ประชาชนทั้ง 2 ฝ่ายของสงครามต้องจ่ายราคาด้วย “เลือด เหงื่อ น้ำตา และเงินทอง” นี่ไม่ใช่แค่ความเห็น มันคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงต่อหน้าต่อตาเรา
ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์คำพูดของ Kiyosaki
ตัวเลขไม่โกหก โดยนับตั้งแต่สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านเริ่มขึ้น ทองคำพุ่งทะลุ $5,300/ออนซ์ ทำสถิติสูงสุดตลอดกาล ใครที่ซื้อทองเมื่อต้นปี 2026 ที่ประมาณ $4,500 ตอนนี้ กำไร 18% ในไม่กี่สัปดาห์
ขณะที่ Bitcoin แม้จะร่วงในช่วง Panic Sell ในตอนแรก แต่ดีดกลับ 11% จากจุดต่ำสุดมาที่ประมาณ $67,000
แพทเทิร์นย้อนหลังแสดงให้เห็นว่า Bitcoin พุ่งหลังสงครามทุกครั้ง โดยในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนราคาได้พุ่งขึ้นมา 40.3% และในช่วงสงครามอิสราเอล-อิหร่านราคาได้พุ่งขึ้นมา 25.5%
ในขณะเดียวกัน ค่าเงินเรียลของอิหร่านกลับร่วง 95% และชาวอิหร่าน 88 ล้านคนถูกตัดอินเทอร์เน็ต เงินในธนาคารถูกอายัด และแม้แต่ชาวอเมริกันก็เริ่มรู้สึกผลกระทบจากน้ำมันที่พุ่ง 35% ซึ่งหมายความว่าค่าน้ำมัน, ค่าขนส่ง, และค่าอาหารจะแพงขึ้น ดังนั้น เงินเฟียตจะซื้อของได้น้อยลงเรื่อย ๆ
Kiyosaki ย้ำ “เก็บของจริง ไม่ใช่เงินปลอม”
Kiyosaki พูดเรื่องนี้มาตลอด โดยเน้นย้ำว่า “คนเก็บเงินคือผู้แพ้” เพราะเงินเฟียตถูกพิมพ์เพิ่มได้ไม่จำกัด แต่ทองคำ เงิน และ Bitcoin มีอุปทานจำกัด
ในช่วงสงคราม แพทเทิร์นนี้ถูกพิสูจน์อย่างชัดเจน โดยเริ่มจากรัฐบาลพิมพ์เงินเพื่อจ่ายค่าสงคราม สิ่งนี้ทำให้เงินเฟียตเสื่อมค่า และจะส่งผลให้สินทรัพย์ที่ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้มีมูลค่าพุ่งสูงขึ้น
สิ่งที่ Kiyosaki กำลังบอก คือ “สงครามเป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และคุณต้องเตรียมตัวให้ถูก” คนที่เตรียมตัวจะผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้น คนที่ไม่เตรียมจะสูญเสียอำนาจซื้อไปเรื่อยๆ
ผู้เขียนมองว่าโพสต์ของ Kiyosaki ครั้งนี้ กระทบใจมากกว่าครั้งอื่น ๆ สงครามเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ไม่มีใครอยากเห็น แต่ในฐานะนักลงทุน สิ่งที่ควรทำคือเรียนรู้จากมัน ประวัติศาสตร์บอกว่าหลังสงครามทุกครั้ง สินทรัพย์ที่มีอุปทานจำกัดจะพุ่งขึ้น ซึ่งในตอนนี้ ทองคำและ Bitcoin คือสินทรัพย์ที่มีอุปทานจำกัด
ที่มา: theRealKiyosaki, TheStreet, Yahoo Finance, Daily Hodl, CNBC, CoinDesk

