สรุปข่าว
- อาลี ลาริจานี หัวหน้าด้านความมั่นคงของอิหร่าน อ้างว่าสามารถจับกุมทหารสหรัฐฯ ได้จำนวนหนึ่ง โดยอ้างอิงรายงานจาก Al Jazeera
- หากข้อมูลนี้ถูกต้อง จะถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
- นักลงทุนควรจับตาตลาดคริปโตและสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกในช่วงนี้ เนื่องจากความตึงเครียดระดับนี้มักกระตุ้นการเทขายรุนแรง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การจับกุมทหารสหรัฐฯ ถือเป็นสัญญาณสงครามโดยตรงที่จะกระตุ้นให้นักลงทุนทั่วโลกแห่หนีออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และ altcoin ไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและพันธบัตร ตลาดคริปโตซึ่งเปิด 24 ชั่วโมงมักดูดซับแรงตื่นตระหนกได้เร็วกว่าตลาดหุ้น ทำให้ความเสี่ยงขาลงในระยะสั้นมีสูงมาก
เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 8 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Ash Crypto อ้างอิงแหล่งข่าวจาก Al Jazeera อาลี ลาริจานี หัวหน้าด้านความมั่นคงสูงสุดของอิหร่าน ออกมาอ้างว่ากองกำลังอิหร่านสามารถจับกุมทหารสหรัฐฯ ได้ “จำนวนหนึ่ง” โดยยังไม่มีการระบุตัวเลขที่ชัดเจนหรือรายละเอียดเพิ่มเติม ทางการสหรัฐฯ ยังไม่ได้ออกมายืนยันหรือปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าว ณ ขณะนี้ หากข้อมูลนี้ถูกต้อง จะถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งระหว่างสองประเทศอย่างรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี และอาจนำไปสู่การตอบโต้ทางทหารจากฝ่ายสหรัฐฯ ในระยะเวลาอันใกล้
บริบทความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านที่คุกรุ่นมาต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ทำเนียบขาวประกาศอิหร่านยอมแพ้ขอโทษเพื่อนบ้าน หลังถูกสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มไม่หยุด และ อิหร่านประกาศหยุดโจมตีเพื่อนบ้านพร้อมขอโทษ ซึ่งครั้งนั้นตลาดแสดงสัญญาณบวกจากการลดความตึงเครียด แต่การอ้างสิทธิ์จับทหารสหรัฐฯ ในครั้งนี้ถือเป็นการพลิกสถานการณ์ครั้งใหญ่ที่ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนกว่าที่คาดไว้มาก
นอกจากนี้ ยังมีรายงานก่อนหน้าจาก Siam Blockchain ว่า ซาอุฯ ขู่ตอบโต้อิหร่านหากบุกโจมตีแหล่งพลังงาน และ Trump สั่งผลิตอาวุธเพิ่ม 4 เท่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายต่างเตรียมความพร้อมทางทหารมาระยะหนึ่งแล้ว การอ้างสิทธิ์จับทหารของฝ่ายอิหร่านจึงอาจไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เพื่อกดดันและต่อรองในระดับการทูต
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
เหตุการณ์ระดับนี้ถือเป็น “ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์” ขั้นสูงสุดที่ตลาดการเงินทั่วโลกเกรงกลัว การจับทหารต่างชาติโดยประเทศอื่นนั้นในประวัติศาสตร์มักกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองทางทหารอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงโดยพร้อมเพรียงกัน ตลาดคริปโตซึ่งเปิดตลอด 24 ชั่วโมงมักเป็น “ตัวดูดซับ” แรงตื่นตระหนกแรกสุดก่อนที่ตลาดหุ้นในสหรัฐฯ จะเปิดทำการ
Bitcoin และ altcoin หลักอาจเผชิญแรงขายหนักหากสถานการณ์ยกระดับขึ้นอีก โดยเฉพาะหากสหรัฐฯ ยืนยันเหตุการณ์และประกาศมาตรการตอบโต้ ในทางกลับกัน ทองคำและน้ำมันดิบมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นจากความไม่แน่นอน ซึ่งจะส่งผลซ้ำเติมต้นทุนพลังงานในการขุด Bitcoin อีกด้วย ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ยังรายงานว่า นักเทรดฟันธงน้ำมันจ่อทะลุ 100 ดอลลาร์ และ Saudi Aramco เบี่ยงเส้นทางส่งน้ำมันหนีทะเลแดง ซึ่งหากรวมกับข่าวนี้อาจทำให้ราคาพลังงานโลกพุ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
ต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ
สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือข้อมูลนี้มาจากฝ่ายอิหร่านเพียงฝ่ายเดียว และยังไม่ได้รับการยืนยันจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือทำเนียบขาว ในอดีตที่ผ่านมาอิหร่านเคยใช้การอ้างสิทธิ์เชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างอำนาจต่อรองในการเจรจา ดังนั้นความน่าเชื่อถือของข้อมูลจึงยังต้องรอการยืนยัน อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเพียงการอ้างสิทธิ์ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นก็เพียงพอที่จะกระตุ้นให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังและอาจเทขายสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่ากังวลมากกว่าข่าวภูมิรัฐศาสตร์ทั่วไปที่เราเห็นมาตลอดสัปดาห์ เพราะการอ้างสิทธิ์จับทหารต่างชาตินั้นต่างกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานโดยสิ้นเชิง มันสัมผัสกับ “เส้นแดง” ทางการเมืองของสหรัฐฯ โดยตรง ถ้ายืนยันได้ว่าเป็นจริง รัฐบาล Trump คงยากที่จะนิ่งเฉยโดยไม่มีการตอบโต้บางอย่าง สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือคำแถลงจากทำเนียบขาวและกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หากออกมายืนยันก็อาจเห็นตลาดคริปโตดิ่งหนักในคืนนี้ แต่ถ้าฝ่ายสหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธหรือเรียกว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ ตลาดอาจสงบลงได้เร็ว ขอให้ติดตามใกล้ชิดและระวังความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
เครดิตภาพจาก @AshCrypto

