bitkub-banner

ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดิ่งกว่า 4,000 จุดจากจุดสูงสุด คริปโตเสี่ยงโดนล้างพอร์ตระลอกใหญ่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ฟิวเจอร์ดาวโจนส์ร่วงกว่า 1,000 จุดในช่วงเปิดตลาด และร่วงรวมแล้วกว่า 4,000 จุดนับจากที่ทะลุ 50,000 ครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ก.พ.
  • การดิ่งลงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายหลายแนวรบพร้อมกัน ทั้งสงครามในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ $104 ต่อบาร์เรล และเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นเอเชียรวมกว่า $1.1 หมื่นล้านในสัปดาห์เดียว
  • ต้องจับตาว่าแรงขายในตลาดหุ้นจะลามเข้าตลาดคริปโตแรงแค่ไหน โดยเฉพาะสถานะ Leverage ที่ยังค้างอยู่อาจถูกล้างพอร์ตเป็นลูกโซ่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การดิ่งลงของดาวโจนส์ฟิวเจอร์ขนาดนี้เป็นสัญญาณ Risk-off อย่างชัดเจน นักลงทุนมักเทขายสินทรัพย์เสี่ยงพร้อมกันทุกตัว รวมถึง Bitcoin และ Altcoin ยิ่งหาก Leverage ในตลาดคริปโตยังสูงอยู่ ก็ยิ่งเสี่ยงต่อการล้างพอร์ตเป็นลูกโซ่ที่กดราคาลงได้รวดเร็วกว่าตลาดหุ้นหลายเท่า

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดฉากคืนนี้ด้วยภาพที่น่าตกใจ เมื่อเวลาตี 5:40 น. ตามเวลาไทย (9 มี.ค. 2569) ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ระบุว่าฟิวเจอร์ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average Futures) เปิดตลาดร่วงลงกว่า 1,000 จุดทันที และนับรวมแล้วดิ่งไปแล้วกว่า 4,000 จุดนับตั้งแต่ทะลุระดับ 50,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การร่วงลงครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับความตึงเครียดหลายแนวรบ ทั้งสงครามในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันพุ่งสูง และเงินทุนไหลออกจากตลาดเอเชีย ส่งให้ตลาดการเงินทั่วโลกเข้าสู่โหมด Risk-off อย่างเต็มตัว ซึ่งนักลงทุนในตลาดคริปโตต่างจับตาอย่างใกล้ชิดว่าคลื่นแรงขายจะซัดเข้าฝั่งดิจิทัลแอสเซตด้วยความรุนแรงแค่ไหน

ภาพแสดงข้อมูลราคาของ US 30 Cash (US30) อยู่ที่ 46,453.6 จุด ลดลง 1,048.0 จุด หรือคิดเป็น 2.21% โดยเป็นข้อมูลแบบเรียลไทม์
ภาพแสดงข้อมูลราคาของ US 30 Cash (US30) อยู่ที่ 46,453.6 จุด ลดลง 1,048.0 จุด หรือคิดเป็น 2.21% โดยเป็นข้อมูลแบบเรียลไทม์ (ภาพจาก: @TheKobeissiLetter)

พายุหลายลูกมาพร้อมกัน ดันตลาดเข้าสู่โหมดหวาดกลัว

การร่วงลงของดาวโจนส์รอบนี้ไม่ได้มาจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลรวมของพายุหลายลูกที่โหมกระหน่ำพร้อมกัน ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งทะลุ $104 ต่อบาร์เรล ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่กลางปี 2022 หลังการปะทะกันของอิสราเอลกับอิหร่านทำลายโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันในภูมิภาค รวมถึงการผลิตน้ำมันของอิรักที่ร่วงหนักกว่า 60% จากการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือบรรทุกน้ำมัน

นอกจากนี้ นักลงทุนทั่วโลกพากันถอนเงินออกจากตลาดหุ้นเอเชียรวมกว่า $1.1 หมื่นล้านในสัปดาห์เดียว ซึ่งเป็นการไหลออกรายสัปดาห์ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 สะท้อนให้เห็นว่าความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สหรัฐฯ แต่กระจายไปทั่วโลกแล้ว ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สูญมูลค่ากว่า 8 แสนล้านดอลลาร์ ไปแล้วในช่วงต้นสัปดาห์นี้ และสถานการณ์ยังคงเลวร้ายลงต่อเนื่อง

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต เสี่ยงล้างพอร์ตเป็นลูกโซ่

ตลาดคริปโตมักเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในช่วงที่ความกลัวสูง โดยเฉพาะ Bitcoin และ Ethereum ที่ถูกมองเป็นสินทรัพย์เสี่ยงเช่นเดียวกับหุ้นเทคโนโลยี เมื่อดาวโจนส์ดิ่งแรงขนาดนี้ แรงขายที่เกิดจากนักลงทุนสถาบันที่ต้องปิดสถานะเพื่อรับมือกับ Margin Call ในตลาดหุ้น อาจลามมาถึงการขาย Bitcoin และ Altcoin ด้วย

ความเสี่ยงที่น่ากังวลที่สุดคือสถานะ Leverage ที่สะสมอยู่ในตลาดคริปโต หากราคาร่วงถึงจุดล้างพอร์ต การล้างพอร์ตเป็นลูกโซ่จะดันราคาลงไปได้เร็วและแรงกว่าที่คิด ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain รายงานว่า คริปโตหลายตัวร่วงไปแล้ว 40-98% นับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง และการดิ่งลงของตลาดหุ้นรอบนี้อาจซ้ำเติมแรงกดดันที่มีอยู่แล้วให้หนักขึ้นไปอีก ขณะที่สัญญาณเชิงบวกอย่างเดียวที่พอมีอยู่บ้างคือ Hash Rate ของ Bitcoin ที่เพิ่งฟื้นตัวในรูปแบบ V-Shape แสดงถึงความแข็งแกร่งของเครือข่าย แต่ราคาในระยะสั้นอาจไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานนี้หากแรงขายจากตลาดใหญ่ถาโถมเข้ามา

จับตา 3 สิ่งที่จะบอกว่าวิกฤตรอบนี้หนักแค่ไหน

สิ่งที่นักลงทุนคริปโตควรจับตาในช่วงนี้มีอยู่ 3 ประเด็นหลัก ประเด็นแรกคือระดับ Liquidation ในตลาดฟิวเจอร์คริปโต หากเริ่มเห็นการล้างพอร์ตเป็นหลักร้อยล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมง แสดงว่าแรงกดดันรุนแรงมาก ประเด็นที่สองคือทิศทางของตลาดหุ้นยุโรปและเอเชียในวันทำการถัดไป หากร่วงตามสหรัฐฯ อีก ความเชื่อมั่นจะยิ่งแย่ลง และประเด็นที่สามคือท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ว่าจะออกมาส่งสัญญาณใดหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ทรัมป์กดดันให้ลดดอกเบี้ยอยู่แล้ว


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสถานการณ์รอบนี้น่าเป็นห่วงกว่าการดิ่งลงครั้งก่อนๆ เพราะปัจจัยลบมันซ้อนทับกันหลายชั้นมากจริงๆ ทั้งสงคราม ทั้งน้ำมันแพง ทั้งเงินทุนไหลออก มันไม่ใช่แค่ข่าวร้ายข้าวเดียว ถ้าใครถือคริปโตด้วย Leverage อยู่ตอนนี้ ขอให้ระวังราคาล้างพอร์ตไว้ให้ดีนะครับ เพราะในตลาดแบบนี้ ราคาอาจถึงจุดนั้นได้เร็วกว่าที่คาด สำหรับคนที่ถือ Spot ไว้ระยะยาว ก็คงต้องใจแข็งหน่อย เพราะถ้าแรงขายจากตลาดใหญ่เข้ามาจริง คริปโตอาจร่วงหนักในระยะสั้นก่อนที่จะฟื้นตัว สิ่งที่ต้องจับตาคือว่า Bitcoin จะยืนเหนือแนวรับสำคัญได้หรือเปล่า ถ้าหลุดลงไปโดยมีปริมาณการซื้อขายสูง อาจเป็นสัญญาณว่าแรงขายยังไม่จบ

ภาพจาก AI