สรุปข่าว
- HSBC และ Standard Chartered ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นสถาบันกลุ่มแรกที่ได้รับใบอนุญาตให้ออกเหรียญ Stablecoin จากธนาคารกลางฮ่องกงภายในวันที่ 24 มีนาคมนี้
- ฮ่องกงเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมนี้อย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2022 และได้ทดสอบระบบผ่าน Sandbox ในปี 2024 ซึ่งปัจจุบันมีผู้ยื่นขอใบอนุญาตเข้ามาแล้วกว่า 36 ราย
- ยังคงไร้เงาของบริษัทยักษ์ใหญ่จากจีนแผ่นดินใหญ่ เช่น Ant Group และ JD.com ที่ต้องพับแผนการออก Stablecoin ทิ้งไปตั้งแต่ปีที่แล้ว
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
ฮ่องกงเตรียมประกาศความสำเร็จก้าวสำคัญในการเป็นศูนย์กลางคริปโตระดับโลก ด้วยการอนุมัติใบอนุญาตออกเหรียญ Stablecoin ชุดแรกให้กับสองธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง HSBC และ Standard Chartered ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ อย่างไรก็ตาม ภาพความเปิดกว้างของฮ่องกงกลับสวนทางกับนโยบายของจีนแผ่นดินใหญ่โดยสิ้นเชิง เมื่อบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่จำเป็นต้องถอนตัวจากสมรภูมินี้ไป เนื่องจากรัฐบาลปักกิ่งมีนโยบายต่อต้านและเตรียมแบนสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบ Tokenization และ RWA อย่างเข้มงวด
HSBC และ Standard Chartered สองธนาคารยักษ์ใหญ่ ได้รับการคาดว่าจะเป็นสองเจ้าแรกที่ได้รับใบอนุญาตออกเหรียญ Stablecoin ของฮ่องกง ตามรายงานของ South China Morning Post และ Bloomberg
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ ระบุว่า ธนาคารทั้งสองมีแนวโน้มที่จะได้รับการบรรจุอยู่ในกลุ่มบริษัทชุดแรกที่จะได้รับอนุมัติภายใต้ระบบใบอนุญาตใหม่ของฮ่องกง โดย ภายใต้กรอบการทำงานนี้ บริษัทท้องถิ่นรายใดก็ตามที่มีความประสงค์จะออกเหรียญ Stablecoin จะต้องได้รับใบอนุญาตจากธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) เสียก่อน
ทั้ง HSBC และ Standard Chartered ต่างเป็นธนาคารที่ได้รับการอนุญาตให้พิมพ์ธนบัตรของเมือง อีกทั้งยังเป็นกลุ่มที่ HKMA วางแผนที่จะให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกในการมอบใบอนุญาตออกเหรียญ Stablecoin เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
แม้ว่ากำหนดการที่แน่นอนสำหรับการอนุมัติจะยังไม่ได้ข้อสรุปขั้นสุดท้าย แต่จากรายงานของ SCMP ระบุว่า ใบอนุญาตเหล่านี้น่าจะถูกประกาศออกมาในช่วงประมาณวันที่ 24 มีนาคม
ด้านเจ้าหน้าที่ของฮ่องกงได้ยืนยันก่อนหน้านี้แล้วว่า ใบอนุญาตสำหรับผู้ออกเหรียญ Stablecoin ชุดแรกจะมาถึงในเร็วๆ นี้ โดยในการแถลงงบประมาณปี 2026-27 เมื่อเดือนที่ผ่านมา นาย Paul Chan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่ารัฐบาลมีแผนที่จะออกใบอนุญาตผู้ออกเหรียญ Stablecoin ชุดแรกภายในเดือนมีนาคมนี้
Eddie Yue ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ HKMA ได้กล่าวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า ทางหน่วยงานกำกับดูแลได้รับจดหมายยื่นขอใบอนุญาตกว่า 36 รายการภายใต้ระเบียบใหม่
สำหรับระเบียบใหม่ในการออกใบอนุญาตในฮ่องกง ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญในการผลักดันให้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางด้านคริปโตในระดับโลก โดยนับตั้งแต่ที่มีการประกาศแผนในปี 2022 ทางรัฐบาลก็ได้มีการเปิดตัวระบบใบอนุญาตมาใช้กับกระดานเทรดคริปโต และกำหนดกฎระเบียบที่ใช้กำกับดูแลเหรียญ Stablecoin
ถัดมาในปี 2024 ฮ่องกงได้ทำการทดสอบโครงสร้างการกำกับดูแลผ่าน สนามทดลอง Stablecoin ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีศักยภาพในการออกเหรียญได้ทดลองออกแบบโทเคนภายใต้การดูแลของหน่วยงานรัฐ ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการนี้รวมถึงบริษัทร่วมทุนที่นำโดย Standard Chartered, Animoca Brands และ Hong Kong Telecommunications จนเกิดเป็นความเคลื่อนไหวในปัจจุบัน
อย่างก็ตาม รายงานพบว่าไม่มีการตรวจพบบริษัทที่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ในการยื่นเรื่องขอใบอนุญาตในการออก Stablecoin โดยตัวเต็งก่อนหน้านี้อย่าง Ant Group และ JD.com ล้วนแล้วแต่ยุติแผนการของตนเองในปีที่ผ่านมาในช่วงที่ปักกิ่งได้เสนอให้มีการแบน tokenization และ real-world assets ภายในประเทศ
ที่มา : The Block
มุมมองผู้เขียน : ความเคลื่อนไหวของฮ่องกงในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายอันดีในการแสดงให้โลกเห็นว่าตลาดคริปโตเคอร์เรนซีนั้นสำคัญแค่ไหน และไม่แน่ว่าในอนาคตแผ่นดินใหญ่อาจจะใจอ่อนและปลดแบนคริปโตในท้ายที่สุด

