bitkub-banner

บริษัทน้ำมันยักษ์ 3 แห่งเตือน Trump วิกฤตพลังงานจะหนักขึ้นอีก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ผู้บริหารระดับสูงจาก Exxon, Chevron และ ConocoPhillips แจ้งเตือนรัฐบาล Trump ว่าวิกฤตพลังงานโลกมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจากความเสี่ยงของการปิดช่องแคบ Hormuz
  • ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ $100 ต่อบาร์เรลแล้ว ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่านี่คือ “วิกฤตอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดน้ำมันโลก”
  • รัฐบาล Trump กำลังพิจารณาแทรกแซงตลาดน้ำมัน แต่ผู้นำตลาดอนุพันธ์เตือนว่าอาจก่อให้เกิด “หายนะครั้งใหญ่” ในตลาดการเงิน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

วิกฤตพลังงานที่ยืดเยื้อมักสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและทำให้นักลงทุนหันเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งในระยะยาวเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น ตลาดคริปโตยังคงปรับตัวขึ้นสวนทาง โดย Bitcoin บวกกว่า 1.6% อยู่ที่ $71,925 ซึ่งอาจสะท้อนมุมมองที่ว่าคริปโตเป็นเครื่องป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ได้แก่ Exxon, Chevron และ ConocoPhillips ออกมาแจ้งเตือนรัฐบาลของประธานาธิบดี Trump ว่าวิกฤตพลังงานโลกมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นอีก ตามรายงานจาก Crypto Rover ที่อ้างอิงบทความจาก Wall Street Journal ความกังวลหลักมาจากความเสี่ยงที่ความขัดแย้งกับอิหร่านจะส่งผลกระทบต่อช่องแคบ Hormuz เส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบได้พุ่งทะลุ $100 ต่อบาร์เรลแล้ว หลังอิหร่านปิดกั้นช่องแคบดังกล่าว ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ออกมาระบุว่านี่คือ “วิกฤตอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดน้ำมันโลก”

อุตสาหกรรมน้ำมันส่งสัญญาณเตือน รัฐบาล Trump เตรียมแทรกแซง

การที่ผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันเข้าพบรัฐบาลโดยตรงถือเป็นสัญญาณที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะแสดงให้เห็นว่าแม้แต่บริษัทที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันสูงยังออกมาเตือนถึงความเสี่ยงที่ใหญ่กว่า รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยสหรัฐฯ Doug Burgum ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่กำลังพิจารณามาตรการต่าง ๆ เพื่อจัดการกับตลาดพลังงาน

อย่างไรก็ตาม การแทรกแซงดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย Terry Duffy หัวหน้าตลาดอนุพันธ์ Chicago Mercantile Exchange (CME) ออกมาเตือนว่าหากรัฐบาลเข้าแทรกแซงตลาดน้ำมันโดยตรง อาจก่อให้เกิด “หายนะครั้งใหญ่” ในตลาดการเงิน สถานการณ์นี้ทำให้รัฐบาล Trump อยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ระหว่างการรักษาราคาพลังงานและการรักษาเสถียรภาพของตลาดการเงิน ซึ่งแตกต่างจากนโยบาย “energy dominance” ที่ประกาศไว้

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต สวนทางที่คาดไว้

แม้ข่าววิกฤตพลังงานจะดูเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่ตลาดคริปโตกลับปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 16 มี.ค. ตามเวลาไทย โดย Bitcoin เพิ่มขึ้นกว่า 1.69% อยู่ที่ $71,925 ขณะที่ Ethereum ขึ้นกว่า 2.26% อยู่ที่ $2,133 การเคลื่อนไหวสวนทางนี้อาจสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนบางส่วนมองว่าคริปโต โดยเฉพาะ Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อ ซึ่งคล้ายกับบทบาทของทองคำในยุคก่อน

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว หากวิกฤตพลังงานทวีความรุนแรงขึ้นจริงและส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งสูง ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งนั่นคือปัจจัยลบสำหรับสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทในระยะยาว ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Bitcoin ร่วงหรือพุ่ง: วิเคราะห์ 3 สถานการณ์ถ้าน้ำมันทะลุ $100 ซึ่งตอนนี้ราคาน้ำมันได้ผ่านจุดนั้นไปแล้ว

ช่องแคบ Hormuz หัวใจของวิกฤตครั้งนี้

ช่องแคบ Hormuz คือเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบที่สำคัญที่สุดในโลก โดยมีน้ำมันราว 20% ของการบริโภคทั่วโลกผ่านช่องแคบแห่งนี้ทุกวัน การที่อิหร่านปิดกั้นหรือขัดขวางการเดินเรือในช่องแคบนี้จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานน้ำมันทั่วโลกทันที ซาอุดีอาระเบียซึ่งต้องพึ่งพาช่องแคบนี้ในการส่งออกน้ำมันก็ได้ลดกำลังการผลิตลง 2 ล้านบาร์เรลต่อวันแล้ว ตามที่ Siam Blockchain เคยรายงานใน ช่องแคบฮอร์มุซปิด ซาอุฯ หั่นผลิตน้ำมัน 2 ล้านบาร์เรล/วัน โลกเผชิญวิกฤตพลังงาน

สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่ออิหร่านประกาศว่าช่องแคบ Hormuz เปิดรับทุกประเทศ ยกเว้นสหรัฐฯ และอิสราเอล ทำให้รัฐบาล Trump ต้องเผชิญกับแรงกดดันทั้งจากฝั่งอุตสาหกรรมน้ำมันและจากสถานการณ์ทางการทหารที่ยังคงตึงเครียด ขณะที่รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ เคยระบุว่าสงครามจะจบในไม่กี่สัปดาห์ แต่สัญญาณจากอุตสาหกรรมน้ำมันชี้ว่าความเสี่ยงยังไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ผู้บริหาร Exxon, Chevron และ ConocoPhillips ออกมาเตือนพร้อมกันนั้นหนักมาก เพราะบริษัทพวกนี้โดยปกติได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันสูง การที่พวกเขายังออกมาเตือนแสดงว่าความเสี่ยงในภาพใหญ่หนักกว่าที่เห็น สิ่งที่น่าจับตาคือท่าทีของรัฐบาล Trump ว่าจะเลือกแทรกแซงตลาดน้ำมันหรือไม่ เพราะถ้าแทรกแซงผิดพลาด ตลาดการเงินทั้งหมดอาจเจ็บหนักกว่าวิกฤตพลังงานเสียอีก สำหรับตลาดคริปโตที่ขึ้นสวนทางตอนนี้ ผู้เขียนคิดว่าเป็นการวิ่งขึ้นระยะสั้นท่ามกลางความไม่แน่นอน ให้ระวังความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อหากข่าวด้านภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนทิศทางกะทันหัน

เครดิตภาพจาก @CryptoRover