สรุปข่าว
- สื่อเกาหลีใต้รายงานข่าวว่า BitMAX บริษัทจดทะเบียนในตลาด KOSDAQ แอบเคลื่อนย้าย Bitcoin กว่า 550 BTC มูลค่ามหาศาล ไปยังกระดานเทรดต่างประเทศหลายแห่ง โดยไม่มีการแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์
- ข้อมูลบนบล็อกเชน เผยเส้นทางการเงินที่เริ่มเคลื่อนไหวตั้งแต่กลางเดือนมกราคม โดยแบ่งโอนเป็นงวดๆ ไปยัง Binance, OKX, Bitget และ Bybit จนครบในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
- บริษัท BitMAX ออกมายอมรับว่า มีการโอนสินทรัพย์จริงแต่ยังยืนยันว่าถือครองเหรียญ Bitcoin ครบถ้วน โดยปฏิเสธที่จะให้เหตุผลเบื้องหลังการโยกย้ายครั้งนี้ จึงสร้างความกังวลด้านความโปร่งใสให้กับเหล่านักลงทุน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
พฤติกรรมการกระจายเหรียญไปยังกระดานเทรดหลายแห่ง มักถูกตีความว่า เป็นสัญญาณเตรียมเทขาย เพื่อลดผลกระทบต่อราคาตลาด หรือเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการจัดการสินทรัพย์แบบลับๆ
การที่บริษัทมหาชนที่มีโมเดลธุรกิจหลักเป็นการถือครอง Bitcoin ทำการโยกย้ายสินทรัพย์โดยไม่โปร่งใส ย่อมทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน และอาจนำไปสู่แรงเทขายหุ้นของบริษัท รวมถึงสร้างแรงกดดันต่อราคา Bitcoin ในระยะสั้น หากมีการทุบขายจริงตามข้อสังเกตของนักวิเคราะห์
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในตลาดทุนเกาหลีใต้ทันที เมื่อ BitMAX บริษัทชื่อดังที่จดทะเบียนในตลาด KOSDAQ ถูกสื่อท้องถิ่นขุดคุ้ยพฤติกรรมสุดพิรุธ หลังพบหลักฐานบนบล็อกเชนว่า บริษัทได้แอบโอน Bitcoin ทั้งหมดในครอบครองจำนวนกว่า 550 BTC ออกจากกระเป๋าเงินเก็บรักษาของบริษัทไปยังแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลต่างประเทศหลายแห่ง โดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลหรือแจ้งหมายเหตุประกอบงบการเงินอย่างเป็นทางการต่อผู้ถือหุ้น และหน่วยงานกำกับดูแล
Bitcoin 550 BTC จากกระเป๋าบริษัท สู่กระดานเทรดโลก
นักวิเคราะห์บล็อกเชนตรวจพบความผิดปกติที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา โดย BitMAX ได้เริ่มทยอยโอนเหรียญ Bitcoin ออกเป็นรอบๆ ครั้งละ 50 BTC ถึง 100 BTC เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต
กระบวนการนี้ดำเนินไปอย่างเงียบเชียบจนกระทั่งวันที่ 5 กุมภาพันธ์ สินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดรวมประมาณ 550 BTC ก็ถูกกระจายไปโผล่บนกระดานเทรดชั้นนำของโลกถึง 4 แห่ง ประกอบด้วย Binance, OKX, Bitget และ Bybit ซึ่งพฤติกรรมการกระจายเหรียญไปหลายที่เช่นนี้ มักถูกมองว่าเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อ “ระบายของ” ทีละส่วน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดราคากระชาก หรือส่วนต่างราคาที่ผิดปกติ
คำชี้แจงที่ยิ่งสร้างความสับสน
หลังจากถูกกระแสกดดันอย่างหนัก ฝั่ง BitMAX ได้ออกมายอมรับว่า มีการทำรายการโอนสินทรัพย์จากผู้ดูแลรับฝากจริง ตามที่ปรากฏในข้อมูลบนบล็อกเชน
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงยืนยันว่า จำนวน Bitcoin ทั้งหมดยังคงอยู่ในกรรมสิทธิ์ของบริษัทครบถ้วนทุกเหรียญ แต่สิ่งที่ทำให้นักลงทุนยิ่งทวีความสงสัยคือการที่บริษัทปฏิเสธที่จะระบุเหตุผลความจำเป็นในการโยกย้ายครั้งนี้ รวมถึงไม่ยอมอธิบายว่า ทำไมหน้าเว็บไซต์ทางการของบริษัทยังคงแสดงผลยอดการถือครองในรูปแบบเดิมเสมือนว่า เหรียญยังถูกเก็บอยู่ในกระเป๋าเงินเย็นของบริษัท
วิกฤตศรัทธาและความโปร่งใสในตลาด KOSDAQ
ประเด็นหลักที่นักลงทุนกังวลคือ ความโปร่งใสในการบริหารงาน เนื่องจาก BitMAX มีโมเดลธุรกิจที่ชูจุดขายเรื่องการเป็นบริษัทที่ถือครอง Bitcoin
การเคลื่อนย้ายสินทรัพย์หลักที่เป็นหัวใจของมูลค่าบริษัทโดยไม่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ถือเป็นการละเมิดความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง
ซึ่งข้อมูลบนบล็อกเชนก็ระบุแย้งกับคำพูดของบริษัท สิ่งนี้จึงกำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญว่าหน่วยงานกำกับดูแลการเงินของเกาหลีใต้จะเข้ามาจัดการเรื่องนี้อย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อนักลงทุนในวงกว้าง
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : เคสนี้สะท้อนให้เห็นว่า บล็อกเชนไม่เคยโกหก แม้บริษัทจะพยายามปิดบังแค่ไหนแต่ข้อมูลบนบล็อกเชนก็แสดงความจริงออกมาหมด
