สรุปข่าว
- รัฐมิสซูรีผลักดันร่างกฎหมาย HB 2020 เพื่ออนุญาตให้รัฐ สามารถถือครอง XRP ร่วมกับ Bitcoin, Ethereum, Solana และ USDC ในฐานะกองทุนสำรองสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นทางการ
- ภาคธุรกิจเริ่มขยับตาม หลังจากที่ Ripple ประกาศจับมือ iPayOut แพลตฟอร์มโอนเงินระดับโลก เพื่อนำ XRP มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกรรมข้ามพรมแดนให้รวดเร็ว และต้นทุนต่ำลง
- นักวิเคราะห์จาก Grayscale มองว่า XRP อาจกำลังถูกประเมินค่าต่ำกว่าความเป็นจริง ท่ามกลางอุปสรรคด้านกฎหมาย CLARITY Act ในสหรัฐฯ ที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การที่หน่วยงานระดับรัฐ เริ่มขยับตัวเข้าหา XRP ในฐานะสินทรัพย์สำรอง ถือเป็นสัญญาณบวกที่รุนแรงมากในเชิงโครงสร้างพื้นฐาน
แม้กฎหมายในภาพรวมของสหรัฐฯ จะยังมีความขัดแย้ง แต่การยอมรับจากภาครัฐระดับท้องถิ่นจะช่วยสร้างบรรทัดฐานใหม่ และดึงดูดเม็ดเงินจากสถาบันการเงินเข้าสู่ระบบนิเวศของ Ripple มากขึ้น ซึ่งเป็นแรงส่งสำคัญที่จะทำให้ราคาหลุดพ้นจากโซนสะสมฐานเดิมได้ในระยะยาว
รัฐมิสซูรีเตรียมก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านคริปโตเคอร์เรนซีระดับรัฐ ผ่านการผลักดันร่างกฎหมาย HB 2020 ที่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการอนุญาตให้รัฐสามารถถือครอง XRP รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำอื่นๆ ไว้เป็นกองทุนสำรองของภาครัฐ
ความคืบหน้าล่าสุดระบุว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการพร้อมคำแนะนำให้ความเห็นชอบ และกำลังเข้าสู่ขั้นตอนการลงมติในสภารัฐ ซึ่งหากผ่านฉลุย จะถือเป็นการเปิดประตูบานใหญ่ให้ภาครัฐกระโดดเข้าสู่โลกการเงินยุคใหม่เต็มตัว
จุดเปลี่ยนระบบการเงิน เมื่อรัฐและบริษัทเริ่มลงทุนใน XRP
ช่องนักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง Common Sense Crypto มองว่า เหตุการณ์นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโดมิโนตัวแรกที่ทำให้รัฐอื่นๆ ในอเมริกา และบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่เริ่มหันมาถือครอง XRP อย่างจริงจัง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับระบบการเงินรูปแบบใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้น
สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของ Ripple ที่เพิ่งประกาศความร่วมมือกับ iPayOut แพลตฟอร์มโอนเงินระดับโลก โดยมีเป้าหมายในการใช้ XRP เป็นตัวกลางเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดต้นทุนการโอนเงินข้ามประเทศ ถือเป็นการยืนยันว่า การใช้งานในโลกแห่งความเป็นจริงกำลังขยายตัวอย่างก้าวกระโดด
กฎหมายสหรัฐฯ ยังติดหล่ม
แม้ฝั่งการปรับใช้งานจะดูสดใส แต่เส้นทางกฎหมายในระดับประเทศกลับยังเจอมรสุมหนัก กฎหมายคริปโตอย่าง CLARITY Act ยังคงเจอปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง Stablecoin และอำนาจของ SEC ที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะมากเกินไป
XRP ถูกประเมินค่าต่ำไป?
ในมุมมองของนักลงทุน Zach Pandl จาก Grayscale ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า XRP อาจเป็นสินทรัพย์ที่ถูกตลาดประเมินค่าต่ำเกินไปในขณะนี้ และหากมีความชัดเจนด้านกฎหมายออกมาเมื่อไหร่ ราคาอาจมีการเคลื่อนไหวที่รุนแรงจนตั้งตัวไม่ติด โดยมีการประเมิน Scenario ต่างๆ ตั้งแต่ระดับพื้นฐานที่ 100 – 500 ดอลลาร์ ไปจนถึงมุมมองแบบ Bullish สุดโต่งที่ราคาอาจพุ่งถึง 10,000 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตามตัวเลขเหล่านี้ยังคงเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของเหล่านักวิเคราะห์ที่มองเห็นศักยภาพแฝงของระบบนิเวศ Ripple เท่านั้น
ที่มา : dailycoin
มุมมองผู้เขียน : การที่รัฐระดับมิสซูรีกล้าใส่ชื่อ XRP ลงในร่างกฎหมายเคียงคู่กับ Bitcoin คือก้าวที่ยิ่งใหญ่มาก ซึ่งสะท้อนว่า XRP ไม่ได้เป็นแค่เหรียญโอนเงินอีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็นสินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์
