bitkub-banner

อิรักหยุดรับก๊าซจากอิหร่านทั้งหมด หลังอิสราเอล-สหรัฐฯ ถล่มแหล่งก๊าซใหญ่สุดโลก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • อิรักยืนยันการหยุดรับก๊าซธรรมชาติจากอิหร่านอย่างสมบูรณ์ หลังอิสราเอลและสหรัฐฯ โจมตีแหล่งก๊าซ South Pars เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2569 ทำให้อิรักสูญเสียกำลังผลิตไฟฟ้า 4,000-4,500 เมกะวัตต์
  • ราคาน้ำมัน Brent พุ่งขึ้น 5% และก๊าซในยุโรปพุ่ง 6% อิหร่านขู่โต้ตอบโครงสร้างพลังงานในกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นโดยพฤตินัยตั้งแต่ 28 ก.พ. ทำให้การส่งออกน้ำมันอิรักดิ่งลง 70% และตลาดคริปโตยังอยู่ในโหมดเสี่ยงต่ำจากความตึงเครียดที่บานปลาย

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การโจมตีแหล่งก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในโลกและการหยุดชะงักด้านพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นสัญญาณการบานปลายของความขัดแย้งที่กระตุ้นให้นักลงทุนหันไปถือสินทรัพย์ปลอดภัยและลดการถือสินทรัพย์เสี่ยง ตลาดคริปโตซึ่ง Bitcoin อยู่ที่ราว 71,720 ดอลลาร์ และ Ethereum อยู่ที่ราว 2,219 ดอลลาร์ ณ วันนี้ ต่างได้รับแรงกดดันจากบรรยากาศ risk-off ที่ยังคงดำเนินต่อ

กระทรวงไฟฟ้าของอิรักออกมายืนยันเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2569 ว่าการส่งก๊าซธรรมชาติจากอิหร่านได้หยุดลงอย่างสมบูรณ์ ตามรายงานจาก Ash Crypto ที่เผยแพร่ข่าวดังกล่าวในช่วงค่ำของวันเดียวกัน การหยุดชะงักนี้เกิดขึ้นหลังอิสราเอลและสหรัฐฯ ร่วมกันโจมตีแหล่งก๊าซ South Pars โดยเป้าหมายที่ถูกโจมตีได้แก่เฟส 3, 4, 5 และ 6 รวมถึงศูนย์ประมวลผลก๊าซในเมือง Asaluyeh เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่าปฏิบัติการดังกล่าวได้รับการประสานงานและอนุมัติจากรัฐบาลสหรัฐฯ ผลกระทบโดยตรงทำให้อิรักสูญเสียกำลังผลิตไฟฟ้าระหว่าง 4,000 ถึง 4,500 เมกะวัตต์จากระบบไฟฟ้าแห่งชาติ

South Pars แหล่งก๊าซใหญ่สุดโลก ถูกโจมตีครั้งประวัติศาสตร์

แหล่งก๊าซ South Pars คือแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีปริมาณสำรองประมาณ 1,800 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต และเป็นแหล่งที่อิหร่านกับกาตาร์ใช้ร่วมกัน (ฝั่งกาตาร์เรียกว่า North Dome) สื่อทางการอิหร่านทั้ง Tasnim News Agency และ Fars News Agency รายงานว่ามีไฟไหม้และการหยุดดำเนินการในพื้นที่ที่ถูกโจมตี ขณะที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศกาตาร์ประณามการโจมตีครั้งนี้ว่า “อันตรายและขาดความรับผิดชอบ” พร้อมเน้นย้ำถึงภัยคุกคามต่อความมั่นคงด้านพลังงานโลกและสิ่งแวดล้อมในภูมิภาค

ข่าวการโจมตีส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งขึ้น 5% และราคาก๊าซในยุโรปพุ่งขึ้น 6% ในทันที ด้านอิหร่านออกมาขู่โต้ตอบครั้งใหญ่โดยระบุว่าพร้อมโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซของกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะยิ่งส่งแรงกระแทกต่อตลาดพลังงานโลกอย่างรุนแรง

อิรักถูกกระหน่ำสองด้าน ก๊าซหยุดและน้ำมันส่งออกสะดุด

อิรักพึ่งพาการนำเข้าก๊าซจากอิหร่านสูงถึง 35-43% ของความต้องการพลังงานเพื่อผลิตไฟฟ้า การหยุดชะงักจึงกระทบภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรมโดยตรง นอกจากนี้ ความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ยังทำให้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นโดยพฤตินัยต่อเรือส่วนใหญ่ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 2569 ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันของอิรักร่วงลงถึง 70% เหลือเพียง 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่วิกฤตมากสำหรับเศรษฐกิจที่พึ่งพารายได้จากน้ำมันเป็นหลัก ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ลบโพสต์เรื่องคุ้มกันเรือน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงต่อเส้นทางพลังงานสำคัญนี้ถูกจับตามาตลอด

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

ในวันที่ข่าวนี้ปรากฏ ตลาดคริปโตอยู่ในโหมดเชิงลบโดยทั่วไป โดย Bitcoin อยู่ที่ราว 71,720 ดอลลาร์ และ Ethereum อยู่ที่ราว 2,219 ดอลลาร์ ซึ่งสอดคล้องกับบรรยากาศ risk-off ที่สะสมมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา การที่แหล่งก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในโลกถูกโจมตีและอิหร่านขู่โต้ตอบโครงสร้างพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนในตลาดพลังงานและกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทรวมถึงคริปโต สอดคล้องกับที่ Siam Blockchain เคยรายงานใน อิหร่านขู่โต้ตอบโครงสร้างพลังงาน และ เงินทุนไหลออกจากหุ้นเอเชียสูงสุดในรอบ 3 ปี


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ร้ายแรงกว่าที่หลายคนคิดมาก การโจมตีแหล่งก๊าซ South Pars ไม่ใช่แค่เรื่องของอิหร่านกับอิรักอีกต่อไปแล้ว เพราะแหล่งก๊าซนี้เชื่อมโยงกับกาตาร์และห่วงโซ่อุปทาน LNG ของยุโรปด้วย ถ้าอิหร่านโต้ตอบจริงโดยการโจมตีโครงสร้างพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย ผลกระทบต่อราคาพลังงานโลกจะหนักมาก และตลาดคริปโตก็คงหนีไม่พ้นแรงเทขายรอบใหม่ สิ่งที่ต้องจับตาในระยะใกล้คือท่าทีของอิหร่านว่าจะโต้ตอบทางทหารจริงหรือไม่ และจะมีประเทศในอ่าวอื่นเข้ามาพัวพันกับความขัดแย้งอีกหรือเปล่า ในภาวะแบบนี้ ความระมัดระวังดูจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า

เครดิตภาพจาก @AshCrypto