สรุปข่าว
- Bitcoin ทำผลงานทิ้งห่างหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างชัดเจน โดยค่าความสัมพันธ์กับดัชนี Nasdaq ร่วงลงทำสถิติติดลบต่ำสุดในรอบ 8 ปีท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลาง
- แรงซื้อยังคงหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องจากการสะสมเหรียญล็อตใหญ่ของบริษัท Strategy เม็ดเงินจาก ETF และความต้องการใช้งาน Stablecoin เพื่อเป็นหลุมหลบภัย
- Arthur Hayes เตือนนักลงทุนอย่าเพิ่งชะล่าใจเพราะนี่อาจเป็นเพียงการดีดตัวหลอกๆ ซึ่งหากกราฟหลุดแนวรับสำคัญก็มีสิทธิ์ร่วงแรงไปถึงระดับ 51,000 ดอลลาร์สหรัฐ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
แม้จะมีแรงซื้อเข้าสนับสนุนอย่างมหาศาลจากฝั่งสถาบันและการถูกใช้งานเป็นสินทรัพย์หลบภัยทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ความเสี่ยงจากโครงสร้างทางเทคนิคที่เป็นขาลงและคำเตือนเรื่องการขาดสภาพคล่องที่แท้จริงจากนักวิเคราะห์ระดับท็อป ทำให้สถานการณ์โดยรวมยังคงมีความขัดแย้งและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนสูงในระยะสั้น
ราคา Bitcoin (BTC) กำลังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและเหนือกว่าดัชนีกลุ่มเทคโนโลยีอย่าง Nasdaq อย่างมาก ท่ามกลางสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม โดยความสัมพันธ์ (Correlation) ระหว่าง BTC และดัชนี Nasdaq ในรอบ 52 สัปดาห์ได้พลิกกลับมาติดลบที่ระดับ -0.06 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2018

นับเป็นการพลิกกลับอย่างรุนแรงจากแนวโน้มหลายปีที่ผ่านมาซึ่งค่าความสัมพันธ์เคยอยู่ระหว่าง 0.60 ถึง 0.92 นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นไปแล้วกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ดัชนี Nasdaq กลับร่วงลงประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ความแตกต่างที่ชัดเจนนี้ชี้ให้เห็นว่านักเทรดกำลังมอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าจะเป็นเพียงสินทรัพย์เสี่ยงที่เคลื่อนไหวตามหุ้นเทคโนโลยี
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนความแข็งแกร่งของ Bitcoin ดูเหมือนจะมาจากการกว้านซื้ออย่างดุดันของบริษัท Strategy ซึ่งกวาด BTC เข้าพอร์ตไปถึง 40,331 เหรียญในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอาศัยเงินทุนจากการขายหุ้นบุริมสิทธิ STRC

ปริมาณการซื้อระดับนี้สูงกว่าจำนวน Bitcoin ที่ขุดได้ในช่วงเวลาเดียวกันถึงเก้าถึงสิบเท่า นอกจากนี้ยังมีเม็ดเงินกว่า 12.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐไหลเข้าสู่ Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกา

ยิ่งไปกว่านั้น ความต้องการ Stablecoin ที่พุ่งสูงขึ้นในตะวันออกกลางท่ามกลางสภาวะสงครามยังดันให้มูลค่าตลาดของ USDC ทำสถิติสูงสุดใหม่ทะลุ 79.57 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ Joe Consorti หัวหน้าฝ่ายการเติบโตของ Horizon มองว่า Bitcoin กำลังผ่านบททดสอบความเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และอาจพุ่งทะยานไปถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่นักวิเคราะห์ทุกคนที่จะเชื่อมั่นในการแยกตัวครั้งนี้ Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX ได้ออกมาเตือนว่าการพุ่งขึ้นของราคาในปัจจุบันอาจเป็นเพียงแค่แพตเทิร์น Dead Cat Bounce หรือการดีดตัวของแมวตาย โดยชี้ว่า Bitcoin ยังคงมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มหุ้น SaaS ของสหรัฐอเมริกาที่อ่อนไหวต่อสภาพคล่อง ซึ่งหากหุ้นกลุ่มนี้ร่วงลงก็อาจจะฉุดราคา BTC ลงตามไปด้วย
สอดคล้องกับดัชนี Coinbase Premium Index ที่ยังคงติดลบ บ่งชี้ว่าขาดแรงซื้อจากสถาบันในสหรัฐอเมริกา ในแง่ของเทคนิค กราฟราคาเพิ่งจะถูกปฏิเสธจากแนวต้านที่ 76,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ซึ่งตรงกับกรอบด้านบนของแพตเทิร์นธงขาลง หากราคาหลุดแนวรับที่ 68,000 ดอลลาร์สหรัฐ ก็มีความเสี่ยงสูงมากที่ตลาดจะพังทลายลงไปทดสอบเป้าหมายขาลงที่ระดับ 51,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา: cointelegraph
เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่ว่า Bitcoin กำลังพยายามพิสูจน์ตัวเองในฐานะ “ทองคำดิจิทัล” ที่คนใช้หนีภัยสงครามครับ การที่กราฟมันวิ่งสวนทางกับหุ้นเทคฯ อย่าง Nasdaq ถือเป็นก้าวสำคัญที่บอกว่าตลาดยอมรับบทบาทนี้มากขึ้น แต่คำเตือนของ Arthur Hayes ก็เป็นสิ่งที่ประมาทไม่ได้เลยครับ เพราะถ้าสภาพคล่องในตลาดการเงินโดนดูดกลับ หุ้นกลุ่ม SaaS ร่วงหนักๆ ท้ายที่สุดแล้วนักลงทุนสถาบันก็อาจจะต้องเทขายคริปโตเพื่อดึงเงินสดไปอุดรูรั่วอยู่ดี ใครที่กำลังเทรดช่วงนี้อาจจะต้องแบ่งไม้และเผื่อใจสำหรับกรณีที่ราคาย่อตัวแรงๆ ลงไปเทสต์แนวรับด้านล่างด้วยนะครับ เพราะตลาดที่ผันผวนจากสงครามอะไรก็เกิดขึ้นได้ครับ
