bitkub-banner

Ethereum ร่วงทะลุแนวรับ $2,100 ท่ามกลางสถาบันที่กำลังเก็บของต่อเนื่อง ราคาจะลงไปถึงไหน? 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Ethereum ร่วงหลุดแนวรับสำคัญที่ $2,100 ลงมาแถวประมาณ $1,980 คิดเป็นการปรับฐานราว ~60% จากจุดสูงสุด (ATH) และทำจุดต่ำสุดใหม่ของปี 2026 โดยแนวรับถัดไปอยู่ที่ $1,800-$1,850
  • ปัจจัยที่ทำให้ ETH ปรับตัวลงแรงกว่า Bitcoin อาจมาจากความตึงเครียดจากสงคราม และกราฟ​ Ethereum เทียบกับ Bitcoin ที่กำลังอยู่ในโซนขาลง
  • อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ราคาปรับตัวลง เหล่า “Smart money” กลับแห่ซื้อเป็นจำนวนมาก โดยมีทั้ง BlackRock และ Grayscale ซึ่งแสดงถึงความต้องการจากสถาบันที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับราคา

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish 

ราคา Ethereum ที่หลุดแนวรับที่ $2,100 อาจทำให้ราคาร่วงต่อไปจนถึง สู่ $1,800-$1,850 และแย่สุดอาจไปถึง $1,500 หากคาดการณ์จากแพทเทิร์นของกราฟในปัจจุบัน

ระดับ $2,100 เป็นแนวรับหลักที่ Ethereum ยืนมาได้หลายสัปดาห์ และตอนนี้ถูกทำลายแล้ว โดยนักวิเคราะห์ที่รู้จักกันในชื่อ Ted Pillows ระบุว่า การหลุดระดับนี้เกิดขึ้นพร้อมแรงขายจากภาพรวมตลาดและความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้คำถามสำคัญตอนนี้คือ “ราคาจะลงลึกแค่ไหน?”

$1,800 และ $1,500 จะเป็นแถวนับถัดไป

หลังจากราคาร่วงทะลุ $2,100 แนวรับถัดไปคือ $1,800-$1,850 ซึ่งเป็นโซนที่มีความต้องการจำนวนมากบนเครือข่าย On-chain โดยเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่ราคาเคยร่วงอย่างรุนแรงลงมาแถว $1,750-$1,900 หากโซนนี้ยังรับอยู่ มีโอกาสเกิดกลับตัวขึ้น

ส่วนระดับ $1,500 ถือเป็นจุดต่ำสุดของตลาดขาลงรอบก่อน หากหลุด $1,800 ลงมา ระดับนี้จะกลายเป็น “แนวรับสุดท้าย” ก่อนเข้าสู่โซนราคาที่ไม่เคยเห็นตั้งแต่ต้นปี 2023

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ Ethereum เคยร่วงอย่างรุนแรงไปแตะ $1,750 ในเดือนกุมภาพันธ์ และกลับขึ้นมาเหนือ $2,000 อย่างรวดเร็ว หมายความว่ามีนักลงทุนจำนวนมากกำลังรอซื้อที่ระดับราคานั้น

ทำไม ETH ลงแรงกว่า BTC? 

  1. Ethereum มีความผันผวนสูงกว่า Bitcoin เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อราคา Bitcoin ปรับตัวลง Ethereum ก็จะร่วงในสัดส่วนที่มากกว่า
  2. Ethereum ถูกใช้เป็นหลักประกันในโปรโตคอลอย่าง Aave, Maker และ Compound เมื่อราคาร่วงจะเกิดการบังคับขาย ซึ่งจะทำให้ราคา Ethereum ร่วงเพิ่ม และ Ethereum ก็จะถูกบังคับขายไปเรื่อย ๆ จึงทำให้ราคาร่วงอย่างรุนแรง
  3. การที่ Ethereum พุ่งแรงไม่เท่า Bitcoin มานานทำให้นักลงทุนบางส่วนย้ายเงินจาก Ethereum ไปลงทุนใน Bitcoin แทน ซึ่งทำให้กราฟ ETH/BTC อยู่ในโซนขาลงไปเรื่อย ๆ
  4. ในภาวะความไม่แน่นอน BTC ถูกมองเป็น “Digital gold” ขณะที่ ETH ถูกมองเหมือนกับหุ้นเทคโนโลยี ทำให้เงินไหลออกจากการสินทรัพย์ประเภทนี้มากกว่า Bitcoin

Smart Money แห่ซื้อเพิ่ม

แม้ราคาจะปรับตัวลง แต่เงินทุนจากสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ยังคงไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง สะท้อนชัดว่าในมุมมองของนักลงทุนรายใหญ่ Ethereum บริเวณ $2,000 คือโซนราคาที่น่าสะสม 


ผู้เขียนมองว่า การหลุด $2,100 ของ Ethereum เป็นเพียงแรงกดดันระยะสั้น ยังไม่ใช่จุดจบของขาขึ้น แม้มีโอกาสลงไปทดสอบโซน $1,800-$1,850 ได้ แต่พื้นฐานยังแข็งแกร่งและเงินจากสถาบันยังไหลเข้า สำหรับนักลงทุน การเทขายเพราะความกลัวอาจไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีที่สุด และโซน $1,800-$2,000 ถือเป็นระดับที่น่าสะสมหากสังเกตจากพฤติกรรมของนักลงทุนรายใหญ่

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: