สรุปข่าว
- Boya Interactive บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตเกมจากฮ่องกง เตรียมขออนุมัติผู้ถือหุ้นเพื่อกว้านซื้อคริปโตเคอร์เรนซีเพิ่มเติม ในวงเงินสูงถึง 70 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2,312 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 12 เดือนข้างหน้า
- บริษัทเน้นยุทธวิธี ใช้ “เงินสดส่วนเกิน” ในการเข้าซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง ไม่มีการกู้ยืมเงิน หรือออกหุ้นใหม่เพื่อระดมทุน ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินและรักษาโครงสร้างผู้ถือหุ้นเดิมไว้ได้อย่างดีเยี่ยม
- ปัจจุบัน Boya ถือครอง Bitcoin อยู่แล้วกว่า 4,092 BTC รวมถึง Ethereum และ Stablecoin อีกจำนวนมาก การขยับตัวครั้งนี้ตอกย้ำฉายา “Strategy แห่งฮ่องกง” และแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรม Web3 อย่างเต็มเปี่ยม
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การที่บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในเอเชียเริ่มประกาศแผนเข้าสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่องโดยใช้เงินสดหมุนเวียนของตนเอง ถือเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนถึงการยอมรับในระดับสถาบันที่เพิ่มมากขึ้น
ซึ่งแรงซื้อระดับพันล้านบาทจาก Boya จะช่วยสร้างฐานแนวรับที่แข็งแกร่งและลดอุปทานหมุนเวียนในตลาด ซึ่งมักจะส่งผลให้ราคาเหรียญอย่าง BTC และ ETH มีทิศทางขาขึ้นที่มั่นคงในระยะยาว
Boya Interactive บริษัทเกมยักษ์ใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง สร้างความฮือฮาให้กับวงการการเงินโลกอีกครั้ง หลังประกาศแผนยุทธศาสตร์ เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเตรียมขอความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อจัดสรรงบประมาณก้อนโตสูงสุดถึง 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการเข้าลงทุนซื้อคริปโตเคอร์เรนซีเพิ่มเติมภายในปีหน้า
แผนการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเก็งกำไรระยะสั้น แต่คือส่วนหนึ่งของการวางรากฐานเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจสาย Web3 ที่บริษัทกำลังมุ่งเน้นอย่างหนักในปัจจุบัน
ยุทธศาสตร์ “เงินเหลือ” ใช้ลงทุนคริปโต แบบไม่เพิ่มหนี้
จุดที่ทำให้นักลงทุนพากันจับตามองคือ แหล่งเงินทุนที่ Boya เลือกใช้ โดยทางบริษัทระบุชัดเจนว่า จะนำ “เงินสดส่วนเกิน” จากผลประกอบการมาใช้ในการเข้าซื้อคริปโต
แผนงานนี้มีความรัดกุมสูง เนื่องจากไม่มีการออกหุ้นใหม่ มาทำให้สัดส่วนผู้ถือหุ้นเดิมเจือจางลง และไม่มีการกู้หนี้ยืมสินให้เกิดภาระดอกเบี้ย โดยการที่บริษัทยังต้องรอการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากผู้ถือหุ้น ยังสะท้อนถึงธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่โปร่งใส แม้จะเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงก็ตาม
เปิดพอร์ตคริปโต Boya ปัจจุบันถือครองเหรียญเท่าไหร่?
ก่อนที่จะมีดีล 2,300 ล้านบาทนี้เกิดขึ้น Boya Interactive ก็ขึ้นชื่อว่า เป็นหนึ่งในบริษัทที่อินคริปโตมากที่สุดรายหนึ่งในเอเชีย โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า บริษัทถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ในครอบครองแล้วจำนวนมหาศาล ประกอบไปด้วย Bitcoin จำนวน 4,092 BTC, Ethereum จำนวน 302 ETH และ Tether (USDT) ประมาณ 7 ล้านเหรียญ
การเพิ่มงบประมาณเข้าไปอีก 70 ล้านดอลลาร์ในรอบนี้ จะส่งผลให้พอร์ตการลงทุนดิจิทัลของบริษัทขยายตัวอย่างก้าวกระโดด จนหลายฝ่ายเริ่มเปรียบเทียบแนวทางของ Boya ว่า เดินตามรอยบริษัท Strategy ของ Michael Saylor ที่เปลี่ยนสถานะบริษัทให้กลายเป็นคลังเก็บ Bitcoin ของโลกไปเรียบร้อยแล้ว
ฮ่องกงขึ้นแท่นศูนย์กลางคริปโตในเอเชีย
ความกล้าที่จะลงทุนของ Boya ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่ได้รับแรงหนุนจากสภาพแวดล้อมทางกฎหมายของฮ่องกงที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยรัฐบาลฮ่องกงพยายามผลักดันให้เมือง กลายเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก ซึ่งมีการออกกฎเกณฑ์กำกับดูแลที่เอื้อให้นักลงทุนสถาบัน และบริษัทจดทะเบียนเข้าถึงคริปโตได้ง่ายและปลอดภัยขึ้น ส่งผลให้บริษัทต่างๆ เริ่มกล้าที่จะนำเงินสดในบัญชีมาเปลี่ยนเป็นสกุลเงินดิจิทัล เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะยาว
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : Boya กำลังทำสิ่งที่บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกควรพิจารณา เนื่องจากการมีเงินสดนอนนิ่งอยู่ในบัญชีธนาคารในยุคที่มูลค่าเงินเฟียตเสื่อมค่าลงทุกวันคือความเสี่ยง
ซึ่งการที่บริษัทในเอเชียเริ่มขยับตัวตามฝั่งอเมริกาแบบนี้ ถือเป็นสัญญาณว่า Bitcoin ได้รับการยอมรับในฐานะ “สินทรัพย์สำรองระดับสากล” ไปแล้วจริงๆ
