สรุปข่าว
- Invesco บริษัทจัดการสินทรัพย์มูลค่า 2.257 ล้านล้านดอลลาร์ เตรียมเข้ามาเป็นผู้บริหารพอร์ตโฟลิโอของกองทุน Superstate Short-Duration U.S. Government Securities Fund (USTB) บนบล็อกเชน ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการอยู่ที่ราว 794 ล้านดอลลาร์
- การเปลี่ยนผ่านคาดว่าจะเสร็จสิ้นในช่วงกลางปี 2569 โดยกองทุนจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Invesco Short-Duration U.S. Government Securities Fund แต่ยังคง ticker USTB, smart contract และ token address เดิมไว้ทั้งหมด ขณะที่ Superstate จะยังคงดูแลโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคต่อไป
- การเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้ Invesco เข้าร่วมแข่งขันในตลาด Tokenized RWA เคียงข้าง BlackRock (กองทุน BUIDL มูลค่า 2.9 พันล้านดอลลาร์) และ Franklin Templeton ซึ่งสะท้อนการยอมรับของสถาบันการเงินกระแสหลักต่อเทคโนโลยีบล็อกเชนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
ข่าวนี้เป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับระบบนิเวศ RWA และบล็อกเชนโดยรวม เพราะสะท้อนให้เห็นว่าสถาบันการเงินขนาดใหญ่ระดับโลกมองว่าโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนมีความน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะนำมาใช้บริหารสินทรัพย์จริง อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาคริปโตในระยะสั้นค่อนข้างจำกัด เนื่องจากนี่เป็นการเคลื่อนไหวระดับองค์กร ไม่มีตัวกระตุ้นราคาโดยตรง
Invesco บริษัทจัดการสินทรัพย์ระดับโลกที่มีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการกว่า 2.257 ล้านล้านดอลลาร์ เตรียมก้าวเข้าสู่ตลาดกองทุนคลังพันธบัตรสหรัฐฯ แบบโทเคนบนบล็อกเชน (Tokenized Treasury) ด้วยการรับบทบาทผู้บริหารพอร์ตโฟลิโอของกองทุน Superstate Short-Duration U.S. Government Securities Fund (USTB) ซึ่งขณะนี้มีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการราว 794 ล้านดอลลาร์ ตามรายงานจาก CoinDesk เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ Invesco เข้าร่วมวงการแข่งขันเคียงข้างยักษ์ใหญ่ด้านการเงินอย่าง BlackRock และ Franklin Templeton ที่เดินหน้าในตลาด Tokenized RWA มาก่อนหน้านี้แล้ว โดย Kathleen Wrynn หัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลกของ Invesco ระบุว่าบริษัทตื่นเต้นที่จะเป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์แรกที่นำโครงสร้างพื้นฐานของ Superstate มาขยายการให้บริการด้านสินทรัพย์ดิจิทัล
Invesco บริหารกองทุน Superstate ส่วน Superstate ดูแลระบบบล็อกเชน
ความร่วมมือระหว่าง Invesco และ Superstate ครั้งนี้มีโครงสร้างที่น่าสนใจ โดย Invesco จะรับหน้าที่เป็นผู้บริหารพอร์ตโฟลิโอ ขณะที่ Superstate จะยังคงดูแลโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคของกองทุนต่อไป กล่าวคือ เป็นการจับคู่ระหว่างความเชี่ยวชาญด้านการจัดการสินทรัพย์แบบดั้งเดิมของ Invesco กับเทคโนโลยีบล็อกเชนเฉพาะทางของ Superstate
การเปลี่ยนผ่านคาดว่าจะเสร็จสิ้นในช่วงกลางปี 2569 เมื่อเสร็จสมบูรณ์ กองทุนจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Invesco Short-Duration U.S. Government Securities Fund แต่ยังคง ticker USTB, smart contract และ token address เดิมไว้ทั้งหมด หมายความว่านักลงทุนที่ถือ token อยู่ไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความต่อเนื่องที่เทคโนโลยีบล็อกเชนมอบให้
ตลาด Tokenized RWA โตพุ่งจาก 2 แสนล้านบาทสู่เกือบ 7 พันล้านดอลลาร์ในเวลาไม่ถึง 2 ปี
การเข้ามาของ Invesco สะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดสินทรัพย์โลกจริงในรูปแบบโทเคน (Tokenized Real-World Assets หรือ RWA) โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งจากมูลค่าต่ำกว่า 200 ล้านดอลลาร์ในช่วงต้นปี 2567 มาสู่เกือบ 7 พันล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2568 ความน่าสนใจของกองทุนประเภทนี้อยู่ที่การนำข้อดีของบล็อกเชนอย่างการซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง การแบ่งหน่วยย่อย และการชำระเงินทันที มาผสมผสานกับสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและมีมูลค่าจริงอย่างพันธบัตรรัฐบาล
ปัจจุบัน BlackRock ยังคงครองความเป็นผู้นำในตลาดนี้ด้วยกองทุน BlackRock USD Institutional Digital Liquidity Fund (BUIDL) ที่มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการสูงถึง 2.9 พันล้านดอลลาร์ และได้รับการยกย่องว่าเป็นกองทุนโทเคนไนซ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่วน Franklin Templeton ก็มีกองทุน Franklin OnChain U.S. Government Money Fund (FOBXX) ซึ่งเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2564 และเป็นกองทุนรวมที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ แห่งแรกที่ใช้บล็อกเชนสาธารณะเป็นระบบบันทึกข้อมูล
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า CEO BlackRock Larry Fink เชื่อว่าการโทเคนไนซ์จะเปลี่ยนโลกการเงินได้เหมือนที่อินเทอร์เน็ตเคยทำในปี 2539 และ ข้อมูลก็สนับสนุนมุมมองนี้ อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า เจ้ามือกำลังสะสมเหรียญในกลุ่ม RWA อย่างเงียบๆ ในช่วงที่ตลาดยังซึมตัว ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักลงทุนรายใหญ่มองว่าเซกเตอร์นี้มีศักยภาพในระยะกลางถึงยาว
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะ Invesco ไม่ใช่บริษัทสตาร์ทอัพหรือ crypto native fund แต่เป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์แบบดั้งเดิมที่มีลูกค้าสถาบันเยอะมาก การที่บริษัทขนาดนี้ยอมเข้ามาในตลาด Tokenized RWA อย่างจริงจังถือเป็นสัญญาณว่าเทคโนโลยีนี้ผ่านจุดทดลองมาแล้ว และกำลังเข้าสู่กระแสหลัก อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูว่าเมื่อกองทุนเปลี่ยนผ่านเสร็จในกลางปีนี้ จะดึงดูดเงินลงทุนใหม่เข้ามามากแค่ไหน เพราะนั่นถึงจะเป็นตัวชี้วัดที่แท้จริงว่าตลาดตอบรับดีพอหรือเปล่า
ภาพจาก AI
