สรุปข่าว
- Franklin Templeton จับมือ Ondo Finance แปลง 5 กองทุน ETF ให้เป็นโทเคนบนโลกบล็อกเชน ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านกระเป๋าเงินคริปโต
- โทเคน ETF เหล่านี้ สามารถนำไปใช้เป็นหลักประกันใน DeFi ได้ ซึ่งต่างจาก กองทุน ETF แบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง
- เริ่มเปิดตัวในตลาด ยุโรป เอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และละตินอเมริกา ก่อน รอความชัดเจนด้านกฎระเบียบในสหรัฐฯ
Franklin Templeton กองทุนยักษ์ใหญ่ระดับโลกจับมือ Ondo Finance นำ 5 กองทุน ETF มาแปลงเป็นโทเคนบนบล็อกเชน เพื่อปลดล็อกให้นักลงทุนสายคริปโตสามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง และยังนำไปใช้วางค้ำประกันทำกำไรต่อในโลก DeFi ได้อีกด้วย โดยช่วงแรกจะนำร่องเจาะตลาดต่างประเทศที่เข้าไม่ถึงระบบการเงินดั้งเดิมก่อน ส่วนในสหรัฐฯ ยังต้องรอความชัดเจนด้านกฎระเบียบ
Franklin Templeton กองทุนยักษ์ใหญ่ที่บริหารทรัพย์สินระดับ 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ ประกาศความร่วมมือกับ Ondo Finance แปลง 5 กองทุน ETF ให้กลายเป็นโทเคนบนบล็อกเชน เปิดให้นักลงทุนสายคริปโตซื้อขายผ่านกระเป๋าเงินคริปโตได้ตลอด 24 ชั่วโมง
Ondo Finance จะทำหน้าที่ซื้อกองทุน ETF ของ Franklin Templeton จากนั้นแปลง “สิทธิ์ในกระแสรายได้” ของกองทุน ETF เหล่านั้น ให้กลายเป็นโทเคนผ่านบริษัทเฉพาะกิจ (SPV) นักลงทุนจึงไม่ได้ถือครอง ETF โดยตรง แต่ถือครองโทเคนสิทธิ์ประโยชน์ดังกล่าวแทน
สิ่งที่ทำให้โทเคน ETF แตกต่างจากกองทุนดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิงคือ ความสามารถในการนำโทเคนเหล่านี้ไปใช้เป็นหลักประกันในโปรโตคอล DeFi หรือวัตถุประสงค์อื่น ๆ ในระบบการเงินแบบกระจายอำนาจได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำกับกองทุน ETF แบบดั้งเดิมไม่ได้เลย
กองทุนทั้ง 5 ตัว ครอบคลุมสินทรัพย์หลากหลายประเภท ได้แก่ หุ้นเติบโตสหรัฐฯ (FFOG), หุ้นขนาดใหญ่ (FLQL), ทองคำ (FGDL), พันธบัตรผลตอบแทนสูง (FLHY) และหุ้นปันผลสหรัฐฯ (INCE) ซึ่ง Franklin Templeton ให้บริการผ่านช่องทางดั้งเดิมอยู่แล้ว แต่การแปลงเป็นโทเคนครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจนคือ การเข้าถึงกลุ่มนักลงทุนที่ดำเนินชีวิตอยู่ในโลกคริปโตเป็นหลัก
ทิศทางของอุตสาหกรรม RWA ในอนาคต
แผนแรกจะเปิดตัวในยุโรป เอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และละตินอเมริกา โดยเน้นกลุ่มนักลงทุนที่คุ้นเคยกับ Crypto แต่ยังขาดการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแบบดั้งเดิม
Sandy Kaul หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมของ Franklin Templeton มองว่านี่คือ “ช่องทางการขายใหม่” และย้ำถึงความสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงระบบหลักทรัพย์ข้ามพรมแดนแบบดั้งเดิม ส่วนตลาดสหรัฐฯ ยังต้องรอความชัดเจนด้านกฎระเบียบก่อน
ข้อมูลจาก rwa.xyz ชี้ว่าตลาด Real Asset Tokenization (RWA) จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 360% แตะระดับ 26.5 พันล้านดอลลาร์ ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป
ในขณะที่ BlackRock และ WisdomTree ต่างพร้อมใจเดินหน้าแผนTokenization ของตัวเอง ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯ NYSE กับ Nasdaq ก็กำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการซื้อขายสินทรัพย์บล็อกเชนด้วยเช่นกัน
มุมมองผู้เขียน: การจับมือกันของ Franklin Templeton และ Ondo ในครั้งนี้ คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า บล็อกเชนไม่ใช่แค่เรื่องกระแสเก็งกำไรอย่างเหรียญมีม แต่มันคือโครงสร้างพื้นฐานการเงินแห่งอนาคต
