bitkub-banner

โบลิเวียเล็งดึง USDT เข้าสู่ระบบชำระเงินของประเทศ เดินหน้าเปิดรับสินทรัพย์ดิจิทัลเต็มตัว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รัฐบาลโบลิเวียกำลังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาเพื่อนำเหรียญ USDT เข้ามาหมุนเวียนในระบบชำระเงินของประเทศเคียงคู่กับเงินสกุลท้องถิ่นและเงินดอลลาร์สหรัฐเพื่อเพิ่มทางเลือกและความคล่องตัวในการทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจ
  • ปริมาณการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีในโบลิเวียพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 630% หลังจากธนาคารกลางได้ยกเลิกคำสั่งห้ามทำธุรกรรมเมื่อปี 2024 เนื่องจากประชาชนและภาคธุรกิจต้องการสินทรัพย์ทางเลือกมาทดแทนเงินดอลลาร์สหรัฐที่ขาดแคลน
  • การผลักดันนโยบายนี้ยังต้องผ่านการตรวจสอบทางเทคนิคและปรับปรุงระบบการควบคุมการฟอกเงินอย่างเข้มงวดเนื่องจากปัจจุบันโบลิเวียยังคงติดอยู่ในรายชื่อบัญชีเทาของหน่วยงานสากลอย่าง FATF

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

ในระยะยาวเนื่องจากการเปิดรับ USDT เข้าสู่ระบบการเงินระดับประเทศจะช่วยเพิ่มปริมาณการใช้งานจริงและสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่ม Stablecoin ในวงกว้างอย่างมีนัยสำคัญ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของโบลิเวียได้ออกมาเปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังประเมินความเป็นไปได้ในการดึงเหรียญ USDT ของบริษัท Tether เข้ามาร่วมใช้งานในระบบชำระเงินแห่งชาติ ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างชัดเจน จากเดิมที่เคยสั่งห้ามทำธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซีอย่างเด็ดขาด มาเป็นการเปิดทางให้ใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแลของรัฐอย่างเป็นทางการ

ข้อเสนอดังกล่าวในปัจจุบันยังอยู่ในช่วงการทบทวนทางเทคนิคและยังไม่ได้มีการประกาศใช้เป็นกฎหมายหรือกำหนดให้เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งสร้างกรอบการทำงานสำหรับธนาคารพาณิชย์ กระเป๋าเงินดิจิทัล และผู้ให้บริการชำระเงินต่างๆ ซึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการควบคู่กันไปคือการเพิ่มความเข้มงวดในระบบป้องกันการฟอกเงิน เนื่องจากโบลิเวียยังคงติดอยู่ในรายชื่อประเทศที่ต้องจับตาเป็นพิเศษหรือบัญชีเทาขององค์กรต่อต้านการฟอกเงินสากลหรือ FATF ซึ่งส่งผลให้ประเทศถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากปัญหาข้อบกพร่องในระบบปราบปรามอาชญากรรมทางการเงิน

ความต้องการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลในโบลิเวียขยายตัวอย่างรวดเร็วหลังจากธนาคารกลางประกาศยกเลิกข้อจำกัดในการทำธุรกรรมเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2024 ข้อมูลจากธนาคารกลางระบุว่าปริมาณการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีพุ่งทะยานขึ้นจาก 46.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 ไปเป็น 294 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งคิดเป็นการเติบโตสูงถึง 630% หลังจากการปลดล็อกข้อจำกัด

การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้เกิดขึ้นเพราะประชาชนและภาคธุรกิจต้องการหาทางออกในการทำธุรกรรมหลังจากประเทศประสบปัญหาขาดแคลนเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างรุนแรง จนรัฐบาลต้องยกเลิกนโยบายผูกติดค่าเงินกับดอลลาร์สหรัฐที่ใช้มาอย่างยาวนานและเปลี่ยนมาใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวในช่วงต้นปีนี้ โดยก่อนหน้านี้บริษัทพลังงานแห่งชาติของโบลิเวียก็ได้ประกาศแผนที่จะนำคริปโตเคอร์เรนซีมาใช้สำหรับการนำเข้าพลังงาน ขณะที่ธนาคารกลางโบลิเวียเองก็กำลังศึกษาและขอคำแนะนำเกี่ยวกับกรอบกฎหมายจากประเทศเอลซัลวาดอร์ นอกจากนี้ ธนาคารที่รัฐควบคุมอย่าง Banco Unión ก็ได้เปิดบริการให้ลูกค้าสามารถซื้อเหรียญ USDT ผ่านระบบเพื่อนำไปใช้ในการชำระเงินระหว่างประเทศและการโอนเงินกลับประเทศได้แล้วตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ที่มา: coindesk


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการขยับตัวของโบลิเวียในครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าปัญหาทางเศรษฐกิจในโลกแห่งความเป็นจริงกำลังเป็นตัวเร่งให้กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาต้องหันมาพึ่งพา Stablecoin อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การขาดแคลนเงินดอลลาร์สหรัฐและการเสื่อมค่าของเงินสกุลท้องถิ่นทำให้ประชาชนและภาคธุรกิจต้องการสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงและโอนย้ายได้ง่าย การที่รัฐบาลยอมรับความจริงและพยายามนำ USDT เข้ามาอยู่ในระบบการเงินอย่างถูกต้องถือเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดแทนที่จะปล่อยให้เกิดการซื้อขายในตลาดมืดอย่างผิดกฎหมาย แม้ว่าความท้าทายเรื่องกฎเกณฑ์การฟอกเงินของ FATF จะเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้ แต่หากโบลิเวียสามารถวางระบบได้สำเร็จ มันจะเป็นโมเดลสำคัญที่ประเทศอื่นๆ ซึ่งประสบปัญหาเศรษฐกิจคล้ายกันจะนำไปปฏิบัติตาม และจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพรวมถึงปริมาณการใช้งานของ USDT ในฐานะสกุลเงินทางเลือกของโลกในอนาคตฃ