bitkub-banner

ศาลเท็กซัสปัดคดีนักพัฒนาคริปโต ทิ้งคำถามค้างคา เขียนโค้ดผิดกฎหมายหรือไม่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปบทความ
  • ศาลรัฐเท็กซัสยกฟ้องคดี Michael Lewellen นักพัฒนาจาก Coin Center ที่ขอให้ศาลประกาศว่าซอฟต์แวร์ non-custodial ไม่เข้าข่ายกฎหมายโอนเงิน โดยศาลชี้ว่าไม่มีภัยคุกคามจะถูกฟ้องที่น่าเชื่อถือ
  • ศาลไม่ได้ตัดสินในเนื้อหาว่าซอฟต์แวร์ open-source ผิดหรือไม่ผิดกฎหมาย ทำให้สถานะทางกฎหมายของนักพัฒนา DeFi ยังคงอยู่ในเขตสีเทา
  • คดี Tornado Cash (Roman Storm ถูกตัดสินว่ามีความผิด) และ Samourai Wallet (นักพัฒนาถูกจำคุก 5 ปี) เป็นหลักฐานว่าความเสี่ยงทางกฎหมายของนักพัฒนาคริปโตมีอยู่จริง แม้จะยังไม่มีกฎหมายชัดเจน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  NEUTRAL

คำตัดสินนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาคริปโตโดยตรง แต่สร้างความไม่แน่นอนทางกฎหมายให้กับนักพัฒนา DeFi ทั่วโลก ในระยะสั้นตลาดอาจไม่ตอบสนอง แต่ถ้าเกิดคดีเพิ่มเติมที่ตัดสินว่าซอฟต์แวร์ non-custodial เข้าข่ายกฎหมายโอนเงิน จะส่งผลลบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ DeFi ทั้งหมด

ถ้าคุณเป็นนักพัฒนาที่เขียน smart contract บน Ethereum หรือ Solana แล้ววันหนึ่งมีคนเอาโค้ดของคุณไปใช้โอนเงินผิดกฎหมาย คุณจะต้องรับผิดชอบด้วยหรือเปล่า คำถามนี้ยังไม่มีคำตอบชัดเจนในสหรัฐฯ และคำตัดสินของศาลรัฐเท็กซัสเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2026 ก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย

ผู้พิพากษา Reed O’Connor แห่งศาลรัฐบาลกลางเขตเหนือของรัฐเท็กซัส สั่งยกฟ้องคดีที่ Michael Lewellen นักพัฒนาและสมาชิกกลุ่ม Coin Center ยื่นขอให้ศาลประกาศว่าซอฟต์แวร์ระดมทุนแบบ non-custodial ชื่อ “Pharos” ที่เขาสร้างขึ้นจะไม่ถูกดำเนินคดีภายใต้กฎหมายโอนเงินของรัฐบาลกลาง ฟังดูเหมือนข่าวดี แต่ปัญหาคือ ศาลไม่ได้ตัดสินว่าซอฟต์แวร์ของเขาไม่ผิดกฎหมาย ศาลแค่บอกว่า “คุณยังไม่ถูกฟ้อง ยังไม่ถูกขู่ว่าจะฟ้อง เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุให้ศาลต้องตัดสิน”

เกิดอะไรขึ้นในศาลเท็กซัส

เกิดอะไรขึ้นในศาลเท็กซัส
ภาพจาก AI

Michael Lewellen ต้องการความชัดเจนทางกฎหมายก่อนที่จะเปิดตัวซอฟต์แวร์ Pharos ซึ่งเป็นเครื่องมือระดมทุนแบบ non-custodial หมายความว่าตัวซอฟต์แวร์ไม่ได้ถือครองเงินของผู้ใช้ แต่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานให้ธุรกรรมเกิดขึ้นบนบล็อกเชน Lewellen ยื่นฟ้องขอให้ศาลออก “declaratory judgment” ประกาศล่วงหน้าว่าซอฟต์แวร์นี้ไม่เข้าข่ายกฎหมายโอนเงิน (18 U.S.C. § 1960)

แต่ศาลปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่า Lewellen ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามี “ภัยคุกคามที่น่าเชื่อถือว่าจะถูกดำเนินคดีในอนาคตอันใกล้” ศาลยังอ้างถึงบันทึกของรองอัยการสูงสุด Todd Blanche ที่ออกเมื่อเดือน เม.ย. 2025 ซึ่งระบุว่าอัยการจะไม่ไล่บี้เว็บกระดานเทรดคริปโต บริการผสมเหรียญ (mixing) หรือกระเป๋าเงินออฟไลน์ สำหรับการกระทำของผู้ใช้ปลายทาง หรือการละเมิดกฎหมายโดยไม่เจตนา

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ศาลยกฟ้อง “without prejudice” หมายความว่า Lewellen สามารถยื่นฟ้องใหม่ได้ถ้าสถานการณ์เปลี่ยน แต่ในตอนนี้ คำถามที่ว่า “การเขียนซอฟต์แวร์ non-custodial ถือเป็นการโอนเงินตามกฎหมายหรือไม่” ยังคงลอยอยู่กลางอากาศ

ภาพค้อนผู้พิพากษาจากรายงานของ Decrypt เกี่ยวกับคดี Crypto Case Over Money Transmitter Laws
ภาพประกอบข่าวจาก Decrypt แสดงค้อนผู้พิพากษา สะท้อนการตัดสินคดีที่ยังทิ้งคำถามค้างคาให้วงการคริปโต (X)

ทำไมบันทึกของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ไม่ใช่เกราะป้องกัน

ทำไมบันทึกของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ไม่ใช่เกราะป้องกัน
ภาพจาก AI

ฝ่าย Lewellen และ Coin Center แสดงความผิดหวังอย่างมากกับคำตัดสิน พวกเขาชี้ว่าบันทึกของรองอัยการสูงสุด Todd Blanche ที่ศาลใช้อ้างนั้นเป็นเพียง “สัญญาณนโยบาย” ที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย รัฐบาลชุดถัดไปสามารถยกเลิกบันทึกฉบับนี้ได้เมื่อไรก็ได้ และอัยการในพื้นที่ก็สามารถเลือกที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย 18 U.S.C. § 1960 ได้ตลอดเวลา

พูดง่าย ๆ คือ บันทึกนี้เหมือนคำสัญญาปากเปล่าว่า “เราจะไม่ฟ้อง” แต่ไม่มีอะไรรับประกันว่าคำสัญญานี้จะอยู่ตลอดไป สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ นี่ไม่ใช่ “ความชัดเจนทางกฎหมาย” ที่พวกเขาต้องการ

TrendRadar ระบุว่า “ผู้พิพากษาศาลเท็กซัสปฏิเสธคำร้องของนักพัฒนาคริปโตที่ต้องการปกป้องซอฟต์แวร์จากกฎหมายโอนเงิน เครื่องมือ open-source ตกอยู่ในเป้าของหน่วยงานกำกับดูแลแล้ว” ขณะที่ Decrypt รายงานว่าคดีนี้ “ทิ้งคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบว่านักพัฒนาเครื่องมือคริปโตแบบ non-custodial ต้องปฏิบัติตามกฎหมายโอนเงินของรัฐบาลกลางหรือไม่”

TrendRadar รายงานว่า Texas Judge Rejects Developer's Bid to Shield Software from Money Transmitter Laws
ภาพจาก TrendRadar แสดงพาดหัว “Crypto Software Targeted” พร้อมอ้างอิงซอฟต์แวร์ Pharos ที่เป็นศูนย์กลางของคดี (X)

เงาของ Tornado Cash และ Samourai Wallet ยังตามหลอกหลอน

เงาของ Tornado Cash และ Samourai Wallet ยังตามหลอกหลอน
ภาพจาก AI

เหตุผลที่ Lewellen ต้องยื่นฟ้องขอความชัดเจนตั้งแต่แรก เกิดจากบทเรียนอันเจ็บปวดของนักพัฒนาคริปโตคนอื่น ๆ ที่ถูกดำเนินคดีจริง

Roman Storm ผู้ร่วมก่อตั้ง Tornado Cash ถูกคณะลูกขุนตัดสินว่ามีความผิดเมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2025 ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดดำเนินธุรกิจโอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต 1 กระทง ส่วนอีก 2 กระทงที่ร้ายแรงกว่า ได้แก่ สมรู้ร่วมคิดฟอกเงิน และสมรู้ร่วมคิดละเมิดมาตรการคว่ำบาตร คณะลูกขุนตัดสินไม่เป็นเอกฉันท์ และอัยการกำลังขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่ในกระทงเหล่านั้น

ในกรณีของ Samourai Wallet นักพัฒนา Keonne Rodriguez และ William Lonergan Hill ถูกตั้งข้อหาดำเนินธุรกิจโอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาตเช่นกัน ทั้งคู่รับสารภาพในเดือน ก.ค. 2025 และถูกตัดสินจำคุก 5 ปี

Lewellen อ้างถึงคดีเหล่านี้เป็นหลักฐานว่าภัยคุกคามมีอยู่จริง แต่ผู้พิพากษา O’Connor เห็นต่าง โดยชี้ว่า “แก่นแท้” ของคดี Tornado Cash และ Samourai Wallet คือ “การฟอกเงิน” ในขณะที่สิ่งที่ Lewellen วางแผนจะทำคือ “ดำเนินธุรกิจ” และเขาปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าจะไม่รับรู้การส่งผ่านเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม

การแยกแยะของศาลฟังดูสมเหตุสมผลบนกระดาษ แต่ในโลกของ DeFi เส้นแบ่งระหว่าง “เครื่องมือที่ถูกกฎหมาย” กับ “เครื่องมือที่ถูกใช้ผิดกฎหมาย” บางเสียจนแทบมองไม่เห็น Roman Storm ก็ไม่ได้ฟอกเงินด้วยตัวเอง เขาแค่เขียนโค้ดที่คนอื่นนำไปใช้ แต่สุดท้ายเขาก็ถูกตัดสินว่ามีความผิด

ผลกระทบต่อนักพัฒนา DeFi ทั่วโลกรวมถึงไทย

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดของคำตัดสินนี้ไม่ใช่ตัวคำตัดสินเอง แต่เป็น “ช่องว่าง” ที่มันทิ้งไว้ เพราะศาลไม่ได้ตัดสินในเนื้อหา (merits) ว่าซอฟต์แวร์ non-custodial อยู่ภายใต้กฎหมายโอนเงินหรือไม่ สถานะทางกฎหมายของนักพัฒนาจึงยังคงอยู่ใน “เขตสีเทา”

ดังที่ CypherCitadel วิเคราะห์ผ่านแดชบอร์ด Geopolitical Radar ของตน ผลกระทบต่อตลาดคริปโตจากเรื่องนี้ “มีทั้งสองด้าน ขึ้นอยู่กับรายละเอียดการบังคับใช้และความรู้สึกของตลาด” โดยระบุว่าทิศทางของ Bitcoin ยังไม่ชัดเจน

CypherCitadel Geopolitical Radar แสดงผลกระทบ Neutral จากคดี Court rejects dev's bid to shield software from money transmitter laws
แดชบอร์ดของ CypherCitadel ประเมินผลกระทบจากคดีนี้ต่อ Bitcoin ว่าเป็น “Neutral” โดยแนะนำให้ติดตามข้อมูลอนุพันธ์และ on-chain เพื่อประเมินทิศทาง (X)

สำหรับนักพัฒนาชาวไทยที่สร้างแอปพลิเคชันบน Ethereum, Solana หรือเชนอื่น ๆ เรื่องนี้อาจดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความจริงคือ กฎหมาย 18 U.S.C. § 1960 ของสหรัฐฯ มีขอบเขตกว้างมาก หากซอฟต์แวร์ที่คุณเขียนถูกใช้โดยผู้ใช้ในสหรัฐฯ คุณอาจตกเป็นเป้าหมายได้ แม้จะนั่งเขียนโค้ดอยู่ในกรุงเทพฯ ก็ตาม ยิ่งถ้าโปรเจกต์ของคุณเป็น open-source ที่ใครก็สามารถนำไปใช้ได้ ความเสี่ยงก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

ฝั่งรัฐเท็กซัสเองก็มีกฎหมายกำกับดูแลธุรกิจคริปโตโดยเฉพาะ บันทึกของ Texas Department of Banking (TDB) ระบุว่า ผู้แลกเปลี่ยนคริปโตกับสกุลเงินที่ออกโดยรัฐบาล (รวมถึงสเตเบิลคอยน์) ต้องขอใบอนุญาตโอนเงิน นอกจากนี้ ในปี 2023 เท็กซัสยังออกกฎหมาย Chapter 160 ของ Texas Finance Code กำหนดให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลต้องแยกบัญชีลูกค้าออกจากบัญชีบริษัท และห้ามนำเงินลูกค้าไปปนกับทรัพย์สินขององค์กร

คำถามที่ยังไม่มีใครตอบได้ และทำไมมันถึงสำคัญ

คำถามที่ยังไม่มีใครตอบได้ และทำไมมันถึงสำคัญ
ภาพจาก AI

มีคำถามหลายข้อที่ยังค้างคาอยู่หลังจากคำตัดสินนี้

ข้อแรก ถ้าการเขียนโค้ด open-source ที่ใครก็ดาวน์โหลดไปใช้ได้ถือเป็นการ “ดำเนินธุรกิจโอนเงิน” แล้วใครเป็นผู้ “ดำเนินธุรกิจ” กันแน่ ผู้เขียนโค้ด ผู้ deploy smart contract หรือผู้ใช้งาน การเปรียบเทียบที่ใกล้เคียงที่สุดคือ ถ้าคนสร้างโปรแกรมอีเมลต้องรับผิดชอบทุกครั้งที่มีคนส่งสแปม หรือคนสร้างเว็บเบราว์เซอร์ต้องรับผิดชอบทุกครั้งที่มีคนเข้าเว็บไซต์ผิดกฎหมาย สถานการณ์ก็คงเป็นหายนะของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั้งหมด

ข้อสอง บันทึกของกระทรวงยุติธรรมที่ศาลอ้างถึงมีอายุเท่าไร ถ้ารัฐบาลชุดใหม่เข้ามาแล้วเปลี่ยนนโยบาย นักพัฒนาที่เคยมั่นใจว่าตัวเองปลอดภัยจะทำอย่างไร การพึ่งพา “คำสัญญา” ของฝ่ายบริหารแทน “กฎหมายที่ชัดเจน” เป็นรากฐานที่เปราะบางมากสำหรับอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์

ข้อสาม มาตรฐาน “credible threat” ที่ศาลใช้ตัดสิน สร้างสถานการณ์ที่ย้อนแย้ง นักพัฒนาต้องถูกขู่ว่าจะถูกฟ้องก่อน จึงจะขอความคุ้มครองจากศาลได้ แต่เมื่อถูกฟ้องแล้ว ก็อาจสายเกินไป ดูตัวอย่างจาก Roman Storm ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด หรือทีม Samourai Wallet ที่ต้องรับโทษจำคุก 5 ปี

GoUP Crypto สรุปข่าว Crypto Case Over Money Transmitter Laws Dismissed by US Judge พร้อมราคา BTC ETH SOL
ภาพจาก GoUP Crypto สรุปคดีพร้อมแสดงราคา BTC อยู่ที่ $70,850 และดัชนี Fear & Greed อยู่ที่ 10 (Extreme Fear) ณ ช่วงเวลาที่ข่าวออก (X)

สิ่งที่คนไทยในวงการ DeFi ควรรู้

สิ่งที่คนไทยในวงการ DeFi ควรรู้
ภาพจาก AI

แม้คำตัดสินนี้จะเกิดขึ้นในสหรัฐฯ แต่ผลกระทบมีแนวโน้มจะข้ามพรมแดน ด้วยเหตุผลหลายประการ

ประการแรก โปรโตคอล DeFi ส่วนใหญ่ทำงานบนบล็อกเชนสาธารณะที่ไม่แบ่งแยกสัญชาติ ถ้าคุณ deploy smart contract บน Ethereum แล้วมีผู้ใช้ในนิวยอร์กเรียกใช้ คุณอาจเข้าข่ายกฎหมายของสหรัฐฯ โดยไม่รู้ตัว

ประการที่สอง สหรัฐฯ มีประวัติการบังคับใช้กฎหมายข้ามพรมแดนในคดีคริปโตมาแล้ว กรณี Tornado Cash เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เมื่อ Alexey Pertsev ซึ่งเป็นพลเมืองรัสเซียถูกจับกุมในเนเธอร์แลนด์

ประการที่สาม ประเทศไทยเองก็มีแนวโน้มที่จะปรับกฎเกณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยเฉพาะกรอบของ FATF (หน่วยงานต่อต้านการฟอกเงินระหว่างประเทศ) ถ้าสหรัฐฯ สร้างบรรทัดฐานว่าซอฟต์แวร์ non-custodial เข้าข่ายกฎหมายโอนเงิน ไม่นานประเทศอื่นรวมถึงไทยก็อาจเดินตาม

นักพัฒนาไทยที่ทำงานกับ DeFi protocol, DEX aggregator หรือแม้แต่ wallet ที่ไม่ได้ถือครองกุญแจของผู้ใช้ ควรเริ่มให้ความสำคัญกับการปรึกษาทนายที่เข้าใจทั้งกฎหมายไทยและกฎหมายสหรัฐฯ อย่างจริงจัง เพราะในโลกปัจจุบัน “ผมแค่เขียนโค้ด” อาจไม่ใช่เกราะป้องกันที่เพียงพออีกต่อไป

ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าคำตัดสินนี้เป็นผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดในบรรดาความเป็นไปได้ทั้งหมด ไม่ใช่เพราะศาลตัดสินว่า “เขียนโค้ดผิดกฎหมาย” (ศาลไม่ได้พูดแบบนั้น) แต่เพราะศาลเลือกที่จะ “ไม่ตัดสิน” อะไรเลย

ลองคิดดู คุณเป็นนักพัฒนาที่กำลังจะ deploy protocol ใหม่ คุณไปถามศาลว่า “ผมจะถูกจับไหม” ศาลตอบว่า “ยังไม่ต้องกลัว เพราะอัยการบอกว่าจะไม่จับ” แล้วคุณก็ถามต่อว่า “แล้วถ้าอัยการเปลี่ยนใจล่ะ” ศาลตอบว่า “ค่อยกลับมาถามตอนนั้น” นี่คือสถานะที่นักพัฒนาคริปโตทั้งโลกต้องเผชิญอยู่ตอนนี้

ผมเข้าใจตรรกะของศาล มาตรฐาน “credible threat” มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้คนมาถามศาลเรื่องสมมุติทุกเรื่อง แต่ในบริบทนี้ ผมคิดว่ามันส่งผลร้ายมากกว่าดี เพราะ Roman Storm ก็เคย “ไม่ถูกขู่” ก่อนจะถูกตั้งข้อหา ทีม Samourai Wallet ก็เช่นกัน มาตรฐาน “ต้องถูกขู่ก่อนถึงจะขอความคุ้มครอง” สร้างวัฏจักรที่ไม่เป็นธรรม

สำหรับนักพัฒนาไทย ผมแนะนำให้ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะ Lewellen สามารถยื่นฟ้องใหม่ได้ และ Coin Center คงไม่หยุดต่อสู้ง่าย ๆ ในระหว่างนี้ ใครที่กำลังสร้าง protocol ที่เกี่ยวข้องกับการโอนหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล ควรเตรียมแผนรับมือกรณีที่กฎหมายสหรัฐฯ เปลี่ยนทิศ อย่าพึ่งพาบันทึกนโยบายของรัฐบาลที่อาจหมดอายุได้ทุกเมื่อ

โค้ดไม่ควรเป็นอาชญากรรม แต่ในตอนนี้ กฎหมายของสหรัฐฯ ยังไม่ยืนยันเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ และนั่นคือปัญหาใหญ่ที่สุดของวงการคริปโตในเวลานี้

ภาพจาก AI