สรุปข่าว
- คุณปู่ คิม กอซอก สร้างความฮือฮาด้วยการบริจาคคริปโตเคอร์เรนซีจำนวน 100,000 XRP มูลค่าราว4.5 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติกรุงโซล
- ก่อนหน้านี้คุณปู่เคยบริจาค 1 Bitcoin มาแล้วรวมไปถึงสินทรัพย์อื่นๆ ให้กับองค์กรการกุศลมากมาย
- เขามุ่งหวังว่าในอนาคต การบริจาคด้วยคริปโตจะกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ไม่ต้องเป็นข่าวพาดหัวอีกต่อไป
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
คุณปู่ คิม กอซอก อดีตเด็กกำพร้าจากสงครามเกาหลีผู้ผันตัวมาเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จได้ทำการบริจาคเหรียญ 100,000 XRP มูลค่าประมาณ 4.5 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติกรุงโซล เพื่อสนับสนุนศูนย์การแพทย์สำหรับเด็ก การบริจาคครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการบริจาค 1 Bitcoin ให้กับสภากาชาดเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการที่หน่วยงานกำกับดูแลของเกาหลีใต้ (FSC) เพิ่งอนุญาตให้องค์กรการกุศลสามารถแปลงคริปโตเป็นเงินสดได้อย่างถูกกฎหมายในช่วงกลางปี 2025 โดยเขาหวังว่าคริปโตจะเป็นฟันเฟืองปกติที่ขับเคลื่อนสังคมแห่งการแบ่งปันในอนาคต
เมื่อวานนี้ได้เกิดข่าวใหญ่ขึ้นที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติกรุงโซล หลังจากที่มีคุณปู่ใจดีคนหนึ่งทำการบริจาคเงินเป็นจำนวนมากถึง 210 ล้านวอน (4.5 ล้านบาท) ให้กับทางโรงพยาบาล แต่ประเด็นที่น่าจับตาเลยก็คือคุณปู่รายนี้บริจาคด้วยสกุลเงิน “คริปโต”
รายงานจากต่างประเทศเปิดเผยว่า ทางโรงพยายาลได้รับเงินบริจาคจำนวน 100,000 XRP จากนาย คิม กอซอก ในวันที่ 26 มีนาคม ซึ่งถือเป็นการบริจาคคริปโตครั้งที่ 2 ให้แก่ทางโรงพยาบาล ตามหลังการมอบของขวัญเป็น 1 Bitcoin เมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา โดยการบริจาคด้วยคริปโตของ Kim คือส่วนหนึ่งของการปฏิวัติเงียบที่กำลังเกิดขึ้นในวัฒนธรรมการบริจาคของชาวเกาหลีใต้
คิม ยอง-แท ผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าวว่า การบริจาคครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่มีความหมายอย่างยิ่งของการกุศลผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล โดยระบุว่าเงินทุนเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนกองทุนพัฒนาของโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์สำหรับเด็ก
จากเด็กกำพร้าสงครามสู่นักลงทุน
ชีวประวัติของปู่คิมนั้นเต็มไปด้วยความยากเข็ญ ครอบครัวของเขาพังทลายลงตั้งแต่ตอนที่เขาอายุได้ 4 ขวบจากสงครามเกาหลี คิม จึงถูกส่งไปยังสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าบนเกาะเจจู พร้อมกับรอยแผลเป็นที่ถูกฝากเอาไว้ที่หน้าของเขา
พอเติบใหญ่เขาก็ได้กลับเข้ามายังกรุงโซลและล่องลอยไปเรื่อยๆ หางานทำประทังชีพไปวันๆ จนเมื่ออายุได้ 19 เขาได้ปีนขึ้นไปบนหอคอยนัมซาน แลนด์มาร์กแห่งกรุงโซล
เขาทอดสายตามองลงไปยังตึกระยิบระยับเบื้องล่าง และตั้งปณิธานกับตัวเองว่า วันหนึ่งเขาจะต้องมีบ้านเป็นของตัวเองในหมู่ตึกเหล่านั้นให้ได้ และเขาก็ได้เริ่มสอนการลงทุนให้กับตัวเองนานนับทศวรรษผ่านการอ่านหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจและการเงิน อย่างต่อเนื่องโดยมี Warren Buffett และ Peter Lynch เป็นครูนำทาง
ตลอดชีวิตนักลงทุนของคิมนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไปเพราะครั้งหนึ่งเขาเคยต้องเสียบ้านทั้งหลังไปจากการลงทุนผิดพลาด และต้องไปทำงานเป็นยามในโรงแรม ฝ่าฟัน 5 ฤดูหนาวเพื่อเก็บเงินปั้นพอร์ตใหม่จนเติบโต จนร่ำรวยเหมือนในปัจจุบัน
หนทางใหม่แห่งการให้
ปัจจุบัน ปู่คิมได้บริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลไปแล้วกว่า 1.27 พันล้านวอน และนอกจากโรงพยาบาลแล้ว เขายังได้สนับสนุนเงินทุนให้แก่คลินิกที่รักษาฟรีในโรงพยาบาลสภากาชาด และบริจาคเงินให้แก่กองทุนระดมน้ำใจแห่งเกาหลี อีกด้วย
ปู่คิมเริ่มบริจาคเงินจำนวนมหาศาลเพื่อการกุศลในปี 2018 เขาได้กลายเป็นสมาชิกประเภทบุคคลคนแรกของ สโมสรผู้บริจาครายใหญ่พิเศษของสภากาชาด โดยยอดรวมความจำนงในการบริจาคของเขาต่อสภากาชาดนั้นอยู่ที่หนึ่งพันล้านวอน เพื่อใช้เป็นทุนสำหรับคลินิกที่รักษาฟรีให้แก่กลุ่มแรงงานที่ไม่มีประกันสุขภาพและครอบครัวที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม
และเมื่อคณะกรรมการบริการทางการเงิน (FSC) ของเกาหลีใต้อนุญาตให้องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรสามารถเปลี่ยนเงินบริจาคคริปโตเป็นเงินสดได้ในช่วงกลางปี 2025 คิมเลยกลายเป็นคนกลุ่มแรก ๆ ที่ขยับตัวทันที ด้วยการบริจาค1 Bitcoin ให้แก่สภากาชาด เป็นการบริจาคคริปโตโดยบุคคลธรรมดาให้แก่สถาบันการกุศลที่มีการบันทึกไว้เป็นครั้งแรกของประเทศ
ในพิธีมอบเงินบริจาคให้แก่สภากาชาดครั้งล่าสุด คิมได้ฝากความปรารถนาสั้น ๆ ไว้ว่า เขาหวังว่าการบริจาคผ่านคริปโตจะกลายเป็นเรื่องปกติสามัญ จนถึงขั้นที่ไม่เป็นข่าวพาดหัวอีกต่อไป และเขายังเคยได้ฝากข้อคิดไว้อีกว่า การใช้จ่ายอย่างชาญฉลาดสำคัญกว่าการหาเงินมาได้เสียอีก และผู้ที่รู้จักการเป็นผู้ให้นั้น คือผู้ที่ร่ำรวยอย่างแท้จริง
ที่มา: Beincrypto
มุมมองผู้เขียน: ทางตัวผู้เขียนขอแสดงความนับถือและยกย่องการกระทำของคุณปู่คิม แต่สิ่งที่คุณปู่ถ่ายทอดบทเรียนไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของน้ำใจและการให้ แต่เป็นการพิสูจน์แล้วว่า คริปโตเคอร์เรนซี ไม่ใช่เรื่องของคนรุ่นใหม่เท่านั้น เพราะขนาดตัวเขาที่วัยย่างเข้า 80 ยังหมั่นหาความรู้เท่าทันโลกไม่แพ้นักลงทุนไฟแรง
